โดย กองบรรณาธิการ
ผู้คนเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงบทบาทสมาชิกวุฒิสภา 250 คนที่จะออกมาร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีที่มาจากพรรคชนะการเลือกตั้งอันดับ 1 และเตรียมพร้อมลงถนนกดดัน หาก ส.ว.ลากตั้งเหล่านี้หลีกเลี่ยงที่จะไม่ปฏิบัติตามเจตนารมย์ของประชาชนและเคารพการตัดสินใจเสนอชื่อผู้นำรัฐบาลของพรรคร่วมรัฐบาล 313 ที่นั่ง
เมื่อใดที่ได้รัฐบาล ก็เป็นเวลาของฝ่ายประชาธิปไตยที่จะรื้อรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพื่อลดอำนาจการปกครองของประชาชน แล้วเพิ่มอำนาจสร้างรัฐเผด็จการที่กำเนิดจากปลายกระบอกปืนขึ้นมาแทนประชาธิปไตย อันประกอบด้วย ชนชั้นนำ ทหาร ระบบราชการ องค์กรอิสระ เช่น ศาล ปปช. กลไกปราบปรามของรัฐ กลไกเผยแพร่อุดมการณ์อนุรักษ์นิยม ทุนนิยมให้ครอบงำเศรษฐกิจการเมือง ยกเลิก สว.ลากตั้ง ยกเลิกนายกรัฐมนตรีคนนอก เพื่อป้องกันการมีนายกรัฐมนตรีทหารหรือคนของทหาร หรืออภิสิทธิ์ชน ทั้งระบบการเลือกตั้งที่เต็มไปด้วยเงื่อนไขมากมาย ตั้งแต่การจดทะเบียนพรรคการเมืองที่เป็นอุปสรรคต่อคนจน ทำให้ตัวแทนของประชาชนเข้าสู่สภายากลำบากขึ้น
นอกจากนี้ ต้องยกเลิกมาตราที่กำหนดให้ “ยุทธศาสตร์แห่งชาติ 20 ปี” ที่ร่างโดยพรรคพวกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผูกพันกับนโยบายรัฐ ทำให้ยุทธศาสตร์แห่งชาตินี้เป็นเครื่องมือของฝ่ายอนุรักษ์นิยมในการสืบทอดและแช่แข็งนโยบาย ไม่ให้รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งมีเสรีภาพที่จะกำหนดนโยบายเองตามความต้องการของประชาชน ซึ่งหากรัฐบาลไม่ทำตาม ศาลรัฐธรรมนูญสามารถถอดถอนนักการเมือง หรือ “วีโต้” นโยบายของรัฐบาลที่ศาลรัฐธรรมนูญตีความว่า “ไม่ตรงกับยุทธศาสตร์แห่งชาติ” และ ปปช.มีอำนาจดำเนินคดีกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งได้
อีกทั้งในเนื้อหาของยุทธศาสตร์ชาติ รัฐได้สร้างโมเดลความร่วมมือพัฒนาประเทศ ที่เรียกว่า ประชารัฐ ระหว่างรัฐราชการ นักวิชาการและนายทุนบรรษัท เช่น โครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) โดยไม่มีสมการประชาชนหรือแรงงานเข้าไปมีส่วนร่วม
ที่สำคัญ ต้องยกเลิกมาตรา 279 ที่เป็นหลักประกันให้ คสช. ลอยตัว ไม่ต้องรับผิดจากการทำรัฐประหาร และกำหนดให้การกระทำทุกอย่างของ คสช.ไม่ขัดรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ และรับรองให้ประกาศและคำสั่งของ คสช. ยังมีผลใช้บังคับอยู่ต่อไป และเมื่อยกเลิกมาตรานี้แล้ว เราสามารถจัดการกับผลกระทบที่เกิดจากบริหารด้วย ม.44 ที่ผ่านมาของรัฐบาลเผด็จการ คสช. เอาผิดกับรัฐที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนให้ได้
ภายใต้ร่มของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อกำเนิดรัฐบาลที่นำโดยประยุทธ์ จันทร์โอชา สืบทอดอำนาจรัฐประหาร คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยเรื่อยมา ก่อให้เกิดบรรยากาศแห่งความกลัว ด้วยกฎหมายความมั่นคง อิทธิพลของเจ้าหน้าที่รัฐอันธพาลที่จับกุมคุมขังนักต่อสู้เพื่อสิทธิ การครอบงำเศรษฐกิจ อำนาจนอกกฎหมาย และสร้างความยากจน
ดังนั้นจึงมีหลายเรื่องที่ฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องทวงคืนความยุติธรรม สิ่งที่ควรต้องเปลี่ยนแปลงคือ โครงสร้างการเมืองส่วนบน สถาบันการเมืองการปกครองต้องถูกปฏิรูปให้ยึดหลักอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน ขจัดอำนาจ บทบาทของทหารและอภิสิทธิ์ชนไม่ให้แทรกแซงการเมือง ลงโทษผู้ก่อรัฐประหาร เพิ่มกลไกตรวจสอบหน่วยงานรัฐ ป้องกันการทุจริต โดยที่เราต้องมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ และรณรงค์สร้างพื้นที่เสรีภาพในการแสดงออก สิทธิประโยชน์ของคนจน ลดความเหลื่อมล้ำ ที่ขบวนการประชาธิปไตยและขบวนการแรงงานสามารถทำได้ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีการสื่อสารทันสมัยจะเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสื่อสารภายในองค์กร สื่อสารต่อสาธารณชน รวมกลุ่มจัดตั้งและเคลื่อนไหว

