ธาตุแท้ของการต่อสู้ในปาเลสไตน์คืออะไร

โดย คมกริต

​การตอบโต้ของฮามาสและชาวปาเลสไตน์เมื่อต้นเดือนตุลาคม 66 มักถูกพูดถึงมากกว่าการกดขี่ ขับไล่ ข่มเหง และเข่นฆ่าที่เกิดขึ้นทุกวันจากน้ำมือของรัฐอิสราเอล ราวกับว่าการสู้กลับของชาวปาเลสไตน์คือผู้กระทำฝ่ายเดียว

​การต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์และตัวตนของรัฐอิสราเอลมีประวัติมายาวนาน มีความละเอียดอ่อนซับซ้อน แต่ไม่ยากเกินที่จะเข้าใจ มันคือผลผลิตของจักรวรรดินิยม ไม่ใช่ความขัดแย้งทางเชื้อชาติหรือศาสนา

​หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 กระแสหลักในหมู่คนยิวยุโรปคือแนวสังคมนิยมและแนวมาร์คซิสต์ เช่น โซเชียลลิสต์บุนด์ (ขบวนการแรงงานชาวยิวในยุโรปตะวันออก) มีส่วนในการต่อต้านระบอบซาร์ที่ปลุกกระแสเข่นฆ่าชาวยิว และปฏิเสธแนวชาตินิยม อย่างสาย “ไซออนนิสต์”

​จักรวรรดินิยมอังกฤษก็ใช้ผลจากปราบชาวยิวเป็นโอกาสสร้าง “หมาบ้า” ขึ้นด้วยปฏิญญาบัลโฟร์ในปี ค.ศ.1917 เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตนเองในตะวันออกกลาง (พรรคแรงงานสังคมนิยมอังกฤษ. 2017)

​ความพ่ายแพ้ของฝ่ายซ้ายและกรรมาชีพในเยอรมันก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 นำไปสู่ชัยชนะของนาซีในยุค ฮิตเลอร์ และการสังหารชาวยิวถึง 6 ล้านคน ซึ่งเข้าทางกระแสฝ่ายขวา “ไซออนนิสต์” จนมีการก่อตั้งรัฐอิสราเอลหลังสงครามโลกได้สำเร็จ นักสังคมนิยมเชื้อสายยิวที่เติบโตในครอบครัวไซออนนิสต์ ในปาเลสไตน์ โทนี่ คลิฟฟ์ เคยอธิบายว่า “ชาวยิวเคยถูกกดขี่ด้วยความโหดเหี้ยมจริง แต่ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าพวกเขาจะก้าวหน้าโดยอัตโนมัติ การกดขี่เกี่ยวข้องกับความไร้อำนาจเสมอ ซึ่งนำไปสู่ปฏิกิริยาตอบโต้”

​การสร้าง “รัฐยิวบริสุทธิ์” นำไปสู่การกดขี่และการขับไล่ชาวปาเลสไตน์มหาศาลในเหตุการณ์ “นัคบา” (โศกนาฏกรรม) ค.ศ.1948 เป็นการขับไล่ชาวปาเลสไตน์นับล้านจนถึงปัจจุบัน (สหประชาชาติ 2023) ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้น ปาเลสไตน์เป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยคนนับถือคริสต์ อิสลาม และยิวออร์โธดอกซ์อยู่ร่วมกัน

​สำหรับในปาเลสไตน์ เคยมีการตั้งองค์กรปลดแอกปาเลสไตน์ นำโดย “ฟะตะห์” แกนนำจากชนชั้นกลางปาเลสไตน์ แต่ด้วยความแตกต่างของผลประโยชน์ทางชนชั้น ฟะตะห์จึงหันหลังให้มวลชนคนธรรมดา ประนีประนอมกับรัฐอิสราเอลและเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งกับชนชั้นนำอาหรับที่ไม่ต้องการให้การต่อสู้ของกรรมาชีพในอาหรับเชื่อมโยงกัน (Squire 2023)

​นักสังคมนิยมต้องต่อต้านการกดขี่ทุกรูปแบบ บางครั้งผู้ถูกกดขี่นำศาสนามาใช้ในการต่อสู้ ซึ่งเราสามารถวิจารณ์ได้ แต่การร้องหาการต่อสู้ที่บริสุทธิ์ไม่สามารถปลดปล่อยผู้ถูกกดขี่ได้ และยังเป็นบททดสอบแก่ขบวนการประชาธิปไตยในไทยด้วยว่า จะเลือกเชียร์มวยตามสื่อกระแสหลักหรือจะสร้างมุมมองที่ยืนข้างผลประโยชน์ของผู้ถูกกดขี่ทุกแห่งหน

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ