โดย พัชณีย์ คำหนัก
วันกรรมกรสากลก็ได้เวียนมาบรรจบอีกครั้งในปีนี้ ฉบับนี้ผู้เขียนขอใช้โอกาสสัมภาษณ์ผู้นำแรงงาน บุญยืน สุขใหม่ ผู้ประสานงานกลุ่มแรงงานสัมพันธ์ตะวันออกและที่ปรึกษาด้านกฎหมายของสภาองค์การลูกจ้างแรงงานสัมพันธ์แห่งประเทศไทย เพื่ออัพเดทงานจัดตั้งองค์กรแรงงาน สถานการณ์การต่อสู้เพื่อสิทธิแรงงานและความเป็นอยู่ที่ดีและข้อเสนอว่าชนชั้นแรงงานควรมีท่าทีต่อพรรคการเมืองต่างๆ อย่างไร ในช่วงที่ประเทศเรากำลังจะมีการเลือกตั้งใหญ่
1.มองว่าขบวนการแรงงานไทยเป็นอย่างไรตอนนี้ ในสภาพที่เศรษฐกิจการเมืองย่ำแย่
ขบวนการแรงงานของไทยในปัจจุบันมีการแบ่งแยกออกเป็นหลายฝ่าย หลายขั้ว อย่างเห็นได้ชัด จากระยะเวลากว่าแปดปีที่รัฐบาลเผด็จการยึดอำนาจ ซึ่ง ณ วันนี้เห็นได้ชัดเจนว่า ขบวนการแรงงานของไทยนั้นไม่ได้สรุปบทเรียนของตนเองว่าที่ผ่านมา ทำไมสหภาพแรงงานหรือขบวนการแรงงานไม่เข้มแข็งและถูกลดบทบาทลงไปอย่างมาก ช่วงที่รัฐบาลเผด็จการทหารยึดอำนาจการปกครองประเทศ นักสหภาพแรงงานแบ่งขั้วออกเป็นหลายฝ่าย เราได้เห็นภาพผู้นำแรงงานที่ออกไปประกาศสนับสนุนรัฐบาลเผด็จการทหารจำนวนมากกว่าร้อยสหภาพแรงงาน และขณะเดียวกันเราก็เห็นผู้นำแรงงานทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ เข้าไปเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่เป็นผลพวงของการสืบทอดอำนาจของรัฐบาลเผด็จการทหาร เราได้เห็นพรรคการเมืองอย่างน้อยสามพรรคการเมืองที่ชูประเด็นด้านแรงงาน ว่าจะเข้าไปรับใช้แก้ไขปัญหาแรงงาน และอาจเป็นครั้งแรกที่เราได้เห็นผู้นำสหภาพแรงงานได้รับการเลือกตั้งเข้าไปเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตและแบบบัญชีรายชื่อพรรค หรือปาร์ตี้ลิสต์ แต่เราก็รู้สึกผิดหวังกับผลการทำงานที่ผ่านมาตลอดระยะเวลาขาดไปเพียงแค่วันเดียวก็จะครบ 4 ปี ปัญหาแรงงานมากมายก็ยังคงมีอยู่เหมือนเดิม ปัญหาการละเมิดสิทธิแรงงานยังคงมีให้เห็นอยู่เป็นจำนวนมาก ภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหาร กว่าแปดปีนั้นแปดเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา เมื่อมีการก่อตั้งสหภาพแรงงาน แกนนำสหภาพแรงงานก็ยังคงถูกเลิกจ้างผู้นำแรงงานถูกคุกคามจากเจ้าหน้าที่รัฐ มีการออกกฎหมายที่เป็นการปิดกั้นเสรีภาพในการรวมกลุ่ม ในการแสดงออกทั้งในการแสดงออกทางการเมืองและแม้กระทั่งการชุมนุมเมื่อมีการยื่นข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน รัฐบาลยังให้การสนับสนุนทุนจีนสีเทา เข้ามาลงทุนในประเทศโดยไม่มีการควบคุมหรือกำกับให้ทุนจีนเหล่านั้นปฏิบัติตามกฎหมาย
ขบวนการแรงงานของไทยในปัจจุบันกลับเพิกเฉยปัญหาที่เกิดขึ้น ที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือ การเข้าไปให้การสนับสนุนพรรคการเมืองที่สืบทอดอำนาจจากการรัฐประหาร หลายคนนอกจากเข้าไปเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลที่สืบทอดอำนาจจากการรัฐประหาร ยังหันไปรับเงินจากกลุ่มคนเหล่านั้นมาตั้งพรรคการเมืองเพื่อเป็นเสาค้ำยันให้กับรัฐบาล เพื่อที่จะให้เขาเหล่านั้นได้สืบทอดอำนาจกันต่อไป จากปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านี้ทำให้กรรมกรจำนวนมาก ตาเริ่มสว่างมากขึ้น ทำให้กรรมกรทั้งในโรงงานและนอกโรงงานตื่นตัวทางการเมืองเพิ่มขึ้น กระนั้นยังเป็นเพียงแค่แสงอันริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์ เพราะกฏกติกาการเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันไม่ได้เอื้อที่จะให้เกิดการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันแท้จริงอย่างที่ทุกคนคาดหวัง
2.เราจะจัดตั้งสหภาพแรงงานให้มากขึ้น เสริมสร้างประชาธิปไตยและรัฐสวัสดิการอย่างไร ในช่วงจะเลือกตั้งครั้งใหญ่นี้
หลังการรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นต้นมา ปัญหาการรวมกลุ่มเพื่อก่อตั้งสหภาพแรงงานนั้นทำได้ยากมากยิ่งขึ้น เพราะนายจ้างกับเจ้าหน้าที่รัฐจับมือกันยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้นายจ้างไม่เกรงกลัวกฎหมาย อีกทั้ง ขบวนการในการเข้าถึงความยุติธรรมตามกฎหมายนั้นล่าช้าและยาวนาน ทำให้แรงงานจำนวนมากไม่กล้าที่จะออกมาลุกขึ้นสู้เพื่อสิทธิแรงงาน เพราะกังวลว่าจะตกงาน และงานจัดตั้งสหภาพแรงงานนั้นเป็นงานที่ต้องใช้เวลาและคนทำงานจัดตั้งจะต้องมีทักษะหรือมีความเชี่ยวชาญเป็นการเฉพาะ มันคือความท้าทายของนักสหภาพแรงงานที่จะต้องออกมาปกป้องสิทธิแรงงานโดยการรวมกลุ่มกันเป็นสหภาพแรงงานให้ได้ กระบวนการในการจัดตั้งสหภาพแรงงานนั้นจะต้องให้ความเข้าใจเรื่องแนวคิดของประชาธิปไตยที่แท้จริงคืออะไร? เพราะประชาธิปไตยที่ที่แท้จริงคือการยอมรับความคิดเห็นของคนส่วนใหญ่ แต่ไม่ละเลยความคิดเห็นของเสียงส่วนน้อยหรือให้ความสำคัญกับคนที่มีความคิดเห็นที่ต่างกัน ต้องทำให้นักสหภาพแรงงานได้เรียนรู้และเข้าใจเรื่องเศรษฐศาสตร์และการเมือง เพื่อที่จะให้นักสหภาพแรงงานเห็นความสำคัญว่าการเมืองเป็นเรื่องของประชาชนทุกคน สำหรับการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศในวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ๒๕๖๖ นี้ถ้ากรรมกรทุกคนต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี กรรมกรทุกคนจะต้องออกไปใช้สิทธิในการเลือกตั้ง และการตัดสินใจที่จะเลือกใครนั้นขอให้กรรมกรทุกคนได้ตระหนักว่าเราจะเลือก “พรรคการเมืองหรือผู้สมัคร ส.ส.ฝ่ายประชาธิปไตย” หรือ “ฝ่ายเผด็จการ” เป็นสิทธิของทุกคน ภายหลังการเลือกตั้งครั้งนี้ถ้าทิศทางทางการเมืองเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีโดยมีพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยได้จัดตั้งรัฐบาล ประการแรกที่จำเป็นเร่งด่วนคือ การแก้ไขหรือร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อที่จะตัดวงจรการสืบทอดอำนาจของเผด็จการทหารออกไป และในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรที่จะต้องหมวดว่าด้วยสิทธิแรงงานโดยเฉพาะ
3.นโยบายด้านเศรษฐกิจที่นักการเมืองหาเสียงว่าต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิดด้วยแนวคิดสนับสนุนการลงทุนของภาคเอกชน นักลงทุนจากต่างประเทศ เช่น ภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ในมุมมองแรงงานมองว่าจะช่วยแรงงานได้จริงหรือ
การกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐมักเอื้อให้กลุ่มทุนขนาดใหญ่กู้เงินธนาคารเป็นจำนวนมาก ทุนขนาดกลาง-เล็กกู้น้อยกว่า แต่สำหรับคนธรรมดา แรงงานนอกระบบแทบไม่สามารถกู้เงินในระบบได้ หรือชาวนาที่ไม่มีโฉนดที่ดินก็หมดสิทธิ์กู้ อีกทั้งกลุ่มทุนใหญ่ก็มักได้สัมปทานจากรัฐ เช่น ปลูกต้นปาล์ม การเช่าที่ดินของรัฐหรือเช่าป่าที่หมดสภาพก็กลับให้นายทุนเช่ามากกว่าแทนที่จะให้โอกาสแก่ชาวบ้าน รัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือนโยบายของพรรคพลังประชารัฐของประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่บอกว่าจะจัดหาที่ดินทำกินให้ประชาชน แต่ที่ผ่านมาไล่คนออกจากป่า ในการหาเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ใครเลือกก็โง่แล้ว เพราะสิ่งที่พูดกับการกระทำมันขัดแย้งกันมาก
ส่วนนโยบายหาเสียงเพิ่มเงินเดือน ค่าจ้าง แม้มีการขึ้นแต่ยังไม่เพียงพอสำหรับการดำรงชีพของแรงงาน จะต้องเพิ่มสวัสดิการพื้นฐาน เช่น เด็กเล็ก นักเรียนประถม มัธยม ปวช. ปริญญาตรีควรเรียนฟรี หรือมีเงินสนับสนุนรายเดือน เพราะเราเห็นสภาพของคนงานที่มีลูก จะต้องเตรียมเงินให้ลูกยามเปิดเทอม 2-3 หมื่นบาท ต้องไปหากู้ยืมเงินเพราะค่าจ้างไม่เพียงพอ ยิ่งเป็นคนงานนอกระบบยิ่งลำบากเพราะกู้เงินในระบบไม่ได้ อีกทั้ง ขณะนี้เรากำลังสูญเสียกำลังแรงงาน เพราะแรงงานต้องออกไปดูแลพ่อแม่ที่แก่ชราและเจ็บป่วย ครอบครัวหนึ่งจะเสียกำลังแรงงานไป 1 คน ทำให้ขาดรายได้ แรงงานก็ไม่สามารถสะสมทุน มีเงินออมเพียงพอ สวัสดิการพื้นฐานจึงสำคัญ นอกจากนี้ แม้พ่อแม่ที่แก่ชราจะได้รับสิทธิการรักษาพยาบาลจากบัตรทอง แต่คุณภาพของโรงพยาบาลก็ไม่เท่ากันในพื้นที่แต่ละแห่ง หมอในต่างจังหวัด อุปกรณ์การแพทย์ไม่เพียงพอ คนป่วยจึงต้องเดินทางไปรักษา แทนที่รัฐจะสนับสนุนให้ครอบครัวแรงงานทุกพื้นที่เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพและราคาถูก รวมถึงสร้างโรงพยาบาลของรัฐในพื้นที่ที่มีแรงงานทำงานอย่างหนาแน่น เช่น ตำบลบ่อวิน จ.ชลบุรี ซึ่งบอร์ดประกันสังคมเคยคิดนโยบายสร้างโรงพยาบาลแล้ว แต่ถูกคณะรัฐประหาร ปี 2557 โยนทิ้ง เราจึงเห็นคลินิกเอกชนผุดขึ้นมาในตำบลบ่อวินแต่ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของแรงงานได้ ดังนั้น คนงานจึงต้องเดินทางไปโรงพยาบาลเขตอื่น เช่น ร.พ.สมเด็จ ศรีราชา ถึง 40 ก.ม.และต้องไปจองคิวตั้งแต่ตี 5 ใช้เวลาค่อนวันเลยทีเดียว
ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6

