โดย คมกริต
ท่ามกลางการต่อสู้ของขบวนการประชาธิปไตยไทย ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด แนวใด วลี “เวลาอยู่ข้างเรา” ถูกใช้บ่อยในทุก ๆ กิจกรรมการต่อสู้กับรัฐเผด็จการ ในด้านหนึ่ง วลีดังกล่าวเป็นการเสริมกำลังใจและความหวังจากความไม่พอใจของคนหนุ่มสาว การถูกปราบปรามในช่วงปี 2563-2564 ชัยชนะของพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย จนถึงความล้มเหลวในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคฝ่ายประชาธิปไตย
กำลังใจและความหวังถือว่าเป็นดั่งหัวใจในสังคมชนชั้นที่พรากหัวใจของเราตลอดเวลา แน่นอนว่าความโสมมของชนขั้นปกครองได้เผยออกมาให้มวลชนผู้ถูกกดขี่เผชิญหน้าอยู่ทุกครั้ง ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ถูกร่างโดยเผด็จการ การใช้ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญขัดขวางการเข้าสู่รัฐสภาของพรรคอนาคตใหม่ในปี 2562 และพรรคก้าวไกล ปี 2566 การใช้กฎหมายรังแกนักกิจกรรมและประชาชน โดยเฉพาะ 112 ที่ใช้ปิดปากประชาชนและเป็นกะลาเหล็กทับสมองคนธรรมดา บดบังภาพจริงของอำนาจชนชั้นปกครอง
ในอีกด้านหนึ่ง วลี “เวลาอยู่ข้างเรา” เป็นการแสดงออกถึงความคาดหวังว่า เมื่อรัฐเผด็จการแสดงความสกปรกโสมมออกมา ประชาชนจะไม่พอใจและรัฐเผด็จการจะล่มสลายไป ใช่ ภายใต้สังคมชนชั้นย่อมเกิดความไม่พอใจ แต่ไม่เพียงพอ เวลาไม่ได้อยู่ข้างคนจน กรรมาชีพ และผู้ถูกกดขี่ทั้งหลาย
เวลาส่วนใหญ่ของกรรมาชีพมีต้องเอาไปทำงานเพื่อเอาค่าจ้าง ในขณะที่มูลค่าส่วนใหญ่ ความมั่งคั่งที่กรรมาชีพผลิตเป็นของชนชั้นนายทุน ซึ่งเกิดขึ้นทุกวัน เวลาที่เหลืออันน้อยนิดมีไว้เพื่อหล่อเลี้ยงตัวเองสำหรับการทำงานในวันต่อ ๆ ไป ไร้ความมั่นคง การแข่งขันและการรักษาอัตรากำไรของชนขั้นนายทุน แต่เวลากรรมาชีพจะเรียกร้องหรือขอส่วนแบ่งที่ตนผลิตมากับมือ ก็ใช้กลไกรัฐมาปราบ โดยสรุปแล้ว เวลาไม่ได้อยู่ข้างคนธรรมดาส่วนใหญ่ที่ขับเคลื่อนสังคม
เราทราบกันแล้วว่า กลุ่มคน 10% ของโลกครอบครองความมั่งคั่ง 76% มีรายได้ 52% ของรายได้ทั้งหมด และเป็นกลุ่มที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 48% เราจะเห็นว่า ทรัพยากรเกือบทั้งโลก ถูกยึดไว้กับกลุ่มคนหยิบมือเดียว ไม่เพียงแต่ในแง่ของความมั่งคั่ง แต่รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติด้วย(หนังสือพิมพ์สังคมนิยมแรงงาน. 2566)
นี่คือการต่อสู้ท่ามกลางวิกฤติระดับโลก ภาวะเงินเฟ้อ ราคาพลังงานแพง ค่าจ้างถูกแช่แข็ง ผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลให้ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นและผู้รับผลกระทบล้วนเป็นคนจน วิกฤติความขัดแย้งระหว่างจักรวรรดินิยมบนซากศพของคนธรรมดา วิกฤติสิทธิเสรีภาพที่กำลังถูกลิดรอนเพื่อปราบปรามมวลชนผู้เรียกร้องความมั่งคั่งและการเยียวยาที่สมควรได้รับแต่แรก เช่น การปราบปรามการประท้วงในฝรั่งเศส การปลุกระดมฝ่ายขวาฟาสซิสต์ในอังกฤษ การคุกคามนักสหภาพแรงงานในฟิลิปปินส์ (พรรคแรงงานสังคมนิยมอังกฤษ. 2566)
แต่ท่ามกลางวิกฤติเหล่านี้ เราไม่ควรหดหู่ เพราะในอีกด้าน ก็ยังมีการต่อสู้อย่างเอาการเอางาน เช่น การรวมตัวของสหภาพแรงงานทั้งประเทศฟิลิปปินส์ในการโค่นรัฐบาลมาร์กอสรุ่นลูก ความพยายามประสานการนัดหยุดงานเพื่อล้มรัฐบาลมาครงในฝรั่งเศส การจัดมวลชนไล่ฟาสซิสต์ในอังกฤษโดยสหภาพแรงงานจากหลายภาคส่วน ฯลฯ ทางหนังสือพิมพ์สังคมนิยมได้รวบบทเรียนสากลเหล่านี้ไว้ และเป็นบทพิสูจน์ว่าคนธรรมดาร่วมมือกันสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ความเฉื่อยชาและการรอไม่สามารถรับประกันอะไรได้สำหรับผู้ถูกกดขี่ สหภาพแรงงานจะมีบทบาทอย่างมากในการต่อสู้ครั้งนี้และครั้งต่อไป
กำลังใจและความหวังถือว่าเป็นดั่งหัวใจในสังคมชนชั้นที่พรากหัวใจของเราตลอดเวลา แน่นอนว่าความโสมมของชนขั้นปกครองได้เผยออกมาให้มวลชนผู้ถูกกดขี่เผชิญหน้าอยู่ทุกครั้ง ตั้งแต่รัฐธรรมนูญปี 2560 ที่ถูกร่างโดยเผด็จการ การใช้ กกต.และศาลรัฐธรรมนูญขัดขวางการเข้าสู่รัฐสภาของพรรคอนาคตใหม่ในปี 2562 และพรรคก้าวไกล ปี 2566 การใช้กฎหมายรังแกนักกิจกรรมและประชาชน โดยเฉพาะ 112 ที่ใช้ปิดปากประชาชนและเป็นกะลาเหล็กทับสมองคนธรรมดา บดบังภาพจริงของอำนาจชนชั้นปกครอง
ในอีกด้านหนึ่ง วลี “เวลาอยู่ข้างเรา” เป็นการแสดงออกถึงความคาดหวังว่า เมื่อรัฐเผด็จการแสดงความสกปรกโสมมออกมา ประชาชนจะไม่พอใจและรัฐเผด็จการจะล่มสลายไป ใช่ ภายใต้สังคมชนชั้นย่อมเกิดความไม่พอใจ แต่ไม่เพียงพอ เวลาไม่ได้อยู่ข้างคนจน กรรมาชีพ และผู้ถูกกดขี่ทั้งหลาย
เวลาส่วนใหญ่ของกรรมาชีพมีต้องเอาไปทำงานเพื่อเอาค่าจ้าง ในขณะที่มูลค่าส่วนใหญ่ ความมั่งคั่งที่กรรมาชีพผลิตเป็นของชนชั้นนายทุน ซึ่งเกิดขึ้นทุกวัน เวลาที่เหลืออันน้อยนิดมีไว้เพื่อหล่อเลี้ยงตัวเองสำหรับการทำงานในวันต่อ ๆ ไป ไร้ความมั่นคง การแข่งขันและการรักษาอัตรากำไรของชนขั้นนายทุน แต่เวลากรรมาชีพจะเรียกร้องหรือขอส่วนแบ่งที่ตนผลิตมากับมือ ก็ใช้กลไกรัฐมาปราบ โดยสรุปแล้ว เวลาไม่ได้อยู่ข้างคนธรรมดาส่วนใหญ่ที่ขับเคลื่อนสังคม
เราทราบกันแล้วว่า กลุ่มคน 10% ของโลกครอบครองความมั่งคั่ง 76% มีรายได้ 52% ของรายได้ทั้งหมด และเป็นกลุ่มที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกถึง 48% เราจะเห็นว่า ทรัพยากรเกือบทั้งโลก ถูกยึดไว้กับกลุ่มคนหยิบมือเดียว ไม่เพียงแต่ในแง่ของความมั่งคั่ง แต่รวมถึงทรัพยากรธรรมชาติด้วย(หนังสือพิมพ์สังคมนิยมแรงงาน. 2566)
นี่คือการต่อสู้ท่ามกลางวิกฤติระดับโลก ภาวะเงินเฟ้อ ราคาพลังงานแพง ค่าจ้างถูกแช่แข็ง ผลกระทบจากการระบาดโควิด-19 ที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา วิกฤติสิ่งแวดล้อมที่ส่งผลให้ภัยธรรมชาติรุนแรงขึ้นและผู้รับผลกระทบล้วนเป็นคนจน วิกฤติความขัดแย้งระหว่างจักรวรรดินิยมบนซากศพของคนธรรมดา วิกฤติสิทธิเสรีภาพที่กำลังถูกลิดรอนเพื่อปราบปรามมวลชนผู้เรียกร้องความมั่งคั่งและการเยียวยาที่สมควรได้รับแต่แรก เช่น การปราบปรามการประท้วงในฝรั่งเศส การปลุกระดมฝ่ายขวาฟาสซิสต์ในอังกฤษ การคุกคามนักสหภาพแรงงานในฟิลิปปินส์ (พรรคแรงงานสังคมนิยมอังกฤษ. 2566)
แต่ท่ามกลางวิกฤติเหล่านี้ เราไม่ควรหดหู่ เพราะในอีกด้าน ก็ยังมีการต่อสู้อย่างเอาการเอางาน เช่น การรวมตัวของสหภาพแรงงานทั้งประเทศฟิลิปปินส์ในการโค่นรัฐบาลมาร์กอสรุ่นลูก ความพยายามประสานการนัดหยุดงานเพื่อล้มรัฐบาลมาครงในฝรั่งเศส การจัดมวลชนไล่ฟาสซิสต์ในอังกฤษโดยสหภาพแรงงานจากหลายภาคส่วน ฯลฯ ทางหนังสือพิมพ์สังคมนิยมได้รวบบทเรียนสากลเหล่านี้ไว้ และเป็นบทพิสูจน์ว่าคนธรรมดาร่วมมือกันสามารถเปลี่ยนแปลงสังคมได้ ความเฉื่อยชาและการรอไม่สามารถรับประกันอะไรได้สำหรับผู้ถูกกดขี่ สหภาพแรงงานจะมีบทบาทอย่างมากในการต่อสู้ครั้งนี้และครั้งต่อไป

