ว่าด้วยการพัฒนาตัวเองและการแสวงหาความสุขในมุมมองมาร์กซิสต์

โดย ศุภวัฒน์ ตังอนุสรณ์สุข

​ความสุขนั้นมาจากไหน? ในความคิดของนักปรัชญากรีกอย่างอริสโตเติ้ลนั้นมองว่า ‘ความสุขนั้นขึ้นอยู่กับตัวของคุณเอง’ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็น ลาภ ยศ หรือเงินทอง ไม่มีความจำเป็นต่อความสุขเลย หากเขาผู้นั้นไม่ปล่อยให้ตนเองมีความสุข พ้องกันกับนักปรัชญาสายสโตอิกอย่างเซเนกาที่มองว่า เราไม่มีความจำเป็นต้องกังวลต่อสิ่งใดที่เรานั้นไม่อาจควบคุม ’ชีวิตคือการแสวงหาความสุข’ แต่ความสุขนั้นคือสิ่งใด? อะไรบ้างที่ถูกมองว่าเป็นความสุข? 

​คำตอบนั้นอาจถูกเสนอโดย ‘American dream หรือความฝันแบบอเมริกัน’ ที่โด่งดังในต้นศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นไปตามคอนเซป “ชีวิต เสรีภาพ และการแสวงหาความสุข” พร้อมๆ ไปกับ จิตวิทยาเชิงบวก ที่กำหนดว่าความสุขมาจาก เรียน ทำงาน แต่งงาน มีบ้าน มีครอบครัว จึงเป็นเรื่องประหลาดเหลือเกินหากคนจะไร้ซึ่งความสุข เพราะทุนนิยมได้วางวิธีใช้ชีวิตให้คุณหมดแล้ว แต่กระนั้นเปอร์เซ็นการฆ่าตัวตายในสหรัฐตั้งแต่ปี 1999 ถึง 2012 เพิ่มสูงขึ้นถึง 24% อัตราของวัยรุ่นที่ป่วยเป็นโรคซึมเศร้าเพิ่มสูงขึ้นจาก 5.9% ในปี 2012 สู่ 8.2% ในปี 2015 [1] เรื่องประหลาดเช่นนี้เกิดขึ้นได้เช่นไร? แล้วอะไรหว่าที่มันผิดพลาด?

​วิวาทะว่าด้วยความสุขของการมองโลก: เมื่อปี 2020 มีถกเถียงกันระหว่างเก่งกิจ กิติเรียงลาภ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กับนักเขียนชื่อดัง สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ หรือนามปากกา นิ้วกลม การถกเถียงนั้นเกิดมาจากข้อสังเกตของเก่งกิจที่ว่า งานเขียนของนิ้วกลมนั้นมีเป้าประสงค์ที่จะชี้นำให้มองเห็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ จากชีวิตประจำวัน แม้ว่าชีวิตทั้งหมดที่เรามีอยู่ตอนนี้ มันจะไม่ประสบความสำเร็จอะไรเลย แต่คุณก็มีความสุขได้ ถ้าคุณมีถ้วยกาแฟที่ดี สวย หรือมีอากาศดี[2] กล่าวได้ว่า เพียงแค่เปลี่ยนมุมมองก็จะเปี่ยมล้นไปด้วยความสุข ดังนั้น ไม่ว่าปัญหาใดๆ ในชีวิตไม่เกี่ยวกับการเมือง หนำซ้ำ ยังบิดให้การเป็นการดิ้นรนที่งดงามโดยไม่เจตนาเสียอีก ปัญหาเหล่านี้จึงไม่มีวันถูกแก้ไข

​อย่างไรก็ดี ข้อถกเถียงนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไรนัก ประเด็นนี้ถูกยกขึ้นมาพูดในดีเบทระหว่างจอร์เดนปีเตอร์สันและสลาวอย ชีเชค ในปี 2019 ปีเตอร์สัน ‘ยอมรับ’ และตระหนักรู้ดีถึงปัญหาทางการเมืองเหล่านี้ แต่คุณจำเป็นที่จะต้อง ‘ต่อสู้’ เพื่อให้ได้มาถึงสิ่งที่คุณฝันใฝ่ หากแต่การต่อสู้นี้ไม่ใช่การทำโครงการทางการเมืองแต่อย่างใด แต่เป็นการเก็บที่นอนให้เรียบร้อย ด้วยการจัดการชีวิตตัวเองให้เรียบร้อย เพราะชีวิตทุกชีวิตมีปัญหา และมันจะไม่มีวันหมดไปถ้าตัวของคุณเองไม่แก้ไข[3] ปีเตอร์สันมองว่า ความสุขนั้นเกิดขึ้นมาจากการทำสิ่งที่มีความหมายตามกรอบจริยธรรมและความเชื่อของคุณ หรือก็คือ ‘ประพฤติตัวให้ดี’[4]  ดังนั้น พวกนักเคลื่อนไหวทางการเมืองในสายตาของปีเตอร์สันนั้นเป็นเพียงคนขี้แงที่คิดว่าโลกนี้มันเลวร้ายและอะไรอะไรมันก็ดูผิดไปหมด แต่ไม่เคยที่จะหันมาจัดการชีวิตตนเองเลย

​ไม่ว่าจะเป็นทางออกแบบนิ้วกลม หรือทางออกแบบปีเตอร์สัน มีใจความคืออยู่ที่การประพฤติตนเท่านั้น การดูแลและพัฒนาตนเองนั้นเป็นประโยชน์แน่นอน แต่การพัฒนาตัวเองไม่ได้มีแค่การสะสมความมั่งคั่ง มนุษย์นั้นไม่ได้มีชีวิตอยู่เพียงแค่สะสมทุนและตายจากไป มนุษย์เป็นเผ่าพันธ์ุซึ่งมีความหลากหลาย รวมทั้งสลับซับซ้อน เปลี่ยนไปตามยุคสมัยและสภาพแวดล้อม มนุษย์นั้นไม่ได้เพียงเห็นแก่ตัว มนุษย์เห็นแก่เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน มนุษย์นั้นจุนเจือน้ำใจเพื่อคนอื่นตลอดเวลา หวังที่จะให้สังคมที่เขาอยู่และคนที่เขารักนั้นได้รับปัจจัยที่เลี้ยงชีพเขาไว้ได้  ปัญหามีแต่เพียงว่าเขาเหล่านั้นถูกรัฐและประชาสังคมกล่อมเกลาอุดมการณ์ที่ว่า หากเขาไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ได้มีลาภยศเงินทอง คนที่อยู่ข้างหลังเขาย่อมจะทุกข์ยาก ซึ่งเป็นความจริงในโลกทุนนิยม

​บริษัทที่กดเงินเดือนพนักงาน หนี้การศึกษาที่เป็นภาระรั้งท้ายคนทำงาน ค่าครองชีพที่สูงขึ้นลิบลับ การเดินทางที่เต็มไปด้วยค่าใช้จ่ายและความยากลำบาก บวกกับกระแสเสรีนิยมใหม่ที่ทำให้การจ้างงานแบบเปราะบาง (precarious) มากขึ้นเรื่อยๆ สัญญาจ้างระยะสั้นและการลดบำนาญ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาที่จะแก้ได้ด้วยตัวคนเดียว ความเชื่อที่ว่าหากคุณไต่เต้าแย่งเศษเนื้อจากคนชนชั้นเดียวกันแล้วสักวันคุณจะมีโอกาสขยับขยายไปเป็นคนในชนชั้นที่สูงขึ้นนั้น เป็นเรื่องยากและไร้ซึ่งประสิทธิภาพที่จะทำได้ แต่หากต้องรวมตัวกัน กรรมมาชีพจำเป็นที่จะต้องจัดองค์กรทางการเมือง ร่วมต่อสู้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตและสวัสดิการที่ตอบสนองต่อความต้องการของมนุษย์ทุกคน ต้องร่วมกันทำลายล้างลำดับชั้นทางเศรษฐกิจ และทุนนิยม เพื่อร่วมกันสร้างสังคมใหม่ ที่เห็นการดำรงชีวิตของมนุษย์ทุกคนเป็นสำคัญ เพื่อสร้างสังคมนิยม!

อ้างอิง

[1] Increase in Suicide in the United States, 1999–2014. cdc.gov https://www.cdc.gov/nchs/products/databriefs/db241.htm#:~:text=From%201999%20through%202014%2C%20the,for%20all%20ages%2010%E2%80%9374

[2] เก่งกิจ กิติเรียงลาภ: ‘จริยศาสตร์แบบนิ้วกลม’ ความสุขของฉันที่มองไม่เห็นความทุกข์ของคนอื่น. ประชาไท https://prachatai.com/journal/2020/10/90100

[3] The ‘debate of the century’: what happened when Jordan Peterson debated Slavoj Žižek. The Guardian https://www.theguardian.com/world/2019/apr/20/jordan-peterson-slavoj-zizek-happiness-capitalism-marxism

[4] Happiness is watching a brawl between iconoclastic philosophers. The Economist https://www.economist.com/open-future/2019/03/22/happiness-is-watching-a-brawl-between-iconoclastic-philosophers

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ