โดย Sophie Squire
เรียบเรียงโดย กองบรรณาธิการ
การเคลื่อนไหวในภาคแรงงานคือกุญแจสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลง และการนัดหยุดงาน ก็คือพลังขับเคลื่อนหลักของภาคแรงงาน กลุ่มแรงงานบริษัทสโคเทรลส์ จากสหภาพแรงงานการรถไฟอังกฤษ ได้นัดหยุดงานในวันที่ 1-12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อเรียกร้องค่าแรงที่เป็นธรรม และสภาพการจ้างงานที่เท่าเทียม โดยกลุ่มแรงงานรถไฟตู้นอนคาเลโดเนียนก็ร่วมนัดหยุดงานครั้งนี้ รวมไปถึงแรงงานจากสภาเมืองกลาสโกว พนักงานเก็บขยะ คนทำอาหารในโรงเรียนรัฐบาล และภารโรงในสหภาพแรงงานเมืองกลาสโกวก็เข้าร่วมนัดหยุดงานด้วย
กองขยะที่ไม่มีใครเก็บ และระบบขนส่งมวลชนที่เป็นอัมพาตได้สร้างความอับอายให้กับเหล่าสมาชิกสภาเมืองและพรรคชาตินิยมสกอตแลนด์ ในช่วงที่พวกเขาปูพรมแดงต้อนรับผู้นำและนายทุนรายใหญ่จากทั่วโลกตั้งแต่สัปดาห์แรกของเดือนพฤศจิกายนปีนี้ นายคริส มิตเชลล์ ผู้นำแรงงานฝ่ายเก็บกวาดขยะจากสหภาพแรงงานเมืองกลาสโกวกล่าวว่า นี่คือยุทธศาสตร์ในการต่อสู้เพื่อสิทธิของแรงงานกลาสโกว “สายตาจากทั่วโลกล้วนจับจ้องมาที่กลาสโกวระหว่างการประชุม COP26 และนักการเมืองท้องถิ่นจะถูกบังคับให้ต้องเลือกระหว่างการช่วยเหลือพี่น้องแรงงานแนวหน้าที่นำพาประเทศนี้ผ่านช่วงโรคระบาดครั้งใหญ่ หรือต้องอับอายขายหน้าในระดับสากลโลก”
ความสั่นคลอน
แนวคิดในการนัดหยุดงานในกลาสโกวทำให้ฝ่ายปกครองต้องสั่นคลอน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการขนส่งสกอตแลนด์ นาย เกรม เดย์ กล่าวว่า เขา “ไม่รู้” ว่ามีเหตุผลอะไรที่แรงงานของสโคเทรลส์ต้องนัดหยุดงานช่วง COP26 และเรียกร้องให้กลุ่มแรงงานการรถไฟลงมติเกี่ยวกับนโยบายแรงงานอีกครั้ง คำตอบมีอยู่แล้วว่าปัญหาเรื่องค่าแรงและสภาพการจ้างงานเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานร่วมเจ็ดเดือน อีกทั้งกลุ่มแรงงานยังต้องฝ่าฟันอุปสรรคในกฎหมายที่ขัดขวางการจัดตั้งสหภาพแรงงานอย่างยากลำบากกว่าจะมาถึงจุดนี้ จึงไม่ต้องสงสัยในเหตุผลของการนัดหยุดงานครั้งนี้เลย ในเมื่อพวกรัฐมนตรีที่สังกัดพรรคชาตินิยมสกอตแลนด์มีแต่จะโจมตีกลุ่มแรงงาน มากกว่าที่จะโจมตีพวกนายทุนบริษัทรถไฟเอกชน กลุ่มพี่น้องแรงงานจึงมีเหตุผลอันสมควรอย่างยิ่งที่ได้ใช้การประชุม COP26 เป็นข้อต่อรองในการเรียกร้องสิทธิของพวกเขา
การเชื่อมประเด็นในการชุมนุมเข้ากับการต่อสู้กับวิกฤติแปรปรวนของสภาพอากาศก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน นอกเหนือจากที่แรงงานได้นัดหยุดงานเพื่อเรียกร้องค่าแรงและสภาพการจ้างงานที่เป็นธรรม ยังสามารถเรียกร้องในประเด็นที่เหล่าผู้นำและนายทุนใหญ่เมินเฉยต่อปัญหามลพิษ ซึ่งข้อเรียกร้องของแรงงานการรถไฟมีน้ำหนักมากขึ้นทันที เมื่อนัดหยุดงานในประเด็นที่นอกเหนือจากเรื่องค่าแรง แต่รวมไปถึงการเรียกร้องให้มีการแปรระบบขนส่งรถไฟจากเอกชนให้เป็นรัฐวิสาหกิจ และปรับปรุงให้รถไฟใช้พลังงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
การที่ผู้นำแรงงานสามารถหาจุดเชื่อมโยงประเด็นต่างๆ เหล่านี้ และออกมาเรียกร้องสิทธิในช่วง COP26 แทนการสนับสนุนการใช้พลังงานจากน้ำมันและถ่านหิน หรือไปสนับสนุนการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ทั้งหมดนี้ย่อมทำให้ภาพลักษณ์ของสหภาพแรงงานดีขึ้น กลุ่มสหภาพแรงงานแทนที่จะเรียกร้องประเด็นเดียว แต่ทุ่มเทพลังในการเรียกร้องเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และร่วมต่อสู้กับวิกฤตการณ์แปรปรวนของสภาพอากาศโดยนัดหยุดงานอย่างพร้อมเพรียงในช่วง COP26 ถือเป็นบทเรียนสำคัญให้กับขบวนการแรงงานอื่นๆ ทั่วโลก เช่นเดียวกับแรงงานในภาคการศึกษาทั่วทั้งประเทศอังกฤษ ที่ออกมาสำแดงพลังตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน โดยนัดหยุดงานอย่างต่อเนื่อง
ไบเดนเตรียม “เท” แผนฟื้นฟูสภาพอากาศ กลุ่มโจรในคราบนายทุนน้ำมัน ต่างเข้าร่วมในการปราศรัย COP26
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นายโจ ไบเดน เคยลั่นวาจาไว้ว่าจะทำการปฏิรูปแผนการฟื้นฟูสภาพอากาศโลกนั้น กลายเป็นเรื่องโอละพ่อ หลังจากวุฒิสมาชิกรัฐเวอร์จิเนียตะวันตกฝ่ายพรรคเดโมแครต นายโจ แมนชิน ได้ออกมาคัดค้านแผนการกดดันให้กลุ่มนายทุนเปลี่ยนการใช้พลังงานฟอสซิลเป็นพลังงานหมุนเวียน นางเลอา สโตกส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม ที่ปรึกษาด้านนโยบายของวุฒิสภาอเมริกันกล่าวว่า ” ….นโยบายนี้เป็นนโยบายเกี่ยวกับสภาพอากาศที่สำคัญที่สุดของรัฐบาล โจ ไบเดน เราต้องการผลักดันนโยบายนี้เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการฟื้นฟูสภาพอากาศ แต่เราทำไม่ได้อีกต่อไป เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ….”
นายแมนชินเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนกลุ่มบริษัทถ่านหินในเวอร์จิเนียตะวันตก และได้รับเงินตอบแทนจากกลุ่มบริษัทน้ำมันและถ่านหินมากกว่าวุฒิสมาชิกคนอื่นๆ เขาไม่ใช่คนเดียวที่หากินกับเงินตอบแทนของบรรดานายทุนพลังงานเหล่านี้ ในการประชุม COP26 เราจะได้เห็นความพยายามของนายทุนรายใหญ่ในการใช้เงินสปอนเซอร์การประชุมนับล้านๆ ดอลลาร์ แย่งกันฟาดหัวคณะกรรมการเพื่อ “ฟอกขาว” มลทินของตัวเอง สปอนเซอร์รายใหญ่ของการประชุมทั้ง 11 รายนี้รวมไปถึงยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานอย่างบริษัทการไฟฟ้าแห่งชาติ การไฟฟ้าสกอตแลนด์ ฮิตาชิ ไมโครซอฟท์ สกาย แนทเวสต์ เรคคิทท์ เซนส์เบอรี และยูนิลีเวอร์
ผู้สนับสนุนลำดับรองลงมาได้แก่บริษัทรถยนต์ จากัวร์-แลนด์ โรเวอร์ และบริษัทเฟอร์นิเจอร์ อิเกีย ซึ่งผู้จัดงานประชุมได้ให้สิทธิ์สปอนเซอร์เหล่านี้ในการจัดนิทรรศการสินค้าของตัวเองในเขต “กรีนโซน” ขณะที่เหล่าผู้นำนานาอารยประเทศพยายามอวดอ้างว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับการลดปริมาณการปล่อยมลภาวะ แต่บริษัทที่มาโชว์ในงานนี้ล้วนขึ้นชื่อว่าเป็นกลุ่มบริษัทที่ใช้พลังงานฟอสซิลและมีประวัติการปล่อยก๊าซคาร์บอนที่น่าตกใจ
บริษัทเหล่านี้อาจจะรู้สึกเดือดดาลฝ่ายผู้จัดที่ต้องมาแข่งขัน “ประมูล” ด้วยเงินมหาศาลสนับสนุนการประชุมเพื่อให้ได้จัดนิทรรศการสินค้า แต่มันก็คุ้มค่ากับการประชาสัมพันธ์ สร้างภาพว่าพวกเขาได้ช่วยเหลือโลกหรือเพื่อนมนุษย์ ทั้งๆ ที่ความจริงพวกนายทุน ผู้ประกอบการ และผู้ปกครองประเทศเหล่านี้มาหารือผลประโยชน์ของพวกเขา และสร้างละครตบตาประชาชนทั่วโลกให้เชื่อว่านายทุนรักสิ่งแวดล้อมเท่านั้น
ที่มา: It’s right to strike during the Cop26 climate conference in Glasgow – Sophie Squire
https://socialistworker.co.uk/art/52535/Its+right+to+strike+during+the+Cop26+climate+conference+in+Glasgow?fbclid=IwAR1_g3LDsRRpE5uOw9Gc_Vo0nP9RqFWJpVn26pKqUgFtk27kgaPc9EsEI2o
@@@@@@@@
ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6

