โดย ช่อผกาและแพรพลอย
เมื่อวันอังคารที่ 27 มิ.ย. 2566 เป็นอีกครั้งที่กรุงปารีสลุกเป็นไฟท่ามกลางความโกรธแค้นต่อความรุนแรงของตำรวจหลังวีดีโอเผยให้เห็นวินาทีที่ตำรวจจราจรฝรั่งเศสวิสามัญเยาวชนอายุ 17 ปีที่ขับรถโดยไม่มีใบขับขี่ การจลาจลปะทุขึ้นโดยเฉพาะในเขตชานเมืองปารีสซึ่งเป็นเขตคนจนหรือเขตสลัมอย่างเมืองนองแตร์ (Nanterre) ที่นาเอล เอ็ม หลายคนอาจจะเข้าใจว่าชนวนเหตุของการกระทำเกินกว่าเหตุครั้งนี้ของตำรวจมาจากประเด็นเชื้อชาติและศาสนาเพียงอย่างเดียว
แต่อันที่จริงแล้วเหตุการณ์นี้ไม่สามารถแยกขาดจากปัญหาชนชั้นได้ โดยสาเหตุที่ทำให้ผังเมืองปารีสแบ่งออกเป็นโซนคนจนแถบชานเมืองกับคนรวย สืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนผังเมืองครั้งใหญ่ใต้รัฐบาลนโปเลียนที่ 3 ในช่วงปี 1852-1870 ที่มีเป้าหมายทั้งเพื่อความสวยงามทันสมัยและเพื่อกำราบจลาจลและป้องกันการปฏิวัติ เช่น มีการขยายขนาดถนนที่แต่เดิมมีขนาดเล็ก ทำให้ตำรวจเข้าควบคุมจลาจลได้ยากและเป็นหนึ่งในข้อได้เปรียบของคนงาน ให้ใหญ่ขึ้นเพื่อความสะดวกรวดเร็วในการส่งตำรวจเข้าสลายการชุมนุม รวมถึงการออกแบบตึกใหม่ ทำให้ค่าเช่าบ้านมีราคาแพงขึ้น เป็นเหตุให้คนงานที่เคยอาศัยอยู่ใจกลางเมืองต้องย้ายออกไปอยู่ตามชานเมืองที่บ้านเสื่อมโทรมราคาถูกและไม่มีระบบน้ำประปา และด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้นนี้ ปารีสก็กลายเป็นเมืองของชนชั้นนายทุน (อ้างอิงบทความ Haussmann ou le triomphe (toujours actuel) de la pensée bourgeoise de la ville เว็บไซต์ paris-luttes.info)
ผังเมืองแบ่งแยกชนชั้นระหว่างคนจนกับคนรวยมีให้เห็นทุกประเทศบนโลกไม่ใช่แค่ในปารีส อย่างในไทยโอกาส การศึกษา งาน และการคมนาคมที่ดีกระจุกตัวอยู่แต่ในกรุงเทพซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นปกครอง แต่ชนชั้นนายทุนนั้นขาดชนชั้นแรงงานไม่ได้ เช่น ชนชั้นนายทุนเมืองแอสเพน (Aspen) มลรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกาที่พึ่งเริ่มจะเข้าใจว่าต้องการแรงงาน หลังเมืองประสบกับปัญหาขาดแคลนแรงงานสืบเนื่องมาจากการลาออกครั้งใหญ่หลังโควิด เพราะค่าครองชีพบริเวณนั้นมีราคาแพง ขณะเดียวกันค่าแรงที่ให้กับคนงานนั้นไม่พอใช้ จนกระทั่งมลรัฐโคโลราโดตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยการสร้างบ้านราคาถูกในเมืองเพื่อดึงดูดคนงาน (อ้างอิง USA : Colorado, le retour de la lutte des classes, ช่อง ARTE)
การแบ่งแยกที่อยู่อาศัยของคนรวยและคนจนออกจากกันด้วยผังเมือง ยิ่งดึงวิถีชีวิตของของคนต่างชนชั้นออกห่างจากกัน ทำให้ไม่มีพื้นที่ตรงกลางที่คนต่างชนชั้นได้เห็นตัวตน วิถีชีวิต ของคนอีกชนชั้นนึง เพื่อทำความเข้าใจชนชั้นที่แตกต่างจากตัวเอง คนร่ำรวยไม่ได้เห็นชีวิตชนชั้นแรงงานที่ดิ้นรนใช้ชีวิตทำงานหนักเพื่อเลี้ยงชีพตนเองและคนในครอบครัว ลูกคนรวยผิวขาวไม่มีโอกาสได้สัมผัสกับความทุกข์ยากที่ลูกผู้อพยพผิวสีต้องเผชิญเพราะสังคมโรงเรียนคนรวยกับคนจนถูกแบ่งแยกออกจากกัน ต่างฝ่ายต่างเป็นสิ่งแปลกแยกของกันและกัน นำไปสู่แนวคิดที่มองคนจนและคนไร้บ้านเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ไม่อยากให้มาแปดเปื้อนเมืองที่แสนน่าอยู่ของตัวเอง กดดันรัฐให้ใช้กฎหมายเพื่อผลักดันคนจน คนไร้บ้านไปให้พ้นจากสายตาตัวเอง
การแบ่งแยกพื้นที่รวย-จนแยกขาดออกจากกันด้วยผังเมืองนั้นส่งเสริมความเหลื่อมล้ำ และยิ่งซ้ำเติมปัญหาในพื้นที่ของคนจน ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสที่เท่าเทียม ทำให้อัตราการเกิดอาชญากรรมสูงขึ้นเป็นเงาตามตัวเพราะคนในพื้นที่ตรงนั้นถูกกดด้วยโครงสร้างรัฐให้จน ไม่มีวันได้ลืมตาอ้าปาก และทำให้ต้องพึ่งการมีรายได้จากธุรกิจสีดำ หลายประเทศเลือกที่จะแก้ปัญหาด้วยการออกกฎหมายพิเศษเฉพาะพื้นที่ โดยให้อำนาจตำรวจมากขึ้นในการตรวจค้นจับกุมใช้กำลังกับคนในพื้นที่ยากจน จนเกิดความตึงเครียดระหว่างตำรวจที่มองคนจนหรือเยาวชนที่เติบโตมาในเขตพื้นที่นั้นว่าเป็นอาชญากร กับคนในพื้นที่ก็ไม่ไว้วางใจตำรวจเพราะตนเองหรือคนในครอบครัวต่างเคยถูกละเมิดสิทธิ์อย่างไม่เป็นธรรม สุดท้ายความอัดอั้นที่รอวันระเบิดเหล่านี้นำมาสู่การเสียชีวิตของนาเอล เยาวชนอายุ 17 ปี และการปะทุของจลาจลในฝรั่งเศสที่ผ่านมา
ดังนั้นหนทางแก้ปัญหาจึงเลี่ยงการทำลายสังคมชนชั้นไม่ได้ ต้องเก็บภาษีคนรวยในอัตราก้าวหน้า เพื่อทำลายแนวคิดแสวงการผลกำไรสูงสุดที่เป็นหัวใจของทุนนิยม นำเงินตรงนี้มาสร้างรัฐสวัสดิการเพื่อยกระดับคนจนให้ใช้ชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อลดอาชญากรรมแทนการเพิ่มจำนวนตำรวจที่เป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ และต้องเปลี่ยนผังเมืองให้มี ‘พื้นที่ผสมผสาน’ (Mixed-Uses) เป็นเมืองที่คนทุกคนสามารถใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันได้อย่างเท่าเทียม มีความหลากหลายของการใช้งาน ทำให้เมืองมีชีวิตตลอดเวลา ไม่ควรแยกสร้างพื้นที่ที่มีการใช้งานเชิงเดี่ยว (Single-Use) เช่น มีพื้นที่ที่อยู่อาศัยแยกกับพื้นที่ทำงาน ซึ่งพื้นที่แบบนี้จะส่งเสริมให้เกิดพื้นที่เปลี่ยวที่สนับสนุนให้เกิดอาชญากรรม และสร้างพื้นที่สาธารณะเพิ่ม เช่น ห้องสมุด สวนสาธารณะ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการผสมผสานกันของคนในสังคม (Social mix)



