จีดีพี โตแล้ว ไปไหน

โดย แล้วพลอยไพลินจะเป็นไหม

​         GDP หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ เครื่องมือทางเศรษฐกิจที่เราคุ้นหู นำมาวัดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศหนึ่ง ๆ ส่วนหนึ่งก็ยึดเอาค่าของตัวเลขนี้มาเป็นตัวชี้วัดความก้าวหน้าของประเทศ ทำให้เกิดการแข่งขันเพื่อผลักดันตัวเลขดังกล่าวอย่างเอาเป็นเอาตาย  มีแนวคิดมากมายของความสัมพันธ์ของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และ ปัญหาความไม่เท่าเทียม นักวิชาการเลื่องชื่อ ไซมอน คูซเนตส์ (Simon Kuznets) เจ้าของทฤษฎีที่ว่าเมื่อเศรษฐกิจเติบโตไปถึงจุดหนึ่ง ความเหลื่อมลํ้าในสังคมจะลดลง  “ความสัมพันธ์ของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียม เป็นหัวใจสำคัญทางเศรษฐศาสตร์การพัฒนา” หรือ นักวิชาการคนอื่น ๆ ในสายเศรษฐศาสตร์กระแสหลัก “การแก้ปัญหาความยากจนควรมุ่งเน้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ”, “ผู้มีอำนาจในการกำหนดนโยบายควรให้ความสำคัญกับความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอันดับแรก และอัตราความยากจนจะลดลงเป็นผลตามมา” แนวคิดเหล่านี้ถูกให้ความสำคัญจนกลายมาเป็นเป้าหมายการพัฒนาแห่งสหัสวรรษ (MDGs) ในช่วงปี พ.ศ. 2543-2558

         ​ผู้นำทางการเมืองต่างพากันคิดไปเองว่า การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นจะเป็นผลดีต่อคนจน ไร้ซึ่งการคำนึงถึงบริบทที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ จนหลายทศวรรษผ่านไป เศรษฐกิจที่เติบโตจากการยัดผลประโยชน์จากการผลิตโดยกรรมาชีพทั่วโลกใส่มือเจ้าของปัจจัยการผลิตไม่กี่กลุ่ม กลับไม่ได้ทำงานสัมพันธ์กับการลดความเหลื่อมลํ้าอย่างที่นักวิชาการเหล่านั้นเคยเพ้อฝัน ตัวเลขการรายงานความเหลื่อมลํ้าโลกในปี 2022 สรุปได้ว่า กลุ่มคน 10% ของโลกครอบครองความมั่งคั่ง 76% มีรายได้ 52% ของรายได้ทั้งหมด และเป็นกลุ่มที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 48% หากไม่ใช่คนที่ปิดการรับรู้ตัวเองจนเกินไป ตัวเลขไม่กี่ตัวกำลังตีฆ้องร้องป่าวให้เห็นว่า ทรัพยากรเกือบทั้งโลก ถูกยึดไว้กับกลุ่มคนหยิบมือเดียว ไม่เพียงแต่ในแง่ของความมั่งคั่ง แต่รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติด้วย ความสำเร็จจากการพัฒนาเศรษฐกิจ นำมาซึ่งปัญหาเรื่องขีดจำกัดของทรัพยากรธรรมชาติ การพัฒนาอย่างยั่งยืนจึงเป็นประเด็นสำคัญในทศวรรษที่ผ่านมา มีความพยายามในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการจัดการประชุมร่วมหารือเรื่อง “ความยั่งยืน” ของผู้นำทั่วโลก ที่เดินทางโดยเครื่องบินสุดหรูส่วนตัว แห่ขบวนรถหรูรอบเมือง ประดับประดาเนื้อตัวด้วยซากสัตว์ที่ผ่านกระบวนการฆ่าเชื้อมาอย่างดี จัดงานต้อนรับและตกแต่งสถานที่ให้คลาคลํ่าไปด้วยความงดงาม จากหยาดเหงื่อและน้ำมือของแรงงานที่ได้เศษเนื้อเป็นค่าตอบแทน ทั้งหมดก็เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชากรโลกว่า เราควรจะกำจัดเวลาการใช้งานเครื่องปรับอากาศ งดการใช้ถุงพลาสติก พกแก้วนํ้าของตัวเอง ลดการใช้ยานพาหนะส่วนตัว ราวกับจะบอกว่า จงใช้ทรัพยากรอย่างกระเบียดกระเสียน เพื่อให้เรามีทรัพยากรเพียงในการจัดประชุมครั้งถัด ๆ ไป 

​         ถึงเวลาที่เราอาจจะต้องมานั่งจับเข่าคุยกันอย่างจริงจังว่า การเติบโตทางเศรษฐกิจ แท้จริงแล้วมีความสำคัญกับใคร ใครได้ประโยชน์สูงสุด มันจะช่วยแก้ปัญหาที่ความยากจน ความไม่เท่าเทียมได้อย่างที่นักคิดทั้งหลายกล่าวไว้ได้อยู่หรือไม่ เรากำลังใส่ปุ๋ยพรวนดินให้กับต้นไม้ใหญ่ที่มีรากแก้ว หรือแท้จริงแล้วเรากำลังฟูมฟักฝูงกาฝากบนต้นไม้ใหญ่

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ