ทำไมเราควรพูดถึงเศรษฐศาสตร์การเมือง ?

โดย ชัยศูทร สากลนิยม

ปัญหาที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 21 ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะพูดถึงปัญหาของระบบเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และสิ่งแวดล้อม อย่างไรก็ตาม การพูดถึงเศรษฐกิจถูกลดทอนเหลือเพียงแค่ปัญหาเชิงเทคนิคมากกว่าเชิงโครงสร้างและนโยบาย เมื่อใดก็ตามที่มีการพูดถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง ชนชั้นปกครองมักจะแก้ตัวว่า พวกเขากำลังแก้ไขปัญหาโครงสร้าง ลดความหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจแต่ในความเป็นจริงแล้วพวกเขาไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากกอบโกยประโยชน์จากพวกเรา ดังนั้นเราต้องพูดถึงเศรษฐศาสตร์การเมืองในเชิงโครงสร้างให้ได้ เพราะนั่นคือ ใจกลางปัญหาความเหลื่อมล้ำและโครงสร้างในปัจจุบัน

เศรษฐศาสตร์การเมืองแบบทุนนิยมกำลังทำให้มนุษย์มุ่งหวังจะเป็นผู้ประกอบการ และแสวงหาความสำเร็จ โดยปล่อยให้เศรษฐศาสตร์การเมืองเป็นเรื่องของนักวิชาการ ดังนั้น เศรษฐศาสตร์การเมืองเป็นเรื่องไกลตัว และนำไปสู่การสร้างแนวคิดว่า หากเราต้องการประสบความสำเร็จ เราต้องพัฒนาตัวเอง เริ่มที่ตัวเอง (โดยต้องทรมานตัวเองก่อนถึงประสบความสำเร็จ) เราต้องดิ้นรนมากมายเพื่อประสบความสำเร็จโดยไม่มีสิ่งรองรับยามเราล้มเหลว คือไม่มีรัฐสวัสดิการ ไม่มีการประกันสุขภาพถ้วนหน้า ไม่มีการจัดสรรที่อยู่อาศัย เป็นต้น เนื่องจาก นักวิชาการเสรีนิยมมักอ้างว่า การเก็บภาษีคนรวยไปสร้างเครื่องมือรับประกันคุณภาพชีวิตของคนหมู่มาก จะทำให้คนขี้เกียจและรอแต่ความช่วยเหลือจากรัฐ ซึ่งเท่ากับว่ารัฐโยนภาระให้คนจนต้องดูแลตัวเองทั้งที่ๆมูลค่าส่วนเกินในโลกนี้มาจากการผลิตของชนชั้นกรรมาชีพ  ในระบบทุนนิยมเมื่อเราล้มเหลว เรากลับโทษตนเองว่า ตัวเรานั้นยังดีไม่พอ ยังเก่งไม่พอ เช่น เมื่อเราพยายามสะสมผลงานเพื่อเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ โดยลงแรงและลงทุนจำนวนมาก แต่ไม่มีสิทธิ์เข้าศึกษา เพราะผลงานไม่ต้องตากรรมการเท่าคนมีชื่อเสียงที่มีต้นทุนและความมั่นคงมากกว่าเรา เราจึงโทษตนเองตามที่ได้กล่าว นอกจากนี้ เราต้องพึ่งพาการผ่อนเงิน รวมไปถึงการกู้ยืมจนเกิดภาระหนี้สิน สังคมทุนนิยมย่อมโทษเราว่า การเป็นหนี้และความล้มเหลวของเราคือเสรีภาพในการใช้ชีวิตของเราเอง และรัฐไม่ควรช่วยเหลือ เพราะกำลังสอดส่องและละเมิดเสรีภาพของปัจเจกชน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว การที่มีผู้คนล้มเหลว เจ็บปวด และเป็นหนี้สิน นั่นก็เพราะ รัฐของชนชั้นนายทุนล้มเหลวในการดูแลประชาชน รัฐไม่มีเครื่องมือรับประกันความมั่นคงในชีวิต และสมยอมให้ถูกขูดรีดโดยใช้ความสำเร็จของนายทุนมาหลอกล่อเป็นปัญหาเศรษฐศาสตร์การเมือง ทั้งที่ความเป็นจริงมันพิสูจน์ได้เป็นเวลานานแล้วว่า นายทุนมั่งคั่งจากการรังสรรค์มูลค่าของกรรมาชีพ แต่พวกเขาตอบแทนกรรมาชีพด้วยการขโมยมูลค่าส่วนเกินไป  ปัญหานี้สะท้อนว่า เศรษฐศาสตร์การเมืองอยู่ใกล้ตัวพวกเรามากกว่าที่คิด แต่เมื่อพวกเราตั้งคำถามต่อ โครงสร้างทางเศรษฐกิจและการเมือง ก็จะถูกห้ามปรามว่า อย่าละเมิดสิทธิเสรีภาพทางความคิดของนักวิชาการ นักการเมือง และนายทุน ทั้งที่คนเหล่านี้ควบคุมชะตาชีวิตของคนจำนวนมาก และก่อปัญหาการทุจริตในระบบการเมืองเพื่อให้นายทุนมีอิทธิพลครอบงำสังคม เราจะเห็นว่า พวกเขาบอกให้เราใช้เสรีภาพของเราอย่างเต็มที่ แต่เมื่อเราใช้เสรีภาพของเราตั้งคำถามต่อโครงสร้างทางการเมือง พวกเขาก็จะไม่ยอมให้ตั้งคำถาม ซึ่งสะท้อนว่า เรากำลังแตะโครงสร้างทางเศรษฐกิจของกลุ่มคนเหล่านั้น เราต้องกล้าตั้งคำถามถึงการขูดรีดของทุนนิยม การผูกขาดทางการเมืองและเศรษฐกิจของกลุ่มคนหยิบมือเดียว และการลอยนวลความผิดของพวกเขาต่อปัญหาสังคมที่มีระบบทุนนิยมอยู่เบื้องหลัง เพื่อให้แก้ปัญหาได้ตรงประเด็นและทวงคืนโครงสร้างทางการเมืองที่มีความเท่าเทียมกันได้อย่างแท้จริงกลับมาสู่อ้อมอกของเรา

เราจำเป็นต้องพูดถึงเศรษฐศาสตร์ การเมืองที่กำหนดการใช้ชีวิตของเราและมีกลุ่มคนเพียงหยิบมือเข้ามาพรากไปเป็นของตนโดยกล่าวว่า นี่คือทรัพย์สินและกรรมสิทธิ์ของพวกเขา พวกเขามีเสรีภาพในทรัพย์สินนั้น ท้้งที่ความเป็นจริงแล้ว มันมาจากแรงของชนชั้นกรรมาชีพทั้งมวล นี่คือพลังที่ยังรอคอยการนำมาใช้โดยมวลชนเพื่อเจตจำนงของเรา

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ