โดย กองบรรณาธิการ
เราจะมีท่าทีจุดยืนต่ออิสราเอลและปาเลสไตน์อย่างไร โดยที่เราไม่เพิกเฉยต่อเหตุการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ รวมถึงฮามาส ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น จากการยิงจรวดโจมตีอิสราเอลอย่างฉับพลันของกลุ่มฮามาสเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งรัฐอิสราเอลได้แก้แค้นด้วยการโจมตีพื้นที่ฉนวนกาซาทางอากาศ ทั้งตอบโต้ด้วยมาตรการปิดล้อมโดยสมบูรณ์ คือตัดไฟฟ้า น้ำ อาหาร เชื้อเพลิง และยา ทำให้ประชากรในนั้นกว่า 2.3 ล้านคนอยู่ในภาวะทุกข์ยาก ซ้ำประกาศว่าจะ “ทำลายล้าง” กลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก โดยได้เรียกทหารกองหนุนนับแสนคน และระดมกำลังทหารทั่วฉนวนกาซาเพื่อเตรียมโจมตีภาคพื้นดิน ล่าสุดตัวเลขผู้เสียชีวิต ณ 20 ต.ค. ในฉนวนกาซา 4,137 ราย ในอิสราเอล 1,403 ราย และในเวสต์แบงก์ 81 ราย (จากข่าวอัลจาซีรา)
จุดเริ่มต้นของความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์สำหรับหลาย ๆ คน มาจากการลงมติขององค์การสหประชาชาติเมื่อปี 1947 ให้แบ่งดินแดนปาเลสไตน์ออกเป็นสองรัฐ คือ หนึ่งรัฐยิว และหนึ่งรัฐอาหรับ – ภายหลังจากการล่มสลายของชาวยิวในยุโรปส่วนใหญ่ที่ถูกฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ อย่างไรก็ตาม ทั้งชาวปาเลสไตน์และชาวอาหรับในประเทศใกล้เคียงไม่ยอมรับการก่อตั้งอิสราเอลใหม่ เพราะรัฐอิสราเอลที่อยู่บนพื้นฐานแนวคิดลัทธิขวาจัดไซออนนิสต์ถูกสร้างขึ้นบนพื้นที่ที่มีคนอื่นอาศัยอยู่ คือพื้นที่ที่ชาวปาเลสไตน์และชาวยิวเคยอยู่ร่วมกันอย่างสันติมาเป็นพันๆ ปี แต่รัฐเชื้อชาติเดียวที่ถูกสร้างขึ้นนี้ได้ขับไล่ชาวปาเลสไตน์ 850,000 คนออกจากบ้านเกิดในเหตุการณ์ “นักบา” ในปี 1948 และเกิดสงครามกับประเทศอาหรับ จากนั้นก็แย่งยึดดินแดนจากอียิปต์ ซีเรียและจอร์แดน ในพื้นที่ฉนวนกาซา คาบสมุทรไซนาย เวสต์แบงก์ เยรูซาเลมตะวันออก ที่ราบสูงโกลัน และกรุงเยรูซาเลมในปี 1967 ที่เรียกว่าสงคราม 6 วัน และปกครองชาวอาหรับในเขตเวสต์แบงก์ไว้ภายใต้กฎระเบียบทหารจนถึงทุกวันนี้ ส่วนฉนวนกาซาก็ถูกปิดล้อมกว่า 15 ปีแล้ว
หลายประเทศได้มีประชาชนเดินขบวนประท้วงรัฐอิสราเอล ที่กระทำเยี่ยงนักล่าอาณานิคมและสังหารชาวปาเลสไตน์ จนมีผู้พลัดถิ่นนับล้านคน และสนับสนุนการปลดแอกของชาวปาเลสไตน์ แม้แต่ชาวยิวในอังกฤษและสหรัฐอเมริกาก็เรียกร้องให้รัฐอิสราเอลหยุดฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ จากการตระหนักถึงการถูกกระทำเมื่อครั้งสงครามโลกครั้งที่ 2 ส่วนฝ่ายซ้ายหลายกลุ่มประณามพวกลัทธิไซออนนิสม์ในอิสราเอลที่คลั่งเชื้อชาติขวาจัด เรียกร้องให้หยุดการยึดครองพื้นที่ของประชาชนชาวปาเลสไตน์ และสหรัฐต้องหยุดสนับสนุนรัฐบาลอิสราเอล หยุดสร้างอิทธิพลในเขตพื้นที่ตะวันออกกลาง และถ้าจะสร้างสันติภาพและประชาธิปไตยในดินแดนปาเลสไตน์ ก็ควรยกเลิกรัฐอิสราเอลแล้วสร้างประเทศใหม่บนพื้นฐานความหลากหลายของประชากร อีกทั้ง ประชาชนรากหญ้าควรรวมตัวกันจากล่างสู่บนเพื่อปฏิวัติ พร้อมกับสร้างแนวร่วมมวลชน สมานฉันท์การปฏิวัติในประเทศรอบข้าง
ส่วนแรงกดดันที่ทำให้ขบวนการต่อสู้ของชาวปาเลสไตน์เลือกแนวทางการจับอาวุธเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่มันมีจุดอ่อนที่จะนำไปสู่การสร้างประชาธิปไตยจริงบนความหลากหลายของเชื้อชาติในพื้นที่นี้ เพราะยากที่จะเอาชนะอาวุธที่ทันสมัยของอิสราเอลที่ได้รับการสนับสนุนจากจักรวรรดินิยมตะวันตก และการพึ่งพากองกำลังติดอาวุธทำให้การนำถูกจำกัดโดยคนกลุ่มเล็กๆ ที่กล้าหาญ ถืออาวุธ แต่อีกด้านหนึ่งแม้อิสราเอลจะปราบปรามปาเลสไตน์อย่างหนัก แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะได้เช่นกัน
บทเรียนในประวัติศาสตร์ ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน มนุษยชาติพยายามต่อสู้กับความไม่เป็นธรรมทางการเมืองและเศรษฐกิจตลอดเวลา ขบวนการต่อสู้ก็มีหลายวิธีการ ตั้งแต่เพ้อฝัน, อ้อนวอนให้คนรวยเสียสละ, ก่อภัยสยองด้วยการสังหารศัตรู ตัวย่างที่ชัดเจนคือ ขบวนการนารอดนิกในรัสเซีย ซึ่งมีการก่อวินาศกรรมหรือสังหารเจ้าหน้าที่ของซาร์ ที่นักมาร์กซิสต์ในรัสเซียได้วิจารณ์การต่อสู้ด้วยวิธีก่อภัยสยองว่าเป็นวิธีที่ปฎิเสธการต่อสู้ด้วยมวลชนเน้นคนไม่กี่คนและไม่ทำให้เกิดประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง ซึ่งสุดท้าย แนวทางนารอดนิกก็เสื่อมความนิยมลงไปและการปฎิวัติด้วยมวลชนกรรมาชีพมีอิทธิพลขึ้นมาแทน
พวกเราผู้รักความเป็นธรรมจะไม่ยอมให้ “มีพื้นที่การเหยียดเชื้อชาติ อคติต่อชาติพันธุ์ชาวยิว ศาสนาอิสลาม การเลือกปฏิบัติ การกลั่นแกล้ง ละเมิดทุกรูปแบบและสงครามจักรวรรดินิยมเกิดขึ้นบนโลกใบนี้”
เฉพาะหน้า มาร่วมกันเรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลหยุดยิงหยุดฆาตกรรมชาวปาเลสไตน์ และแสดงความสมานฉันท์ไปยังชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซา


