จงบดขยี้กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลให้สิ้นซาก !

โดย รุเธียร

“ทุกคนมีสิทธิที่จะเป็นเจ้าของทรัพย์สินโดยตนเอง และโดยร่วมกับผู้อื่น บุคคลใดจะถูกเอาทรัพย์สินไปจากตนตามอำเภอใจไม่ได้” คือหนึ่งในปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน แต่ในความงดงามของกฎหมายเพื่อมนุษยชาตินี้ ได้กลายเป็นรากฐานของความชอบธรรมให้กับทุนนิยมเสรีเสมอมาภายใต้มายาคติเรื่องสิทธิตามธรรมชาติในกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล เราจะเห็นได้ว่าในรอบ 2-3 เดือนที่ผ่านมา มีการประท้วงใหญ่ผุดขึ้นในหลายประเทศ ทั้งในกรีซ อิสราเอล โปรตุเกส จนถึงฝรั่งเศส จากปัญหาปากท้องและความไร้ยางอายของรัฐบาลที่ไม่เคยยี่หระต่อพลเมืองของตนอย่างแท้จริง ในไทยเองก็กำลังร้อนแรงจากค่าไฟฟ้าผันแปรหรือค่า FT ที่ถูกปรับขึ้นเพื่อคงฐานะทางการเงินของการไฟฟ้าซึ่งเป็นปัญหามาจากการที่รัฐบาลต้องซื้อพลังงานไฟฟ้าจากกิจการเอกชนถึง 70% ผนวกกับหนี้สินที่เกิดจากค่าพร้อมจ่าย รัฐบาลรุ่นต่อรุ่นก้มหัวให้เสรีนิยมใหม่ เชือดเฉือนกรรมสิทธิ์ส่วนรวมสาธารณะออกขายเพื่อจูงใจการลงทุนของเอกชนแต่กลับโยนภาระให้ประชาชนเป็นผู้รับผิดชอบแทน ปรากฏการณ์เหล่านี้คือภาพสะท้อนของสังคมชนชั้นซึ่งวางรากฐานอยู่บนกรรมสิทธิ์ที่ไม่เคยเป็นของผู้ใช้แรงงานอย่างแท้จริง

กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล หรือ กรรมสิทธิ์เอกชน (Private property) โดยนิยามทางกฎหมายคือความเป็นเจ้าของในทรัพย์สินของเอกชนและนิติบุคคล และในทางปฏิบัติแล้วคือทรัพย์สินที่สามารถใช้เพื่อแสวงหากำไรได้ ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน เครื่องจักร ที่ดิน หรือแม้แต่ทรัพย์สินทางปัญญา สิ่งเหล่านี้แตกต่างจากกรรมสิทธิ์ส่วนตัว (Personal property) ที่ไม่ได้มีไว้เพื่อการแสวงหากำไรแต่มีไว้เพื่อการอุปโภคบริโภค และทรัพย์สินเอกชนดังกล่าวจะไม่อาจคงอยู่ได้เลยถ้าไม่มีสถาบันอย่างรัฐ กฎหมาย และอุดมการณ์คอยค้ำจุนมันไว้ รัฐและตุลาการอาจถูกวาดภาพในฐานะที่เป็นกลางลอยตัวอยู่เหนือความขัดแย้ง แต่เราจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าในทุก ๆ ครั้งที่ชนชั้นกรรมาชีพไม่อยู่กับร่องกับรอย สถาบันที่เป็นกลางเหล่านี้ย่อมอยู่เคียงข้างชนชั้นนำเสมอผ่านการใช้ความรุนแรงของอำนาจตำรวจและทหาร ไม่ว่าจะในระบอบเผด็จการหรือเสรีนิยมประชาธิปไตยก็ตาม และเช่นเดียวกันกับกฎหมาย Evgeny Pashukanis นักทฤษฎีกฎหมายโซเวียต มองว่า แก่นแท้ของมันคือปรากฎการณ์ของตลาดแลกเปลี่ยนสินค้าที่ถูกควบคุมโดยชนชั้นนายทุน เป็นโครงร่างสถิตย์ที่ซึ่งปัจเจกชนถูกลดฐานะกลายเป็นผู้ซื้อและผู้ขายที่ต่างเผชิญหน้ากันบนสมมติฐานอันหลอกลวงของความเสมอภาคเบื้องหน้าบัลลังก์ตุลาการ โดยสรุป พวกมันรับใช้นายทุน!

ในสังคมทุนนิยมสมัยใหม่ ชนชั้นกรรมาชีพแตกสลายมาจากชนชั้นไพร่แบบเดิมที่ถูกแยกขาดออกจากปัจจัยการผลิต กรรมสิทธิ์หรือทรัพย์สินของพวกเขาตกไปอยู่ในมือของคนอื่นคือชนชั้นนายทุน ปัจเจกชนกลายเป็นแรงงานเสรีที่ต้องแลกเปลี่ยนพลังแรงงานของตนเองกับเงินค่าจ้างเบื้องหน้า เสรีภาพจอมปลอมที่จะอยู่หรืออดตาย “ผู้ซื้อพลังแรงงานขยับตัวแปลงร่างเป็นนายทุนก้าวเดินเชิดหน้าไป ผู้เป็นเจ้าของพลังแรงงานได้กลายเป็นกรรมกรของเขาติดสอยห้อยตามอยู่ข้างหลัง ฝ่ายแรกยิ้มแย้มแจ่มใสจิตใจฮึกเหิม ฝ่ายหลังตัวสั่นงันงก หวาดหวั่นพรั่นพรึง คล้ายกับขายเนื้อหนังตนเองไปในตลาด มีอนาคตอยู่เพียงอย่างเดียว — ถูกคนเขาแล่เนื้อเถือหนัง” ชนชั้นกรรมาชีพที่มีชีวิตอยู่เพียงเพื่อขายแรงงานของตนเองแลกกับการอยู่รอด แต่แฝงไปด้วยพลังมหาศาลที่จะทำลายทั้งโครงสร้างลงและบันดาลสังคมใหม่ที่เท่าเทียม พันธกิจของพวกเราคืออะไร มาร์กซ์เขียนไว้อย่างชัดเจนในแถลงการณ์พรรคฯ ว่า “ชาวพรรคคอมมิวนิสต์จะสรุปทฤษฎีของตนขึ้นเป็นคำคำเดียวได้ดังนี้คือ ทำลายระบอบกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล” นั่นคือ เราต้องทวงคืนกรรมสิทธิ์ส่วนรวม บดขยี้กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลให้สิ้นซาก !


ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ