ซูดานถึงไหนแล้ว: แล้วเราล่ะ?

โดย คมกริต

การต่อสู้อย่างต่อเนื่องในประเทศซูดานนับตั้งแต่ปี 2562 จากปัญหาค่าครองชีพ การต่อต้านรัฐประหารปี 2564 ได้สะสมการต่อสู้จากการนัดหยุดงานของสาขาอาชีพต่าง ๆ จนระเบิดออกมาเมื่อเดือนมิถุนายน 2565 ด้วยมวลชนบนท้องถนนนับแสน ณ กรุงคาร์ทูม เมืองหลวงแห่งซูดาน โดยมี สหภาพแรงงานวิชาชีพแห่งซูดาน (Sudanese Professionals Association) เป็นกำลังหลักในการต่อต้าน “รัฐบาลเปลี่ยนผ่าน” ซึ่งประกอบไปด้วยผู้นำทางทหาร และกลุ่มอดีตนักกิจกรรมประนีประนอม

ทั้ง ๆ มีการปราบปรามที่ใช้ทั้งปืนฉีดน้ำ แก๊สน้ำตา และกระสุนจริง มวลชนได้ตั้ง เครือข่ายประสานงานคณะกรรมการการประท้วงแห่งเมืองคาร์ทูม โดยมีโครงสร้างประชาธิปไตยภายใน โดยมีตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้งจาก 15 รัฐ มีการสร้างสิ่งกีดขวางเพื่อป้องกันการสลายการชุมนุม มีการถกเถียงถึงการปกครองตนเองใหม่ ๆ ตัวอย่างเช่น “โรงละครปฏิวัติ” และกิจกรรมทางวัฒนธรรมอื่น ๆ

นับตั้งแต่ที่นายพลอัลบูร์ฮาน เป็นหัวหอกในการรัฐประหาร และจัดตั้งรัฐบาลเปลี่ยนผ่าน โดยมี นายพลมูฮาเม็ด ฮัมดัน ดากาโล หรือ เป็นที่รู้จักในชื่อ “เฮเมติ” ผู้นำกองกำลังกึ่งทหาร “กองกำลังสนับสนุนเคลื่อนที่เร็ว” (Rapid Support Force) ซึ่งหลังการรัฐประหาร อัลบูร์ฮานและเฮเมติ ต่างแข่งอิทธิพภายในกองทัพ โดยอัลบูร์ฮานพยายามควบรวมกองกำลังกึ่งทหารจากภายใน 10 ปี เป็น 2 ปี เพื่อรักษาความมั่งคั่งของตนและชนชั้นนำไว้ ส่งผลทำให้เกิดการปะทะกันระหว่างทั้งสองฝ่าย

เฮเมติฟอกขาวตนเอง ด้วยการวางท่าทีว่าเป็นนักประชาธิปไตยเกิดใหม่และออกมายอมรับว่าการรัฐประหารเป็นสิ่งผิดพลาด แน่นอนว่าไม่มีทางไว้วางใจคำของอันธพาลติดอาวุธได้ ซึ่งด้านที่ดีด้านหนึ่งของคณะกรรมการการประท้วง คือ การยืนกรานเสมอว่า “ไม่เจรจา ไม่ร่วมมือ และไม่ให้ความชอบธรรมแก่ผู้ก่อรัฐประหาร” แต่สิ่งที่น่ากังวล คือประกาศจากคณะกรรมการฯ ในทวิตเตอร์: “พลเมืองทุกคนควรใช้ที่พักพิงที่ปลอดภัยที่ใกล้ที่สุด หากจำเป็น” “เส้นทางสู่ความมั่นคงคือการบรรลุข้อเรียกร้องของการปฏิวัติด้วยการโค่นล้มคณะรัฐประหาร รวมกองทัพให้เป็นปึกแผ่น และจัดตั้งกองทัพแห่งชาติมืออาชีพเพียงหนึ่งเดียวที่สามารถปกป้องแผ่นดินได้” นี่คือบททดสอบใหญ่ของมวลชนซูดาน

แต่การผลักดันให้กองทัพ “เป็นปึกแผ่น” หรือ “มืออาชีพ” คือการสร้างภาพลวงตาว่ากลุ่มทหารจะสามารถออกมาอยู่ฝ่ายประชาชนภายในกองกำลังของรัฐได้ เช่นเดียวกับการหวังพึ่งทหารแตงโม หรือตำรวจแดง ที่จะออกมาอยู่ข้างประชาธิปไตยภายในกลไกการปราบปรามของรัฐ จากการต่อสู้ของพี่น้องขบวนการเสื้อแดง หมายความว่า เราไม่สามารถหวังพึ่งหรือประนีประนอมกับพวกนายพลหรือนายทหารได้ สำหรับในซูดานแล้ว ขบวนการต่อต้านรัฐประหารจะต้องแข็งขันมากขึ้นและเป็นศูนย์กลางอำนาจทางการเมืองแทนอัลบูร์ฮานและเฮเมตี ด้วยการนัดหยุดงานซึ่งเชื่อมโยงกับการประท้วงมวลชนพื้นฐาน สามารถเป็นช่องทางให้คณะกรรมการการประท้วงปกครองตนเองด้วยน้ำมือของพวกเขา

จากการต่อสู้ในซูดาน หมายความว่าขบวนการประชาธิปไตยในไทยจะต้องมีองค์กรที่รวบรวมนักกิจกรรมและสหภาพแรงงานต่าง ๆ ในการผลักดันพื้นที่ประชาธิปไตย ผลประโยชน์ของคนส่วนใหญ่ในสังคม ฝึกฝนการต่อต้านรัฐประหาร และจะเป็นหน่ออ่อนการบริหารสังคมแบบใหม่ โดยเฉพาะชนชั้นกรรมาชีพทุกภาคส่วนที่อยู่ใจกลางการผลิตซึ่งจะมีพลังอันมหาศาลในการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างถึงรากถึงโคน และผู้เขียนเขียนในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้ เป็นกำลังใจแก่ผู้รักความเป็นธรรมทั้งในไทยและระดับสากล


ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ