ทำไมทุนนิยมถึงเป็นสาเหตุของการเกิดโรคระบาดโควิด-19

โดย โปรตอน สาขารามคำแหง

              บทความนี้มุ่งตอบคำถามว่า ทำไมนักสังคมนิยมมองว่า โรคระบาดโควิด-19 มีสาเหตุมาจากวิถีการผลิตในระบบทุนนิยม

สมมติฐานถึงที่มาของโควิด-19

              เชื้อไวรัส SARS-CoV-2 ซึ่งเป็นเชื้อก่อโรคโควิด-19 ถูกพบครั้งแรกในผู้ป่วยที่มีอาการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม ปี 2019 ที่เมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ตอนกลางของประเทศจีน ซึ่งมีสมมติฐานทางวิทยาศาสตร์มากมายถึงต้นกำเนิดของโรคโควิด-19 รายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) เมื่อปี 2020 ได้ข้อสรุปถึงความเป็นไปได้ของข้อถกเถียงเรื่องที่มาของโรคระบาดนี้ 4 แนวทาง คือ
1. สมมติฐานเรื่องการแพร่กระจายจากสัตว์ต้นตอสู่มนุษย์โดยตรง เป็นแนวทางที่มีความน่าเชื่อถือเป็นไปได้ เพราะมีการค้นพบยีนของไวรัสโคโรน่าที่คล้ายกับไวรัส SARS-CoV-2  อยู่ในตัวค้างคาว
2. สมมติฐานเรื่องการแพร่เชื้อผ่านสัตว์ตัวกลางสู่มนุษย์ มีความน่าเชื่อถือเป็นไปได้สูง 3. สมมติฐานเรื่องการแพร่เชื้อจากห่วงโซ่อาหารแช่แข็งสู่มนุษย์ มีความเป็นไปได้
4. สมมติฐานเรื่องเชื้อไวรัสหลุดจากห้องทดลองซึ่งเป็นทฤษฎีสมคบคิดที่ได้รับความนิยมในหมู่ฝ่ายขวาตะวันตก ไม่น่าเป็นไปได้อย่างยิ่ง

              สำหรับสมมติฐานข้อ 4 เหตุผลทางการเมืองในหมู่ฝ่ายขวาตะวันตกมีส่วนสำคัญต่อการเกิดแนวคิดเรื่องไวรัสหลุดจากห้องทดลองนี้ เพราะเข้ากันได้กับแนวคิดชาตินิยม ฝ่ายขวาหลายคนตำหนิรัฐบาลจีนว่าเป็นต้นเหตุเป็นความจงใจของโดนัลด์ ทรัมป์ที่จะเรียกไวรัสชนิดนี้ว่าไวรัสอู่ฮั่น ซึ่งนำไปสู่แนวคิดเหยียดเชื้อชาติเกิดความเกลียดชังชาวเอเชียทั่วสหรัฐฯ หลายเหตุการณ์รุนแรงจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายคนเชื้อสายเอเชียด้วย การตำหนิเพียงมิติวัฒนธรรมเช่นนี้ สุดท้ายมักนำไปสู่การเหยียดชาติพันธุ์ ปีเตอร์ หลี่ แห่งมหาลัยฮูสตันดาวน์ทาวน์ กล่าวว่า คนจีนโดยทั่วไปไม่ได้มีธรรมเนียมบริโภคสัตว์ป่าหายาก การบริโภคสัตว์ป่านั้นเริ่มมาจากสถานการณ์ความอดอยากในจีนสมัยทศวรรษที่ 1960 ที่คนจีนในชนบทหันมาจับสัตว์ป่าเพื่อเลี้ยงและบริโภคเป็นอาหาร เขากล่าวว่า อุตสาหกรรมค้าขายเนื้อสัตว์ป่าในปัจจุบันมาจากการโฆษณาเรื่องสรรพคุณปลอม ๆ โดยนายทุนเพื่อดึงดูดผู้บริโภค อุตสาหกรรมค้าขายเนื้อสัตว์ป่าทำกำไรมหาศาลในจีน แม้รัฐบาลจะห้ามการล่าสัตว์ป่าเพื่อการค้าหลังจากการระบาดของโรคซาร์สในปี 2003 แต่ธุรกิจอุตสาหกรรมการเพาะเลี้ยงสัตว์ป่ายังคงเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายในจีน จะเห็นได้ว่า “กลไกตลาด” ของธุรกิจนี้กำลังพามนุษย์เสี่ยงต่อโรคอุบัติใหม่อยู่ตลอดเวลา

การผลิตแบบทุนนิยมคือสาเหตุของการเกิดโรคระบาด

         สื่อกระแสหลักมักให้เหตุผลกับการอุบัติขึ้นของวิกฤตโรคระบาดแบบแยกส่วนระหว่างปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นกับระบบการผลิต เช่น การอธิบายว่าโรคระบาดเหล่านี้เป็นภัยพิบัติที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติที่บังเอิญเกิดขึ้นในยุคสมัยของเรา หรือใช้ทฤษฏีสมคบคิดข้างต้น ในขณะที่นักสังคมนิยมมีคำอธิบายที่ครอบคลุมกว่า คือ เริ่มต้นจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ ไม่มองมนุษย์เป็นเพียงเหยื่อของภัยพิบัติตามธรรมชาติ ไม่แยกมิติการผลิตออกจากการวิเคราะห์ปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม และวิเคราะห์ความเปลี่ยนแปลง (ปรากฎการณ์) จากการมองหาความขัดแย้งในภาพรวมของโลก นั่นคือหลักการ “วัตถุนิยมประวัติศาสตร์ และวัตถุนิยมวิภาษณ์วิธี” ซึ่งจะเป็นหลักการที่บทความนี้ใช้วิเคราะห์คำถามที่ว่าทำไมระบบทุนนิยมถึงเป็นสาเหตุสำคัญให้เกิดการระบาดของโควิด ​

​          สังคมมนุษย์นั้นมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคระบาดอุบัติใหม่มาตั้งแต่ก่อนระบบทุนนิยม อย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ของโรคระบาดในอดีตก่อนสังคมทุนนิยมไม่สามารถเป็นข้อแก้ตัวให้กับระบบทุนนิยมได้ สถิติการเกิดขึ้นของโรคอุบัติใหม่สูงสุดในทศวรรษที่ 1980 ในบรรดาโรคอุบัติใหม่ทั้งหมดเป็นโรคติดเชื้อจากสัตว์สู่คนถึงร้อยละ 60.3 นอกจากนี้ร้อยละ 71.8 ของโรคอุบัติใหม่ที่มาจากการติดเชื้อจากสัตว์สู่คนเป็นการติดเชื้อโรคที่มีต้นกำเนิดมาจากสัตว์ป่า การผลิตในระบบทุนนิยมจึงไม่สามารถรอดพ้นจากการเป็นตกจำเลยของสังคมได้ สาเหตุสำคัญให้เกิดการระบาดของโควิด-19 สองประเด็น คือ 1) อุตสาหกรรมปศุสัตว์ขนาดใหญ่ และ 2) การรุกรานธรรมชาติอย่างบ้าคลั่ง

​          กล่าวคือ ในระบบทุนนิยมส่งเสริมอุตสาหกรรมปศุสัตว์ขนาดใหญ่ที่นำสัตว์เลี้ยงที่มีลักษณะทางพันธุกรรมใกล้เคียงกันมาอยู่รวมกันในลักษณะนี้ถือเป็นการเพิ่มโอกาสให้ไวรัสตัวใดตัวหนึ่งที่สามารถเอาชนะลักษณะทางพันธุกรรมร่วมของสัตว์ในฟาร์มสามารถขยายตัวอย่างรวดเร็ว อีกทั้งความแออัดและฝูงปศุสัตว์ขาดภูมิคุ้มกันก็ยิ่งเพิ่มโอกาสให้เกิดวิวัฒนาการของไวรัสที่อาจกลายพันธุ์กลายเป็นเชื้อไวรัสที่สามารถแพร่จากสัตว์สู่คนได้ เช่น การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ H1N1 ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในฟาร์มหมูของสหรัฐฯ เมื่อปี 2009 และการระบาดของไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N1 ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในฟาร์มไก่ของไต้หวันเมื่อปี 2012 เป็นต้น  นอกจากนี้ การรุกรานธรรมชาติอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะเป็นการล่าสัตว์ในป่าลึกเพื่อสนองตลาด รวมถึงอุตสาหกรรมการเกษตรเชิงเดี่ยวที่เข้าแทนที่พื้นที่ป่าไม้ ส่งผลให้มีโอกาสที่เชื้อโรคจะกระโดดจากสัตว์ป่าสู่คนเพิ่มขึ้น การทำลายความหลากหลายทางชีวภาพในป่าลึก รวมถึงการเกิดสภาวะโลกร้อน นักวิทยาศาสตร์ยืนยันแล้วว่า วิกฤตสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงของโลกยังส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของโรคระบาดอุบัติใหม่ด้วย

​          ในศตวรรษที่ 21 อุตสาหกรรมปศุสัตว์ได้ย้ายฐานการผลิตไปยังซีกโลกใต้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากทุนโลกาภิวัตน์สามารถลดต้นทุนด้านค่าจ้างแรงงานและราคาที่ดิน ผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงในซีกโลกใต้นี้คือ เครือข่ายการผลิตและการค้าสินค้าการเกษตรระดับสากลแห่งใหม่นี้เป็นตัวเร่งให้เกิดการเคลื่อนย้ายของไวรัสระหว่างสัตว์ที่นำเข้ามาจากบรรษัทข้ามชาติกับสัตว์ท้องถิ่น (ทั้งสัตว์ป่าและสัตว์เลี้ยง) โลกาภิวัตน์ทำให้เชื้อไวรัสเหล่านี้เคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง นำไปสู่การเพิ่มโอกาสในการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัสในสัตว์ซึ่งอาจนำไปสู่เชื้อไวรัสชนิดใหม่ที่สามารถแพร่จากสัตว์สู่คนได้ นอกจากนี้ การรุกรานธรรมชาติอย่างบ้าคลั่ง ทำให้แหล่งที่มาของเชื้อโรคดึกดำบรรพ์ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่เฉพาะพื้นที่ห่างไกลจากตัวเมืองอีกต่อไป เมืองที่ขยับเข้าใกล้ป่ามากขึ้น และการผลิตที่รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ป่าลึกขึ้น เพิ่มความเสี่ยงที่เชื้อโรคจากป่าลึกมีโอกาสจะแพร่เข้าสู่ผู้คนในเมืองได้ภายในไม่กี่วัน

           ในส่วนของอุตสาหกรรมการค้าสัตว์ป่าในจีน การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจนี้ได้สร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการค้าสัตว์ป่าพัฒนาอุตสาหกรรมเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าซึ่งเป็นการกระทำอย่างถูกกฎหมาย แต่การผลิตก็ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ผลกำไรมหาศาลในอุตสาหกรรมนี้ชักนำผู้ประกอบการให้ต้องลักลอบล่าสัตว์ในป่าลึกเพื่อตอบสนองต่อความต้องการตลาด ดังนั้น มันไม่ใช่การวิเคราะห์อย่างลอย ๆ แต่ประการใดที่จะกล่าวว่าการกลายพันธุ์ของไวรัสนี้อาจเกิดขึ้นในฟาร์มสัตว์ป่า ไม่ก็มาจากการล่าสัตว์ในป่าลึกเพื่อสนองตลาด

         การวิพากษ์ระบบทุนนิยมของนักสังคมนิยมไม่ได้หมายความว่า นักสังคมนิยมต้องการให้โลกต้องหวนกลับสู่ยุคสังคมบุพกาล สิ่งนี้เป็นเรื่องเพ้อฝันไร้สาระและขัดแย้งกับวิทยาศาสตร์สังคม นักสังคมนิยมวิเคราะห์โลกอย่างเป็นวิทยาศาสตร์และไม่ได้ต่อต้านการพัฒนา แต่เราปรารถนาจะให้โลกพัฒนาขึ้นและหลุดพ้นจากระบบอันป่าเถื่อน ระบบที่คนไม่กี่คนกอบโกยกำไรขณะที่สาธารณชนต้องคอยรับความเสี่ยงจากธุรกิจของพวกเขา ดังนั้น การผลิตที่คำนึงถึงส่วนรวมจะไม่มีวันเกิดขึ้นใต้ระบบเศรษฐกิจทุนนิยม  ทางรอดของมนุษยชาติคือการล้มระบบทุนนิยม ยกเลิกการผลิตที่ทำลายสิ่งแวดล้อมและเสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาด เปลี่ยนระบบการผลิตที่ควบคุมโดยชนชั้นนายทุนไปสู่การผลิตที่ควบคุมโดยคนส่วนใหญ่และเพื่อคนส่วนใหญ่นั่นเอง

อ้างอิง
1. กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (11 มีนาคม 2020). โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019.
2. Kate E. Jones, Nikkita G. Patel, et al. (2008). Global trends in emerging infectious diseases. in Nature, Vol.451, 990-994
3. Uneven Earth. (March 12, 2020). Where did coronavirus come from, and where will it take us? An interview with Rob Wallace, author of Big Farms Make Big Flu.

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ