โดย สมทรง ตรีแก้ว และ เอสเอสพี
เมื่อประมาณเดือนกันยายน มีนักเคลื่อนไหวกลุ่มเล็กๆ กลุ่มหนึ่งชื่อ Demo Justice ซึ่งเป็นการรวมตัวกันของบรรดาฝ่ายซ้าย นักลัทธิมาร์กซ์ นักรัฐธรรมนูญนิยม นักสิทธิมนุษยชน นักสหภาพแรงงานและบรรดาผู้รักความเป็นธรรมในสังคม มองเห็นปัญหาเกี่ยวกับการดำเนินคดีอาญาในระบบศาล พวกเขาต่างมองเห็นปัญหาตรงกันว่า การดำเนินคดีอาญาตั้งแต่ชั้นตำรวจ จนถึง ศาล ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมเป็นอย่างมาก มีปัญหาเกิดขึ้นมากมายตั้งแต่การขอประกันตัว การฟังข้อเท็จจริงโดยผู้พิพากษาไม่กี่คน รวมถึงอุดมการณ์กระแสหลักของผู้พิพากษาที่สะท้อนออกมาในรูปแบบของเหตุผลในคำวินิจฉัยแห่งคดี บรรดานักเคลื่อนไหวรุ่นใหม่ตั้งคำถามกันว่า ทำไมระบบตุลาการถึงช่างอิหลักอิเหลื่อ ขาดความเป็นธรรมอย่างสิ้นเชิงและระบบยุติธรรมที่ดีควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร ? ซึ่งการตั้งคำถามเหล่านี้ล้วนเป็นหมุดหมายที่สำคัญของการปฏิรูประบบยุติธรรม หลายคนอาจมองว่าเพ้อฝัน แต่เราต้องมีความหวัง
คนส่วนใหญ่มักคิดว่า ระบบตุลาการขาดความยุติธรรมตั้งแต่ช่วง ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ เรื่อยมา จนถึงปัจจุบัน รูปธรรมคือมีการจับกุมและดำเนินคดีคนเสื้อแดง คนหนุ่มสาวผู้รักความเป็นธรรม ซึ่งล้วนแต่เป็นคนที่ต้องการเห็นบ้านเกิดเมืองนอนพัฒนา แต่การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรม กลับแลกมาด้วยการขาดเสรีภาพและสิ้นเนื้อประดาตัว โดยมีศาลเป็นเครื่องมือในการกำจัดผู้รักความเป็นธรรมให้พ้นจากสังคม
แต่สำหรับผู้เขียนแล้ว ระบบยุติธรรมไทยไม่ใช่เพิ่งขาดความยุติธรรมในช่วง ๒๐ ปี แต่เป็นแบบนี้มาตั้งแต่คดีกรณีสวรรคตรัชกาลที่ ๘ หลายคนมองว่าเป็นเพราะตำรวจ อัยการผู้พิพากษาไม่ดี แต่สำหรับนักลัทธิมาร์กซ์แล้ว ปัญหาระบบยุติธรรมในสังคมไทยแยกไม่ออกจากปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจน และมุ่งเน้นรักษากรรมสิทธิ์ของปัจเจกบุคคล นักสังคมนิยมอย่าง เฟอเดอริค เองเกลส์ ได้ชี้ให้เห็นมานานตั้งแต่ศตวรรษที่ ๒๐ ว่า กรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลเป็นที่มาของความยากจน ทั้งนี้เราจะเห็นได้จากบรรดาชนชั้นผู้ปกครองเมื่อมีอำนาจแล้วต่างสร้างกฎหมายขึ้นมาเพื่อปกป้องและรักษากรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล และเมื่อมีผู้ใดรุกล้ำหรือขโมยทรัพย์สินส่วนบุคคลไป ก็จะต้องถูกลงโทษ (แต่การที่ชนชั้นนายทุนขโมยกำไรจากการทำงานของกรรมาชีพกลับไม่ผิดกฎหมายแต่อย่างใด!!! )
บรรดานักประดิษฐ์คำทั้งหลายมักพูดว่า ชนชั้นปกครองกำลังทำนิติสงครามกับประชาชน และเสนอให้ฝ่ายประชาชนสร้างนักนิติศาสตร์ที่ดีเพื่อไปทำนิติสงครามกับชนชั้นปกครอง สำหรับนักมาร์กซิสต์แล้ว สถานการณ์ที่ผู้รักความเป็นธรรมกำลังเผชิญอยู่ในเวลานี้คือ มันคือสงครามการต่อสู้ทางชนชั้นระหว่างผู้ปกครองกับผู้ใต้ปกครอง บัดนี้ สมควรแก่เวลาแล้วที่ระบบยุติธรรมจะต้องถูกลากออกจาก “ดวงจันทร์ป่าดิบ” และปฎิรูประบบยุติธรรมใหม่ ข้อเสนอของนักมาร์กซิสต์ในการปฏิรูประบบยุติใหม่คือ
๑.ให้ประชาชนคนธรรมดาเข้ามาควบคุมตามหลักการประชาธิปไตย ต้องลดอำนาจของผู้พิพากษา ตุลาการ และเพิ่มอำนาจให้ประชาชนเพื่อเป็นการด่วงดุลยซึ่งกันและกัน โดยนำระบบลูกขุนที่มาจากทะเบียนรายชื่อประชากรในเขตนั้นๆ หมุนเวียนกันมาเป็นเพื่อตัดสินคดี โดยที่ผู้พิพากษาเป็นเพียงผู้ชี้แจงประเด็นข้อกฎหมายให้คณะลูกขุน ส่วนลูกขุนมีหน้าที่ในการฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยผิดหรือไม่
๒.ประชาชนควรมีสิทธิวิจารณ์ศาลได้ เพราะเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการตรวจสอบประชาชน (แต่ทุกวันนี้ ใครวิจารณ์ศาล ถูกดำเนินคดีข้อหาละเมิดอำนาจศาล )
๓.สำหรับคดีเล็กๆน้อยๆ เช่น ลักขโมย ฯลฯ ไม่ควรมีการจำคุก เพราะการจำคุกไม่สามารถลดปัญหาอาชญากรรมได้ เพราะถ้าโทษจำคุกได้ผลจริง ทำไมถึงมีคนถูกจำคุก ซึ่งคดีเล็กๆ น้อยๆ ควรใช้นักสังคมสงเคราะห์ชี้แนะให้ผู้กระทำความผิดปรับตัวผ่านงานสาธารณะ การแก้ปัญหาอาชญากรรมต้องแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ เพราะการลักขโมยส่วนใหญ่จะมาจากปัญหาความยากจนและยาเสพติด ปัญหานี้ต้องแก้ไขโดยการสร้างรัฐสวัสดิการ
๔.ประธานศาลฎีกาและอัยการสูงสุดต้องมาจากการเลือกตั้งของประชาชน รูปธรรมคือ สภาผู้แทนราษฎรเลือกประธานศาลฎีกา และเมื่อประธานศาลฎีกา หรืออัยการสูงสุดเข้ารับตำแหน่งต้องสาบานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎร
เพื่อให้เกิดความชัดเจนถึงสาเหตุที่เราต้องปฎิรูประบบยุติธรรม เราได้สัมภาษณ์ประชาชนที่ถูกดำเนินคดีอาญา ม.๑๑๒ และเพื่อความปลอดภัยของเขาเราจะเรียกเขาว่า “ส.ลาดยาว”
คุณถูกดำเนินคดีในข้อหา ๑๑๒ กี่ครั้ง และมีอุปสรรคในการต่อสู้คดีลำบากมากขนาดไหน
ผมถูกดำเนินคดีในข้อหา มาตรา ๑๑๒ ครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๕๗ ซึ่งขณะถูกจับกุมเป็นช่วงที่ประยุทธ์ยึดอำนาจและเมื่อถูกจับเข้าคุก ผมไม่สามารถพูดหรือต่อสู้อะไรได้เลย และระบบกฎหมายเราเป็นระบบกล่าวหา ซึ่งกล่าวหาแล้วเอาผมเข้าคุก ตอนนั้นคนในคุกพูดกันว่า คดี ๑๑๒ สู้ติดแน่ แพ้ติดนาน เมื่อผมไม่ได้รับประกันตัวผมจึงต้องจำใจยอมรับสารภาพ
มีการดำเนินคดี ๑๑๒ ในชั้นศาลอยู่เป็นจำนวนมากในขณะนี้ จากประสบการณ์ของคุณ คุณคิดว่าระบบการดำเนินคดีต้องมีการปฏิรูประบบไหม และถ้ามีต้องเป็นลักษณะใด
ศาลต้องทำให้ประชาชนเห็นว่า ศาลมีความบริสุทธิ์ใจในการทำคดี แต่ที่เห็นคือมันยุ่งยากไปหมด และการดำเนินคดีของไทยคือการกล่าวหาและระบบลายลักษณ์อักษร การต่อสู้คดีมันก็เป็นการรวบรัดตัดตอนต้องลุ้นว่าจะได้ประกันตัวไหม? แต่การดำเนินคดีที่ผมมีประสบการณ์คือผิดหลักการไปหมดเลย คือ เอาคนเข้าคุกก่อน ในโลกนี้มีระบบลูกขุนซึ่งเมื่อระบบทุกวันนี้เราได้สัมผัสแล้วมันไม่ยุติธรรม ตัวผมเองเลยต้องการคดี ๑๑๒ เอามาทำในระบบลูกขุน ซึ่งพลเมืองทุกคนมีหน้าที่ในการช่วยพิจารณาข้อเท็จจริง เพื่อที่จะตัดสินว่าจำเลยผิดหรือไม่ผิด

