โดย แสงยุทธนา
ถ้าหากเราจินตนาการถึงสังคมที่ผ่านพ้นระบบทุนนิยมที่ทุกคนมีชีวิตอยู่เพื่อใช้ชีวิตจริงๆ มันคงเป็นภาพฝันหวานที่มนุษย์ทุกคนได้ไปเที่ยวและทำงานอดิเรกของตนเองได้อย่างอิ่มหนำสำราญ ไม่ต้องกังวลเรื่องของเงินและเวลาที่จะไม่พอในการเลี้ยงชีพในวันถัดๆไป ซึ่งสำหรับทุกคนแล้วนี่คงเป็นเพียงแค่ภาพในอุดมคติที่คงได้เพียงแต่คิดและฝันกลางวัน ว่าในสักวันความขยันในการทำงานจะทำให้ช่วงแบบนี้ปรากฏขึ้นมาได้จริง
หากแต่ความจริงแล้ว ใช่ว่าสังคมแบบนั้นไม่สามารถเกิดขึ้นมาได้สักทีเดียว อารอน บัสตานี(Aaron Bastani)นักมาร์กซิสต์และผู้สื่อข่าวชาวอังกฤษ ได้ให้ข้อเสนอไว้ในหนังสือชื่อ Fully Automated Luxury Communism ไว้ว่า ปัจจุบันโลกได้เข้าสู่ยุคทุนนิยมดิจิตัลอัตโนมัติ ที่ซึ่งงานในบางรูปแบบนั้นถูกแทนที่ด้วยการปฏิบัติการของปัญญาประดิษฐ์(AI)ซึ่งมีความเป็นระบบอัตโนมัติมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่นระบบการบริการของร้านสุกี้ในไทยบางร้านที่มีการใช้หุ่นยนต์ส่งวัตถุดิบในการเสิร์ฟอาหารมากขึ้น และในทางกลับกันมันได้ลดการจ้างพนักงานเสิร์ฟที่เดินไปเดินมาทั้งวันโดยที่ต้องหยุดและจะต้องจ่ายค่าแรง ค่ารักษาพยาบาล ซึ่งในส่วนนี้หุ่นยนต์มีความได้เปรียบมากกว่าแรงงานมนุษย์ เพราะพวกมันไม่จำเป็นต้องได้รับค่าแรงเฉลี่ยในทุกๆ วัน แค่ชาร์จพลังงานและจ่ายค่าซ่อมหุ่นยนต์ในเวลาเกิดการชำรุดก็พอ(และที่สําคัญ หุ่นยนต์คงไม่มีวันคิดที่จะจัดตั้งสหภาพแรงงาน) หรือแม้แต่ในสหรัฐอเมริกาที่ เปอร์มาร์เก็ตแบบอัตโนมัติกลายเป็นจริงแล้วอย่างที่เราเห็นตัวอย่างของร้าน Amazon Go
บัสตานียังเสนออีกว่าความจริงแล้วระบบอัตโนมัติเหล่านี้มิได้เป็นอันตรายกับมนุษย์อย่างที่คิด การมาของระบบอัตโนมัติจะนำมาซึ่งการหลุดพ้นจากสภาวะอดอยากและขาดแคลนของโลก โดยเฉพาะการขาดแคลนแรงงาน การมาของระบบอัตโนมัติในโลกที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีสูง จะนำมาซึ่งรูปแบบใหม่ในการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่ไม่จำเป็นต้องถูกบรรจุเข้าไปทำงานที่หน้าเบื่ออีกต่อไป มนุษย์ทุกคนสามารถใช้ชีวิตทำตามความฝันและใช้ชีวิตอย่างสะดวกสะบายมากขึ้นได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลผลิตที่จะขาดแคลน ทุกคนมีสิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล การศึกษา และการเข้าถึงข้อมูลที่สะดวกมากขึ้น ความก้าวหน้าของสังคมมนุษย์จะนำมาซึ่งการใช้ชีวิตอย่างเสรีมากขึ้น โดยที่มนุษย์ทุกคนมิได้มีชีวิตอยู่เพื่อทำให้คนชนชั้นหนึ่งมั่งคั่งอีกต่อไป แต่ทุกคนมีชีวิตอยู่เพื่อตัวเอง
แต่ในขณะเดียวกันใช่ว่าสังคมย่างที่บัสตานีว่านั้นจะสามารถเกิดขึ้นได้เองเพียงเพราะความก้าวหน้าของระบบปัญญาประดิษฐ์อัตโนมัติเพียงอย่างเดียว เพราะการดำเนินการของสังคมทุนนิยมเพื่อให้การสะสมทุนยังคงดําเนินไปต่อได้นั้นมีสองสิ่งที่เป็นองค์ประกอบที่ซึ่งขัดแย้งกันในตัวเองอยู่คือ อย่างแรก ในสังคมทุนนิยม ชนชั้นนายทุนต้องการแรงงานราคาถูกเพื่อให้มีผลกำไรของตัวเองมากขึ้น ผลกำไรจากการขูดรีดชนชั้นแรงงานในการทำงาน จะได้ไม่ต้องจ่ายเป็นค่าเลี้ยงชีพให้คนงานเยอะ และอย่างที่สอง สังคมทุนนิยมจะต้องการผู้คนที่มีกำลังซื้อมากพอในการใช้บริการหรือบริโภคผลผลิตที่ชนชั้นนายทุนนำมาขายและเข้าสู่ตลาด ซึ่งในฐานะที่ชนชั้นแรงงานผู้ที่ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของสังคม ย่อมเป็นกำลังซื้อหรือกำลังบริโภคหลักของชนชั้นนายทุนในตัวเองอยู่แล้ว
การนำระบบอัตโนมัติเข้ามาแทนที่แรงงานซึ่งเป็นกำลังซื้อหลักในสังคมทุนนิยมย่อมไม่สามารถทำได้อย่างเต็มรูปแบบ และอีกเหตุผลหนึ่งคือในขณะที่การเติบโตของอุตสาหกรรมในยุคทุนนิยมเป็นไปอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ต้นยุคศตวรรษที่ 20 จนถึงศตวรรษที่ 21 หรือปัจจุบัน เทคโนโลยีและกำลังการผลิตของมนุษย์ก็ได้พัฒนาขึ้นตามกาลเวลา จากเดิมที่มนุษย์ต้องผลิตเสื้อตัวหนึ่งใช้เวลาทั้งวัน ในปัจจุบันมนุษย์สามารถผลิตเสื้อเป็นร้อยๆตัวภายในเวลาไม่ถึง 5 นาที หรือจากเดิมผลิตรถยนต์คันหนึ่งใช้เวลานานเป็นเดือนแต่ ทุกวันนี้ผลิตรถยนต์ 1 คันใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที ซึ่งทำให้ใน 1 วันมนุษย์ได้สร้างผลผลิตจากการทำงานเมื่อเทียบกับยุคก่อนนั้นถือว่าสร้างผลผลิตได้มากมายมหาศาลกว่าเดิมหลายเท่าตัว แต่มนุษย์กลับยังคงต้องทำงานและสร้างผลผลิตใน 1 วันเป็นเวลา 8 ชั่วโมงไม่เคยเปลี่ยนแปลง
ในทางกลับกันสวัสดิการ วันหยุด การลดชั่วโมงการทำงานกลับได้มาเพราะการต่อสู้ของแรงงานในอดีตที่เคยออกมาประท้วง นัดหยุดงาน จนได้มาซึ่งสิทธิของพวกเขาที่ควรจะได้รับ เช่นการต่อสู้ของคนงานในสหรัฐอเมริกาปี ค.ศ.1886 ที่นำมาซึ่งการลดเวลาการทำงานเหลือเพียง 8 ชั่วโมงต่อวัน (จากเดิมประมาณ 16 ชั่วโมงต่อวัน) หรือในประเทศไทยตัวอย่างคือการนัดหนุดงานของพนักงานโรงงานทอผ้าในปี พ.ศ.2517 ที่ยุคนั้นค่าแรงอยู่ที่ 20 บาทต่อวัน คนงานโรงงานทอผ้าได้ทําการนัดหยุดงานพร้อมกันถึง 600 โรงงานจํานวนหลายหมื่นคน โดยเรียกร้องให้ขึ้นค่าแรงขั้นตํ่า จาก 12 บาทต่อวัน เป็น 16 บาทต่อวัน 16 บาทต่อวันเป็น 20 บาท และสุดท้ายเป็น 25 บาทต่อวัน ซึ่งกว่าชนชั้นกรรมาชีพจะได้รับสิทธิเหล่านี้มาจะต้องต่อสู้เพื่อให้ได้มาเท่านั้น
โดยรวมแล้วสังคมยุคอัตโนมัติเต็มรูปแบบอย่างที่บัสตานีได้เสนอไว้ก็มิได้เป็นข้อเสนอที่เกินจริงไปเสียทีเดียว สังคมที่มนุษย์ได้ไปทำงานเพียงไม่กี่วันและหลังจากนั้นก็ได้ทำตามความฝันของตัวเองอย่างเต็มที่ สังคมที่มนุษย์เดินทางกันสะดวกมากขึ้นพร้อมกับหุ่นยนต์แท็กซี่หรือรถไฟความเร็วสูงอัตโนมัติแบบฟรีๆ แต่สังคมที่ว่านั้นจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อระบบการผลิตในทุนนิยมต้องเปลี่ยนมือจากชนชั้นนายทุนมาเป็นของชนชั้นกรรมาชีพ ด้วยการต่อสู้ของชนชั้นกรรมาชีพเท่านั้น



