การศึกษาที่แบ่งแยกชนชั้นแรงงาน

โดย ประชา

​              ในระบบทุนนิยม ชนชั้นนำไม่คิดที่จะจัดระบบการศึกษาที่ก้าวหน้าแก่ชนชั้นแรงงานเพื่อกลับมาเปลี่ยนแปลงและทำลายมัน เราจึงเห็นการจัดการศึกษาที่แบ่งแยกระหว่างลูกหลานของชนชั้นนำและชนชั้นผู้ใช้แรงงาน ดังเห็นได้จากคุณภาพของหลักสูตรระหว่างห้องสามัญและห้องพิเศษ กิจกรรมของหลักสูตรที่เป็นสิทธิพิเศษสำหรับนักเรียนบางกลุ่ม รวมไปถึงค่าใช้จ่าย การศึกษาที่มีคุณภาพหลายครั้งมาในรูปแบบของโรงเรียนเอกชนหรือว่าห้องเรียนพิเศษของโรงเรียนรัฐบางที่ๆ มีการเก็บค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากผู้ปกครอง จึงมีแต่ลูกเจ้านายกับเหล่าชนชั้นนำเท่านั้นที่สามารถจับต้องการศึกษาราคาแพงได้อย่างไม่เหลือบ่ากว่าแรง หรือหากเป็นลูกหลานชนชั้นแรงงาน คนชั้นล่างที่อยากมีอนาคตที่ดีก็ต้องลงทุนกู้หนี้ยืมสินและพยายามอย่างหนักในสงครามการสอบแย่งชิงทุนการศึกษา 

              ​นอกจากนี้ ในการพัฒนาของระบบทุนนิยม แรงงานที่เรียกว่า “แรงงานฝีมือ” เป็นที่ต้องการมากขึ้นเพื่อสร้างผลผลิตที่มีคุณภาพ และกําลังการผลิตที่สูงขึ้นจึงเป็นเหตุทำให้รัฐจำเป็นต้องตั้งโรงเรียนของรัฐขึ้นมาเพื่อให้ครอบครัวของกรรมาชีพสามารถเข้าถึงได้ แต่ยังมิวายจัดให้มีการแข่งขันเพื่อสอบเข้าและชิงทุนการศึกษา แรงงานที่ไม่มีทรัพย์พอที่จะศึกษาต่อในระดับสูงก็กลายเป็น “แรงงานไร้ฝีมือ” ได้รับค่าแรงราคาถูกกว่าแรงงานฝีมือ เว้นแต่ว่าหากมีขบวนการแรงงานเข้มแข็ง ก็สามารถเรียกร้องให้รัฐจัดการศึกษาให้ทั่วถึงเท่าเทียมได้ เช่น ในประเทศฟินแลนด์ที่ลดการแข่งขันของนักเรียนลง รวมทั้งยังลดขนาดของห้องเรียน ซึ่งเป็นผลพวงมาจากการต่อสู้ของสหภาพแรงงานที่สามารถผลักดันรัฐสวัสดิการถ้วนหน้าและสร้างประชาธิปไตยในสถานศึกษาด้วย คือ มีการใช้ระบบ “ระบบไตรภาคี” ซึ่งเป็นระบบที่ดําเนินการด้วยตัวแทน 3 ฝ่ายในการบริหารสถานศึกษา ซึ่งประกอบไปด้วยตัวแทนสหภาพแรงงานของครู สหภาพแรงงานของนักเรียน และตัวแทนจากภาครัฐที่มาจากการเลือกตั้ง การออกแบบการจัดการการศึกษาจึงมีความเป็นประชาธิปไตยสูง เพราะทุกคนมีส่วนร่วมในการออกแบบ แต่เมื่อใดที่การรวมตัวของแรงงานอ่อนแอหละหลวม การตัดงบที่จะจ้างครูนั้นจะเกิดขึ้น ทำให้เด็กต้องมาเรียนในห้องขนาดใหญ่ที่มีอัตราครูไม่สมส่วนกับนักเรียน ซึ่งจะนำไปสู่การท่องจำ แทนที่จะสามารถใส่ใจเด็กได้อย่างทั่วถึง เพราะเรื่องราวที่เรามักจะไม่ค่อยพูดกันคือการต่อสู้ของสหภาพแรงงานครูและนักเรียน ที่สัมฤทธิ์ผลมาแล้วในฟินแลนด์

​              นอกจากประเด็นแบ่งแยกทางชนชั้นในการจัดการศึกษาแล้ว สิ่งที่เราจะขาดไปไม่ได้คือ วิธีการเรียนการสอนของครู  การศึกษากระแสหลักนั้นจะจัดตั้งมาเพื่อให้ครูเป็นดั่งผู้เติมความรู้ให้นักเรียนในฐานะเป็นแก้วเปล่าๆ ที่รองรับ ซึ่งทำไปโดยที่ผู้เรียนถูกห้ามตั้งคำถามหรือแลกเปลี่ยนอย่างเสรี หลายๆ คราว ข้อมูลในชีวิตจริงก็ไม่ตรงกับหลักสูตรแต่อย่างใด เพราะเน้นเป็นการปลูกฝังอุดมการณ์ทางความคิดจากชนชั้นนำที่สั่งสอนขัดเกลาคนให้ยอมตามระบบ และเรียนเพื่อไปเป็นแรงงานมากกว่า ถ้าพวกเราสังเกตกันดีๆ แล้วจะพบว่า การเรียนในหลักสูตรที่เราแสดงความเห็นไม่ได้นั้น ไม่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงได้ แต่ก็ต้องเรียนไปเพื่อให้สอบผ่าน ซึ่งก็กลายเป็นเหตุให้เกิดความเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและใจ 

​              ดังที่กล่าวมา การเรียนรู้จึงไม่ควรเป็นไปในทางเดียว ผู้เขียนขอเสนอให้เป็นการแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน ให้คนได้ตั้งคำถามอย่างรอบด้านมากขึ้น เพราะความจริงไม่ได้มีเพียงด้านเดียว ซึ่งครูสามารถชี้แนะแนวทางได้แต่มิใช่ควบคุมไปซะหมด อาจมีการให้ผู้เรียนเสนอหัวข้ออภิปรายในชั้น เช่น ปัญหาการละเมิดสิทธิประชาชนคนธรรมดา การใช้ความรุนแรงกับผู้หญิง การบริการทางเพศ ที่ระบบการศึกษาในโรงเรียนได้พร่ำสอนว่าเป็นงานที่ไม่ดีแต่ก็มีคำถามว่าทำไมยังมีคนไปทำอยู่เล่า? มิใช่ว่าค่าแรงนั้นต่ำจนไม่พอใช้จ่ายหรือคนจำยอมมาทำงานนี้โดยไม่มีทางเลือก  ทั้งนี้ การให้มีการแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดอย่างเปิดกว้างจะช่วยสร้างเสริมเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ไม่ให้ยึดติดกับวัฒนธรรมอาวุโสและอำนาจนิยม รับฟังผู้ใหญ่ฝ่ายเดียว โดยเฉพาะยิ่งผู้บริหารและครูหัวโบราณ

​              อีกวิธีหนึ่งที่ระบบการศึกษาแบ่งแยกแรงงานคือ “การแข่งขัน” ทั้งแข่งขันกับคนอื่นและแข่งขันกับตัวเอง ซึ่งเป็นแนวคิดหลักของพวกทุนนิยมเสรีที่ว่า “การแข่งขัน” เป็นธรรมชาติของมนุษย์ ด้วยการมีระบบการสอบ การแบ่งเกรด คะแนนและจัดอันดับ ที่สร้างแรงกดดันให้แก่ผู้เรียนมาก

​              เมื่อเรารู้เช่นนี้ว่า การแบ่งแยกแรงงานด้วยกัน เป็นกลยุทธ์ของระบบทุนเพื่อรักษาสังคมชนชั้นให้ดำรงอยู่ต่อไป พวกเรา นักเรียนหรือนักศึกษา ไม่ว่าเพศใด อายุเท่าไหร่ จะเข้ามาก่อนหรือเข้ามาทีหลัง เรียนในระบบหรือนอกระบบ ควรตระหนักว่าเป็นเตรียมกรรมาชีพ ที่ควรสามัคคีกันเพื่อต่อต้านความไม่ยุติธรรมด้านการศึกษาที่ทำให้เราต้องหันมาแก่งแย่งแข่งขัน แตกแยกและถูกปกครองง่าย

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ