โดย รุเธียร
เรากำลังอยู่ในโลกเสรีนิยมใหม่ โลกที่ทุกปริมณฑลกลายเป็นตลาดที่แปะป้ายด้วยสโลแกนสวยหรูของความเท่าเทียมกันบนเสรีภาพที่จะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับตัวเอง และบนฉากบังหน้าของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยที่ผู้คนแค่ออกไปเลือกตั้งและผลสุดท้ายก็รอให้รัฐสภาตัดสินใจทุกอย่างแทนเราเพื่อที่จะตระหนักรู้ว่าเราจะไม่ได้รับอะไรเลย คนที่ได้คือชนชั้นนายทุน
ในไทยเองก็กำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตการเมืองที่เสรีนิยมใหม่หยิบยื่นให้ เมื่อพรรคการเมืองที่เรียกตัวเองว่า “ฝ่ายประชาธิปไตย” พร้อมที่จะหักหลังมวลชนและจับมือกับขั้วอำนาจเก่าตลอดเวลา รวมถึงกรณีผู้นำพรรคก้าวไกลซึ่งได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนอย่างล้นหลามไม่ได้ไปต่อเพราะความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับชนชั้นนำกลุ่มอื่น ๆ นี่คือเผด็จการของชนชั้นนายทุน เราได้เห็นข้อจำกัดของประชาธิปไตยปลอม ๆ ในโลกเสรีนิยมแบบนี้ และประจักษ์แก่สายตาว่าเสียงของประชาชนแทบจะไม่ได้สลักสำคัญอะไรเลยในเกมการเมืองของชนชั้นนำ แต่ชนชั้นแรงงานรอไม่ได้อีกแล้ว คนชายขอบก็รอไม่ได้อีกแล้ว นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราต้องปลุกชีพปีศาจร้ายอย่างลัทธิสังคมนิยมมาร์กซิสต์ให้ตื่นขึ้นอีกครั้งในฐานะทางเลือกเดียวที่เราเหลืออยู่
อากอน แฮมซ่า ได้กล่าวไว้ว่า “เราไม่ควรเข้าใจว่าคอมมิวนิสม์มีความจำเป็นเพียงเพราะพวกเราฝ่ายซ้ายมีวิสัยทัศน์ของโลกที่ดีกว่า ในทางตรงข้ามเราจำเป็นต้องหันหาคอมมิวนิสม์เพราะเราไม่มีทางเลือกอื่น” (Agon Hamza, 2015)
ทำไมต้องสังคมนิยมมาร์กซิสต์ เพราะแนวคิดของมาร์กซ์และเองเกลส์คือเศรษฐศาสตร์การเมืองที่ไม่เคยแยกปริมณฑลทางเศรษฐกิจออกจากโครงสร้างทางสังคมและประวัติศาสตร์ของมนุษย์คือความขัดแย้งทางชนชั้นของผู้กดขี่และผู้ถูกกดขี่ แนวคิดของเลนินและทรอตสี้ นักปฏิวัติชาวรัสเซีย ชี้ให้เราเห็นถึงบทบาทจำเป็นของพรรคปฏิวัติของชนชั้นกรรมาชีพและการยึดอำนาจรัฐเพื่อสร้างรัฐสังคมนิยม พร้อมทั้งย้ำเตือนเราว่าการปฏิวัติไม่อาจสำเร็จได้เลยหากปราศจากการรวมพลังกันในระดับสากล แนวคิดของกรัมชี นักปฏิวัติชาวอิตาลี ทำให้เราได้ประจักษ์ว่า อำนาจนำของชนชั้นปกครองได้หล่อหลอมความเป็นปัจเจกบุคคลผ่านอุดมการณ์หรือวัฒนธรรมอย่างไร และเราผู้เป็นเหยื่อจะพลิกกลับกลายเป็นองค์ประธานของการปฏิวัตินี้ได้อย่างไร
ทั้งหมดนี้นำไปสู่ข้อสรุปว่าสังคมนิยมคอมมิวนิสต์เท่านั้นที่จะนำความตายไปสู่ทุนนิยม และมีแต่ชนชั้นแรงงานเท่านั้นที่จะสร้างสรรค์โลกใบใหม่ที่ทุกคนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมหมู่ ไม่ใช่เพราะเราลำบากที่สุด แต่เพราะเรามีพลังมากที่สุดเมื่อหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง
ไม่ใช่แค่วิกฤตทางการเมือง วิกฤตเศรษฐกิจที่อุบัติขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากกลไกของระบบทุนนิยมเอง วิกฤตสงครามจากการแสวงหาทรัพยากรของจักรวรรดินิยม วิกฤตทางสังคมและวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่จะนำทุกสิ่งไปสู่การล่มสลาย “ทุกวันนี้อารยธรรมทุนนิยมไม่สามารถไปต่อได้ เราต้องเดินหน้าไปสู่สังคมนิยมหรือถอยหลังไปสู่ความป่าเถื่อน” (Rosa Luxemburg, 1915)
ถึงเวลาที่ขบวนการฝ่ายซ้ายในไทยต้องหันกลับมาทบทวนตัวเองว่าเราจะยังคงหวังพึ่งประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาได้อยู่หรือไม่ เราไม่อาจเดินหน้าต่อไปด้วยการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ เพราะเราคงได้เห็นแล้วว่าชนชั้นนำมีกลวิธีในการรักษาอำนาจของตนไว้เสมอต่อให้พวกเขาใกล้จะลงโลงอยู่รอมร่อแล้วก็ตาม และกงล้อของกาลเวลาไม่อาจบดขยี้โลกเก่าได้ถ้าไม่มีชนชั้นกรรมาชีพเป็นผู้หมุนมัน ถ้าปีศาจร้ายอย่างสังคมนิยมมาร์กซิสต์ไม่อาจคืนชีพ เราก็ไม่อาจมองเห็นทางเลือกที่ต่างออกไปในการสร้างสังคมใหม่ได้อีก

