เชื่อมประเด็นการเมืองเข้ากับปากท้อง ขยายแนวร่วม

การต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ปลดแอกทางชนชั้น บางครั้งเริ่มต้นจากประเด็นการ “การเมือง” แล้วพัฒนาต่อไปสู่ประเด็น “ปากท้อง” บางครั้งเริ่มจากปากท้องแล้วพัฒนาต่อไปสู่การเมือง

ในสังคมทุกสังคมผู้คนมีความคิดหลากหลายในช่วงเวลาเดียวกัน มีหลายระดับความสนใจ บางคนให้น้ำหนักกับเสรีภาพการเมืองมากที่สุด บางคนให้น้ำหนักปากท้อง เศรษฐกิจ ความเป็นอยู่มากที่สุด แต่ทั้งสองเรื่องนี้ มันเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกัน

ถ้าการเมืองเป็นเผด็จการ ขาดเสรีภาพในการเรียกร้องสิทธิต่างๆ การเรียกร้องในเรื่องปากท้อง ความอยู่ดีกินดี ก็จะกระทำได้ยากยิ่ง แต่ถ้ามุ่งเน้นแต่เพียงการเมืองอย่างเดียว การเปลี่ยนแปลงที่จะทำให้มีชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนให้ดีขึ้น จะไม่เกิดขึ้น ไม่ต่างอะไรกับการเปลี่ยนเจ้านายใหม่

การเชื่อมโยงทั้งสองเรื่องเข้าด้วยกัน จะช่วยเพิ่มพลังด้วยขยายแนวร่วมเพิ่มขึ้น ในช่วงการปฏิวัติรัสเซีย พรรคบอลเชวิคที่นำโดยเลนิน เคยถูกกล่าวหาว่าขโมยนโยบายของ ของพรรคสังคมนิยมปฏิวัติของชาวนา พรรคบอลเชวิคเสนอให้มีการปฏิรูปที่ดินทำกินใหม่ ยึดที่ดินมาเป็นของรัฐและแจกจ่ายให้กับชาวนาทุกคนได้ทำกิน

การเสนอนโยบายนี้ของบอลเชวิคเป็นความพยายามขยายแนวร่วมไปสู่ชนชั้นชาวนาที่เป็นคนส่วนใหญ่ของรัสเซียในยุคนั้น ซึ่งมีชาวนากว่า 100 ล้านคน ขณะที่กรรมาชีพมีเพียง 3 ล้านคนเท่านั้น

ภาวะวิกฤติซ้อนวิกฤติปัจจุบันที่ประกอบไปด้วย วิกฤติการเมือง วิกฤติสุขภาพ วิกฤติเศรษฐกิจ ขบวนการประชาธิปไตย จำเป็นต้องขยายแนวร่วมไปสู่คนกลุ่มต่างๆ มากขึ้น ด้วยการเสนอนโยบายรูปธรรมในการแก้ปัญหาให้สังคมออกจากวิกฤติเหล่านั้นให้ได้ นอกจากการข้อเสนอปฏิรูปการเมืองเพียงอย่างเดียว

ขบวนการประชาธิปไตย จะต้องเข้าไปสนับสนุนการต่อสู้ของคนกลุ่มต่างๆ ไม่ว่ากรรมาชีพในโรงงานที่นัดหยุดงานเพราะการถูกบังคับให้ทำงานท่ามกลางการระบาดของไวรัส พนักงานไรเดอร์ขนส่งสินค้าที่นัดหยุดงานเพราะถูกกดค่าตอบแทนให้ต่ำลง มีสภาพการทำงานที่เสี่ยงภัยไม่ได้รับการคุ้มครองที่ดีพอ กรรมาชีพที่ถูกเลิกจ้าง ตกงาน จากสถานประกอบการที่ปิดตัว รวมถึงกลุ่มนักเรียนนักศึกษาที่ต้องเผชิญกับการเรียนออนไลน์ที่ไร้คุณภาพ และยังต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูง ฯลฯ

การเชื่อมโยงประเด็นปากท้องเหล่านี้เข้ากับประเด็นการเมืองจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่มันไม่สามารถกระทำเพียงองค์กรใดองค์กรหนึ่งได้ มันจะต้องกระทำไปพร้อมๆ กัน เพื่อสร้างกระแสการต่อสู้ และยกระดับการต่อสู้เหล่านั้นไปเป็นเรื่องการเมือง ซึ่งจะนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างแท้จริง นั้นหมายความขบวนการประชาธิปไตยกลุ่มต่างๆ จะต้องคุยกัน ประสานความร่วมมือกัน วางแผนร่วมกัน

การต่อสู้ปัญหาการเมืองประเด็นเดียว มีจุดอ่อน ไม่สามารถขยายแนวร่วมข้ามประเด็นได้ เสี่ยงที่จะโดดเดียวตนเองมากเกินไป เช่นที่เคยเกิดขึ้นกับขบวนการภาคประชาชนไทยในอดีตที่เอ็นจีโอมีบทบาทนำ ที่มักจะเคลื่อนไหวประเด็นเดียวไม่สามารถเชื่อมโยงปัญหาของกลุ่มต่างๆ เข้าด้วยกันได้อย่างเป็นระบบ สุดท้ายจึงพ่ายแพ้ทางการเมืองสูญเสียมวลชนให้กับพรรคนายทุนไทยรักไทย ที่สามารถสร้างนโยบายปากท้องที่เป็นระบบได้มากกว่า การเกิดขึ้นของขบวนการเสื้อแดงที่ต่อสู้กับเผด็จการทหารอย่างกล้าหาญ ที่สามารถขยายฐานมวลชนได้มากที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย ก็เป็นขบวนการประชาชนที่สนับสนุนทักษิณจากนโยบายด้านปากท้องในหลายๆ นโยบายนั่นเอง

วัฒนะ วรรณ

ปล.ภาพประกอบจากอินเตอร์เน็ต

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ