โดย กองบรรณาธิการ
มวลชนในท่ามกลางการต่อต้านเผด็จการทหารต่างเข้าใจกันว่า การเมืองประชาธิปไตยที่เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน การมีเสรีภาพในการแสดงออกและคำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตนและคนเพียงหยิบมือเดียว เป็นฐานคิดในการออกแบบระบบสังคมทุกด้านให้ยุติธรรมที่ทุกคนไว้วางใจและพึ่งพาได้ และเป็นสภาพแวดล้อมที่ดีที่คนจะมีความสัมพันธ์กันอย่างสมานฉันท์ เฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุข มีการเรียนรู้และมีความคิดริเริ่ม มีสังคมที่เสถียรภาพ ด้วยคุณค่าแบบนี้ การต่อสู้ของพวกเราจึงมีคุณค่าไปพร้อมกัน และไม่มีใครจะมาดูถูกดูแคลนได้ โจทย์คือ เราจะรื้อฟื้นและสร้างขบวนการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไรจากถูกปราบปรามอย่างหนักและผิดหวังจากการมีรัฐบาลที่พรรคเพื่อไทยเป็นนายหน้าให้กับการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ
โจทย์ข้างต้น นักสังคมนิยมได้นำเสนอไปแล้วในหนังสือพิมพ์ทุกปกที่นำเสนอต่อสาธารณะ ต่อนักต่อสู้ในที่ชุมนุม แต่เราจะเน้นย้ำอีกครั้งเพราะเป็นเรื่องสำคัญ การสร้างขบวนการต่อสู้คือการขยายแนวทางการต่อสู้ลงไปสู่คนหนุ่มสาวที่เป็นชนชั้นกรรมาชีพ สหภาพแรงงาน เตรียมกรรมาชีพ ชาวนายากจนที่วางรากฐานประชาธิปไตยให้แก่ชนชั้นคนธรรมดา การให้ความสำคัญกับงานจัดตั้งทางความคิดทางการเมือง สร้างองค์กรพรรคการเมืองของชนชั้นแรงงาน สหภาพแรงงานแนวการเมืองเศรษฐกิจ และการรื้อฟื้นสิทธิการนัดหยุดงานที่ถูกจำกัดโดยกฎหมายแรงงานและกฎหมายอาญามาตรา 117 ซึ่งถือเป็นอาวุธสำคัญในการต่อสู้ ไปจนถึงการสร้างสภาประชาชนในเฉพาะหน้าเพื่อหายุทธศาสตร์การต่อสู้ร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างคิดต่างคนต่างทำ รูปการณ์ทางการเมืองกำลังจะเปลี่ยนแปลงบางส่วนหลังจากเราได้รัฐบาลเป็นนายหน้าให้กับเผด็จการ ซึ่งหมายความว่าจะมีการปกป้องผลประโยชน์ของชนชั้นนายทุนอย่างเต็มที่ เพราะระบบทุนกำลังประสบภาวะถดถอยและความไม่แน่นอน เราอาจต้องถกเถียงเพิ่มเติมในประเด็นนี้ คือ
- การหวังพึ่งพรรคการเมืองชนชั้นนายทุนมากเกินไปทำให้ผิดหวัง เราควรทุ่มเวลาให้กับการสร้างองค์กรเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เป็นอิสระจากพรรคการเมือง มีนโยบายและการทำงานที่ชัดเจนเป็นระบบ ดังที่กล่าวมาข้างต้น เพราะการต่อสู้และทำงานทางความคิดที่นำโดยองค์กรขนาดใหญ่ขึ้นจะช่วยทำให้คนมีจิตสำนึกทางการเมืองมากขึ้น
- การจัดตั้งรัฐบาลที่เข้าไปเกลือกกลั้วกับเผด็จการโดยอ้างการสลายขั้วความขัดแย้ง สร้างความปรองดอง แต่แท้จริงเป็นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองและพวกพ้อง เพราะไม่มีการคืนความยุติธรรมให้แก่ประชาชนที่ถูกรัฐเผด็จการข่มเหง พรากชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีไป อาชญากรรัฐที่สังหารหมู่ประชาชนและจับคนคิดต่าง ไม่ถูกลงโทษ รวมทั้งไม่ทำตามนโยบายที่หาเสียงไว้ อย่างที่หลายคนมองว่าเป็นพรรคตระบัดสัตย์ ทำให้การเมืองไทยยังติดในวังวนเดิม การเมืองแบบเดิม กลุ่มพลังสังคมเดิมที่ล้าหลังยังลอยหน้าลอยตาที่ทำเนียบและรัฐสภา ช่างน่าสะอิดสะเอียน และข้ออ้างว่าได้รับเสียงมากเป็นอันดับสองจะจับมือกับใครก็ได้ขอให้เป็นรัฐบาลก็พอ ในลักษณะยอมจำนนต่อ ส.ว. ต่อรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว
- บริบทที่นายหน้าเผด็จการยังอยู่ และเสริมกำลังด้วยพรรคการเมืองฝ่ายค้านก่อนหน้า เช่นพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคเพื่อไทยคือตัวแปรหลัก เพราะเป็นพรรคใหญ่ ประกอบด้วยนายทุนใหญ่จำนวนมากและมีมหาเศรษฐีที่ส่งเสียงดังเช่นตระกูลชินวัตร แต่เสียงของคนธรรมดาไม่ดังเท่า เพราะเกาะกลุ่มเล็กและกระจัดกระจาย จึงไม่มีอำนาจต่อรองผลักดันได้มากนัก
- การเมืองของรัฐบาล ดูจากนโยบายที่ออกแบบมาของพรรคเพื่อไทยและพรรคอนุรักษ์นิยมทำให้ความขัดแย้งทางชนชั้นแหลมคมขึ้นได้ เพราะสะท้อนแนวคิดพัฒนาเศรษฐกิจแบบไหลริน (trickle-down economics) สนับสนุนนายทุนใหญ่กับการลงทุนในเขตเศรษฐกิจและธุรกิจใหม่ การผลิตล้นเกินเพราะต้องมีการแข่งขัน แม้เพิ่มรายได้ให้คนทำงานแต่ไม่จัดสวัสดิการสังคมครอบคลุมทุกด้านอย่างเท่าเทียมกัน ไม่จัดเก็บภาษีคนรวยและเก็บภาษีทรัพย์สินเพิ่ม ไม่เสริมอำนาจทางการเมืองให้คนธรรมดา ไม่แตะ 112 ระบบยุติธรรมที่ทำร้ายคนจน ผสมแนวคิดสังคมสงเคราะห์ สร้างเงื่อนไขกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคของระบบราชการ เช่น การพิสูจน์ความจนเพื่อรับเบี้ยยังชีพที่ลดศักดิ์ศรีประชาชน และแนวคิดความมั่นคงแห่งชาติที่ใช้กำลังปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วง
นักสังคมนิยมไม่เห็นแตกต่างจากผู้รักประชาธิปไตย แต่ส่วนที่ต่างคือ มุมมองชนชั้นที่ชัดเจนที่ชาวสังคมนิยมชวนผู้อ่านให้คำนึงถึงการเสริมอำนาจการต่อรองให้แก่ชนชั้นแรงงานผู้ถูกกดขี่ ปรับเปลี่ยนระบบกลไกเศรษฐกิจให้เป็นประชาธิปไตย และรู้เท่าทันชนชั้นนายทุนและตรรกะของระบบทุนนิยมที่ทำให้คนธรรมดาอย่างเราไร้อำนาจ จมปลักอยู่กับความยากจนความเหลื่อมล้ำทางสังคมอันเป็นความรุนแรงเชิงโครงสร้าง บรรยากาศสังคมจะไม่เหมือนกับสมัยที่ยิ่งลักษณ์เป็นนายกฯ หรือยุคที่ทักษิณรุ่งเรืองจากนโยบายประชานิยม หากใครยังฝันถึงวันวานต้องผิดหวังอย่างแน่นอน แต่กลับจะได้ดูละครหลังข่าวมากกว่า

