สัมภาษณ์อันนา ทรอตสกีจากพรรคปฏิวัติถาวร (Révolution Permanente) ประเทศฝรั่งเศส

สัมภาษณ์โดย แพรพลอย

บทสัมภาษณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 24 เมษายน 2566 ณ ร้านกาแฟ Le Concorde เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส การสัมภาษณ์ต้นฉบับเป็นภาษาฝรั่งเศสถึงการทำงานของพรรคปฏิวัติถาวรและการประท้วงต่อต้านการยืดอายุเกษียณที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้

เราติดตามพรรคปฏิวัติถาวรอย่างใกล้ชิด และเห็นว่าทางพรรคมีผู้ปฏิบัติงานหนุ่มสาวที่มีความกระตือรือร้นสูงจำนวนมาก ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหมว่าทำอย่างไร
อันนา : เราลงทุนไปกับการสร้างผู้ปฏิบัติงานเด็กนักเรียนที่จะกลายเป็นคนงานในอนาคต เพราะวัยเด็กเป็นวัยที่มีเวลาศึกษาโลก สมาชิกส่วนใหญ่ของเราเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย และก็มีนักเรียนมัธยมด้วย อย่างฉันเริ่มสู้มาตั้งแต่เรียนมหาลัย พอเรียนจบมา ฉันเลือกมาทำงานกับ SNCF (บริษัทรถไฟ) เพราะมีประวัติศาสตร์การต่อสู้ของแรงงานมาอย่างยาวนานและเพื่อที่จะได้คลุกคลีกับคนงานจากภายใน ฉันคิดว่าการคลุกคลีกับแรงงานจากภายในเป็นกุญแจสำคัญ แต่พลาดไปหน่อยตรงที่งานของฉันปัจจุบันเป็นคนตรวจตั๋วที่ได้เจอแค่คนขับรถไฟซึ่งได้เงินเดือนสูงกว่า ไม่ได้เจอคนงานที่ได้เงินเดือนน้อยและโดนขูดรีดมาก ตอนนี้เรามีการประสานงานกับพรรคชูกำปั้น (Le Poing Levé) ที่เป็นการรวมตัวกันของนักเรียนที่ต่อต้านทุนนิยมและต้องการปฏิวัติ ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วฝรั่งเศส เช่น ในตูลูสหรือปารีส เวลาที่มีคนสมัครเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ เราจะให้เขาเข้ามาร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ขององค์กรได้เพื่อดูว่าเรามีความคิดเห็นทางการเมืองหลัก ๆ แบบเดียวกันไหม ถ้าใช่เราก็ทำงานร่วมกันได้

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือพรรคต้องมี “เป้าหมาย” ที่ชัดเจน ใน RP (พรรคปฏิวัติถาวร) เราเป็นองค์กรทรอตสกีที่มีเป้าหมายหลักคือการปฏิวัติจากแรงงาน ปัจจุบันฝรั่งเศสมีสหภาพแรงงานทั่วไปอย่าง CFDT หรือ CGT ที่มีลักษณะใกล้ชิดกับรัฐบาลมากกว่าต่อต้าน พรรคของเราต้องการสร้างความร่วมมือกันของแรงงานพื้นฐานทั้งที่มีสหภาพและไม่มีที่ต้องการสู้ ทำให้การตัดใจเป็นประชาธิปไตยมาจากข้างล่าง หน้าที่หลักของเราคือการให้กำลังใจคนงาน รวบรวมกำลังใจทั้งจากในประเทศและต่างประเทศ และให้พื้นที่สื่อบนสื่อที่เรามีให้ได้มากที่สุด การให้กำลังใจกันเป็นสิ่งสำคัญมาก และต้องปล่อยให้คนงานตัดสินใจกันเอง

ในการประท้วงครั้งนี้เราได้เห็นคนงานบริษัทขนส่งติสเซโอ (Tisséo) นัดหยุดงานเป็นครั้งแรกตั้งแต่มีการก่อตั้งบริษัทมา และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่รถไฟใต้ดินเมืองตูลูสหยุดทำงาน ช่วยเล่าให้ฟังได้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น
อันนา : ระบบขนส่งสาธารณะสำคัญมากในเมืองตูลูส คนงานที่ควบคุมรถไฟใต้ดินในเมืองตูลูสมีเพียง 12 คนเท่านั้น แต่มีเพียงแค่ 2 คนที่จำเป็นจริง ๆ ในการทำให้รถไฟวิ่ง ในวันนั้นบริษัทไม่สามารถตามคนงานเพียงแค่ 2 คนกลับมาทำงานได้ มันมีความโกรธแค้นของคนงานต่อเรื่องเงินเดือนเป็นเชื้ออยู่แล้วในกรณีนี้ ซึ่งเรื่องเงินเป็นประเด็นที่ทำให้คนงานไม่กล้านัดหยุดงาน และคนงานไม่อยากจัดการระดมทุนเพราะมองว่ามันเหมือนการกุศล สิ่งที่ทำให้การนัดหยุดงานเริ่มขึ้นคือขบวนการนักเรียนจากการที่เด็กนักเรียนช่วยกันระดมทุนได้ประมาณ 400 ยูโรและนำไปมอบให้คนงานเพื่อแบ่งกัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าการระดมทุนเป็นสิ่งสำคัญและเป็นการให้กำลังใจกันไปในตัวด้วย และหลังจากนั้นการนัดหยุดงานก็เริ่มต้นขึ้น ขบวนการเด็กนักเรียนเป็นคนช่วยบอกคนงานว่าต้องทำอะไร สิ่งที่ RP ทำคือการให้พื้นที่สื่อและกำลังใจ

ในฝรั่งเศสมีคนงานต่างชาติที่ไม่มีเอกสารเยอะ ทางพรรคมีการเข้าหาคนงานกลุ่มนี้อย่างไร
อันนา : เราเจอคนกลุ่มนี้จากที่ทำงานเพราะเขามักจะโดนจ้างเป็นแม่บ้านอะไรแบบนี้ที่ได้เงินเดือนน้อย ซึ่งกุญแจในการเข้าหาคนกลุ่มนี้คือเรื่องค่าแรง เราเคยช่วยคนงานบริษัทโอเน็ต (ONET) ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการทำความสะอาดที่บริษัท SNCF จ้าง ซึ่งคนงานส่วนใหญ่เป็นคนงานต่างชาติต่อสู้เพื่อเพิ่มค่าแรงในปี 2017 ตอนที่คนงานประชุมร่วมกันเพื่อปรึกษาหารือเรื่องกลยุทธ์ในการต่อสู้ไม่มีใครพูดฝรั่งเศสเลย หน้าที่ของเราคือพยายามให้กำลังใจคนงานและให้พื้นที่สื่อให้ได้มากที่สุด และพยายามช่วยคนงานตั้งคำถามเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติหรือเพศที่เป็นผลพวงมาจากระบบทุนนิยม อันนี้สำคัญมาก ฉันไม่เห็นด้วยเป็นอย่างมากกับวิธีการต่อสู้แบบพรรค LO (Lutte Ouvrière) ที่เลี่ยงไม่พูดเรื่องการเหยียดเพศหรือเชื้อชาติเลย ไม่เคยแม้แต่จะออกมาประณามว่าการเหยียดกันเป็นเรื่องไม่ดี เพราะมองว่าเป็นสิ่งที่แบ่งแยกแรงงาน ฉันไม่ได้ปฏิเสธว่าเรื่องนี้ไม่ได้แบ่งแยกเรา ใช่มันแบ่งแยกเรา สำหรับฉันมันเป็นการสร้างความเข้าอกเข้าใจ และเป็นประตูบานแรกที่ทำให้คนงานเปิดใจกับเรา เราทำงานร่วมกับพรรคชูกำปั้นของนักเรียนที่เรามองว่าเป็นกองทัพหน้า (Avant-garde) ของการปฏิวัติ เรามีการทำงานร่วมกับองค์กรขนมปังและดอกกุหลาบ (Du pains et des roses) ซึ่งเป็นองค์กรเฟมินิสต์ เราไม่ได้ผลักประเด็นนี้ออกไปเลย เราแนะนำตัวว่าเราเป็นองค์กรต่อต้านการเหยียดเพศและเชื้อชาติ และจากนั้นเราก็มาสร้างความเข้าใจว่าชนชั้นแรงงานเป็นชนชั้นที่ไม่มีการแบ่งแยกทางเพศหรือเชื้อชาติ เรามีสมาชิกที่เริ่มต้นจากการเป็นสมาชิกกับพรรคชูกำปั้น และหลังจากนั้นก็เข้ามาเป็นสมาชิกของ RP อย่างเต็มตัว และแม้สมาชิกของขนมปังและดอกกุหลาบจะไม่ได้เชื่อในแบบเดียวกันกับเราทั้งหมด แต่ทุกครั้งที่เรามีแอคชั่นหรือจัดงานประท้วงหรือกิจกรรมคนจากองค์กรนี้จะมาร่วมงานกับเราเสมอ เราเชื่อว่าทุกคนมีการเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา และเราก็ได้สมาชิกใหม่จากคนกลุ่มนี้ที่เริ่มสนใจการเมืองมาจากประเด็นการเหยียดเพศหรือเชื้อชาติ

ทางพรรคมีวิธีการทำงานอย่างไรในช่วงที่กระแสไม่สูงก่อนหน้านี้
อันนา : ไม่มีช่วงกระแสตกสำหรับเรา เพราะเราทำงานกันตลอดเวลา ตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมามันมีการต่อสู้ของคนงานให้เห็นตลอด เพียงแต่ว่ามันเกิดแบบกระจัดกระจาย เกิดขึ้นคนละช่วงเวลา และไม่มีการจัดตั้ง การต่อสู้ของเสื้อกั๊กเหลืองนอกจากจะไม่มีการจัดตั้งแล้วยังเป็นการต่อสู้ที่ไม่ได้ทำงานร่วมกับสหภาพแรงงาน เราคุยกันว่าจะเป็นอย่างไรถ้าการต่อสู้ของคนงานเกิดขึ้นพร้อมกันในช่วงเวลาเดียวกัน และจะทำอย่างไรให้คนงานสู้แบบเดียวกันกับเสื้อกั๊กเหลือง ซึ่งนี่ก็คือเป้าหมายของเรา ฉันแนะนำหนังสือของเจมส์ แคนนอน (James Cannon) ทรอตสกีชาวอเมริกา ฉันรักเขา ในหนังสือมีประสบการณ์ทุกอย่างในการต่อสู้ และมีการพูดถึงปีหมา (Année de chien) หรือปีที่การต่อสู้น้อย

เราเห็นวิวัฒนาการของทุนนิยมในฝรั่งเศส หลายเมืองอย่างเมืองอายองส์ (Hayange) ที่เคยเป็นฐานเสียงให้พรรคคอมมิวนิสต์ฝรั่งเศส ปัจจุบันหันไปเทคะแนนให้พรรคขวาจัดชาตินิยมเหยียดเชื้อชาติอย่างพรรคของเลอแปง หลังโลกาภิวัตน์ทำให้อุตสาหกรรมเหล็กที่เป็นอุตสาหกรรมหลักในเมืองนั้นย้ายไปประเทศที่ค่าแรงถูกกว่า คนงานหลายคนกลายเป็นคนตกงาน และในฝรั่งเศสมีเมืองแบบนี้อีกหลายเมือง ซึ่งเรามองว่าเป็นความผิดหวังจากฝ่ายซ้ายแนวปฏิรูปที่ไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ และทำให้คนกลุ่มนี้เห็นว่าพรรคขวาจัดเป็นทางออกเดียว ทางพรรคเคยหารือกันถึงประเด็นนี้ไหมว่าจะทำอย่างไรกับกลุ่มคนตกงาน
อันนา : เรามีการพูดถึงเรื่องนี้ สิ่งที่เราพยายามทำ ณ ตอนนี้คือทำให้คนกลุ่มนี้เห็นว่ายังมีทางเลือกอื่น เราทำงานร่วมกับแรงงานที่เป็นพลังในการต่อสู้เพื่อทำให้คนกลุ่มนี้เห็นว่าโลกใบใหม่กับเราจะมีหน้าตาเป็นอย่างไรและโลกใบใหม่เป็นไปได้

สหายมองว่าก้าวต่อไปของการนัดหยุดงานในฝรั่งเศสควรไปทางไหน
อันนา : เมื่อก่อนตอนที่ฉันยังเป็นนักศึกษาและเริ่มต้นทำงานการเมือง ฉันเชื่อว่าการปฏิวัติจะเกิดขึ้นแต่ไม่เคยคิดว่าตัวฉันเองจะได้เห็นการปฏิวัติในช่วงชีวิตนี้ ทั้งหมดที่ฉันทำ ฉันทำเพื่อให้คนอีกรุ่นหนึ่งได้เห็นการปฏิวัติ แต่สถานการณ์ในปัจจุบันได้เปลี่ยนความคิดฉัน มาครงได้ทำทุกอย่างเพื่อการปฏิวัติ ทุกก้าวของมาครงได้สร้างความโกรธแค้นให้ชาวฝรั่งเศสและแสดงให้เห็นว่าระบบมีปัญหา ส่วนตัวฉันคิดว่าจะได้เห็นสังคมฝรั่งเศสระเบิดออกในเร็ววันนี้ สิ่งที่เราทำคือต้องเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการปฏิวัติเสมอ เพราะเราไม่สามารถเดาได้ว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร

ในไทยขบวนการแรงงานอ่อนแอ แต่เมื่อไม่กี่ปีก่อนได้เกิดการลุกฮือขึ้นต่อสู้กับรัฐบาลของคนหนุ่มสาว ซึ่งการเรียกร้องออกมาในรูปแบบของการต่อต้านเผด็จการโดยไม่มีการเชื่อมโยงเข้ากับขบวนการแรงงาน และพึ่งถูกปราบไป สหายมีคำแนะนำในการเชื่อมโยงกับขบวนการแรงงานให้กับคนหนุ่มสาวในไทยไหม
อันนา : ดูสิ่งที่เกิดขึ้นในต่างประเทศว่าแรงงานเป็นพลังสำคัญในการสร้างประชาธิปไตย ดูอย่างเหตุการณ์พฤษภา ปี 1968 ของฝรั่งเศสก็ได้ หรือการลุกฮือของคนงานในอิตาลี คนงานเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างประชาธิปไตย ฉันแนะนำให้รวบรวมคนที่เห็นด้วยกับประโยคนี้ เช่น หาเพื่อนที่อยู่ในที่ทำงานเดียวกันที่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ ศึกษาประวัติศาสตร์การต่อสู้ของแรงงานที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก แล้วจะเห็นว่ามันเป็นไปได้

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ