เกมสงคราม เครื่องมือทางอุดมการณ์และการฟอกขาวจักรวรรดินิยม

โดย แสงยุทธนา

​หลายคนที่ศึกษางานภาพยนตร์ของสหรัฐคงจะเคยได้รู้จักกับหนังเรื่องหนึ่งที่มีชื่อว่า “The Birth of a Nation” ที่ออกฉายเมื่อปี 1915 หนังเรื่องนั้นเนื้อหาก็มิได้มีอะไรมากไปกว่าการแสดงภาพคนผิวสีในฐานะสัตว์กระหายเลือด ปล้นสดมภ์ ไล่ข่มขืนผู้หญิงทุกคนในเมือง โดยมีกลุ่ม Klu Klux Klan (พวกฟาสซิสต์คลั่งไคล้คนขาวในอเมริกา) เป็นเหมือนอัศวินม้าขาว ออกมาต่อกรและขับไล่คนผิวสีที่ดุร้ายออกจากหมู่บ้าน ซึ่งหนังเรื่องนี้ในยุคนั้นก็เป็นเครื่องมือปลูกฝังลัทธิชาตินิยมอย่างชัดเจน และยังคงเป็นหนังที่พวกชาตินิยมคนขาวยังคงยกยอมาจนถึงปัจจุบัน อย่างไรก็ตามเมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป การปลูกฝังความรักชาติก็คงถึงคราวที่จะต้องเปลี่ยนตาม

​ในช่วงปี 2003 สหรัฐอเมริกาเกิดปัญหาวิกฤตศรัทธาอย่างรุนแรงจากการรุกรานประเทศอิรัก ขบวนการภาคประชาชนหลายประเทศออกมาประท้วงและประณามสหรัฐในครั้งนั้น เพราะการรุกรานของอเมริกาเป็นการกระทำอันเป็นจักรวรรดินิยมอย่างชัดเจน ซึ่งผู้คนในยุคนั้นคงจะโฟกัสกับเหตุการณ์รุกรานที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของอเมริกา มากกว่าการโฟกัสไปที่เครื่องมืออีกตัวหนึ่งที่จะเป็นวิธีการฟอกขาวอาชญากรรมของสหรัฐและพลิกโฉมการรุกรานให้กลายเป็นการต่อต้านการก่อการร้ายของตะวันออกกลาง เครื่องมือชิ้นนั้นคือเกมสงคราม

​เดิมทีเกมสงครามเป็นเพียงแค่ซอฟท์แวร์หนึ่งเพื่อใช้ในการฝึกทหาร สร้างแบบจำลองและยุทธวิธีของกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (เพนทากอน) ซึ่งเกมที่มีชื่อเสียงในกระทรวงกลาโหมในยุคนั้นก็คือเกม Millennium Challenge โดยจำลองสงครามในอ่าวเปอร์เซีย มีฝ่ายน้ำเงินเป็นตัวแทนของสหรัฐ และฝ่ายแดงเป็นตัวแทนของอิรัก ในการทุ่มเทเงินจำนวนมากของสหรัฐในครั้งนั้น รัฐบาลของ จอร์จ ดับเบิลยู บุช ถลุงเงินไปถึง 1,000 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างสมรภูมิดิจิทัล หลังเหตุการณ์ 9/11 กระทรวงกลาโหมตัดสินใจนำเกมที่เคยเป็นเครื่องมือซ้อมรบ มาให้เอกชนพัฒนาต่อและจัดวางขายในตลาด เพราะกองทัพเล็งเห็นแล้วว่า หนทางที่จะสร้างเด็กรุ่นใหม่ให้กลายเป็นเครื่องจักรสังหาร คือการให้เด็กคุ้นเคยกับเทคโนโลยีที่พวกเขาได้รู้สึกมีส่วนร่วมและถูกปลูกฝังทุกๆ วันในเวลาที่ถูกเรียกว่าเวลาพักผ่อน 

​ในช่วงเวลาก่อนสงครามอิรัก 2 ปีกระทรวงกลาโหมได้ใช้เกมหลายเกมในการปลูกฝังการเป็นเครื่องมือของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นเกม Tom Clancy Rainbow Six: Rouge Spear เพื่อปลูกฝังคนรุ่นใหม่ในการเป็นหน่วยต่อต้านการก่อการร้ายในเมือง หรือการเปิดตัวเกม American’s Army ที่โรงเรียนราชนาวีสหรัฐ ที่พัฒนาร่วมกับค่ายเกมชื่อดังอย่าง Epic Game และ THX Division โดยสามารถเล่นได้ฟรีทั้งที่บ้านและศูนย์รับสมัครทหารทุกสาขา เกมนี้กระทรวงกลาโหมใช้งบประมาณ 6-8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งในสายตากองทัพสหรัฐ ถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่เพราะกลายเป็นเกมที่ติดอันดับ 1 ใน 5 ของเกมยอดนิยม

​ในปี 2004 หลังจากการรุกรานประเทศอิรัก เกมสงครามยุคใหม่เตรียมการที่จะออกวางขายในตลาดอย่างเกม Full Spectrum Warrior ที่วางจำหน่ายโดย Microsoft Game Studios ที่ให้ผู้เล่นได้จำลองบทบาทตัวเองเป็นหัวหน้าหน่วยทหารราบ ปฏิบัติการในประเทศจำลองที่ชื่อว่าเซกิสถาน ซึ่งเป็นการสร้างภาพในเกมว่าตะวันออกกลางเป็นสวรรค์ของผู้ก่อการร้ายมุสลิมหัวรุนแรง ซึ่งมันไม่ใช่เกมธรรมดาๆ เพราะมันคือเกมจำลองยุทธวิธีการรบที่ถูกออกแบบอย่างใกล้ชิดโดยโรงเรียนทหารราบกองทัพบกแห่งสหรัฐ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม มันคือจุดเริ่มต้นของการฟอกขาวการเป็นจักรวรรดินิยมของตัวเองด้วยการทำให้สงครามกลายเป็นสินค้า สินค้าในคราบของการรุกรานที่ถูกทำให้เป็นสิ่งชอบธรรม

​ในยุคหลังบริษัทเอกชนในสหรัฐก็ยังคงทำเกมแนวสงครามที่ออกจำหน่ายสู่ตลาดโลก ซึ่งเกมสงครามก็ยังคงทิ้งกลิ่นอายการฟอกขาวการกระทำอันชั่วช้าของสหรัฐในอดีตอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเกมอย่าง Call of Duty: Black ops ภาคแรกที่ซึ่งวางอยู่บนเหตุการณ์สงครามเย็น พยายามฟอกขาวการกระทำของตัวเองที่เวียดนาม และทำให้ประเทศที่ถูกรุกรานอย่างเวียดนามกลายเป็นตัวร้ายในฐานะประเทศลูกไล่โซเวียตและประเทศที่มีเวียดกงอันป่าเถื่อน ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วพวกเขาเพียงแค่ต่อสู้กับผู้รุกราน หรือเกมสงครามยุคใหม่อย่าง Battlefield ที่นำเสนอความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศของสหรัฐ รัสเซีย และจีน ที่นำไปสู่สงครามร้อนเต็มรูปแบบที่ผู้เล่นก็ยังคงรับบทเป็นทหารสหรัฐในการต่อกรกับจีนและรัสเซียที่เป็นตัวร้ายตามเคย

​สุดท้ายแล้วเกมสงครามก็คือเครื่องมือของรัฐชนิดหนึ่งที่ทำให้การสังหารหมู่ที่เกิดขึ้นโดยบางประเทศกลายเป็นเรื่องชอบธรรม ผู้เขียนมิได้บอกว่าทุกคนต้องกดลบเกมแนว FPS หรือเกมแนวสงครามออกจากมือถือหรือคอมพิวเตอร์ของตนเอง แต่อยากให้ลองตั้งคำถามกับสิ่งที่ดูธรรมดาที่สุดอย่างเกมว่าความจริงแล้วมันปราศจากนัยยะทางการเมืองจริงหรือ? และนำไปสู่การเคลื่อนไหวเพื่อรณรงค์ต่อต้านสงครามทุกรูปแบบที่ยังคงดำรงอยู่ และต่อต้านการฟอกขาวอันหน้าด้านของพวกจักรวรรดินิยม เมื่อถึงวันที่มนุษย์ปราศจากสงคราม เราก็คงจะได้เล่นเกมที่มีความสร้างสรรค์มากกว่านี้ เป็นผู้เล่นในฐานะคนเล่นเกมธรรมดา มิใช่ในฐานะเครื่องมือของมหาอำนาจ

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ