คนหนุ่มสาวสร้างพรรคที่ก้าวหน้ากว่าที่เป็นอยู่ปัจจุบันได้

โดย วัฒนะ วรรณ 

                ในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา เราเห็นการเติบโตของคนหนุ่มสาวทั้งในแง่จำนวนและคุณภาพ ที่ลุกขึ้นต่อสู้เพื่อเสรีภาพและประชาธิปไตย พวกเขาตั้งคำถามต่อสังคมในทุกๆ มิติที่ผู้ใหญ่จำนวนหนึ่งคุ้นชินจนคิดว่าเป็นธรรมชาติ ไม่ว่าจะเป็นระบบครอบครัว ระเบียบวินัยในโรงเรียน ผู้ปกครองทางการเมือง รวมไปถึงปัญหาปากท้อง ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการกดขี่ขูดรีดมูลค่าแรงงานจากกรรมาชีพโดยกลุ่มชนชั้นนายทุนซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นปกครอง

​ในอดีตฝ่ายประชาชนเคยมีชัยชนะ ๒ ครั้ง คือเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ แต่ก็ถูกปราบในปี ๒๕๑๙ กับเหตุการณ์พฤษภาคม ๒๕๓๕ แต่ก็ถูกยึดอำนาจกลับจากกองทัพอีก ๑๔ ปีต่อมา ในการรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙

​ป๋วย อึ๊งภากรณ์ อธิบายว่า เจตนาที่จะทําลายล้างขบวนการนักศึกษาและขบวนการของประชาชนที่รักเสรีภาพมีมาตั้งแต่วันที่มีการล้มเผด็จการทหารในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ สามปีก่อนหน้านั้น โดยแกนหลักคือผู้ที่สูญเสียอํานาจทางการเมืองไปในปี ๒๕๑๖ รวมทั้งผู้ที่เกรงว่า “ประชาธิปไตยมากเกินไป” จะทําให้เขาสูญเสียอํานาจทางเศรษฐกิจ ในกลุ่มนี้มีทั้งนายทุน เจ้าของที่ดินรายใหญ่ๆ ทหาร และตํารวจบางกลุ่ม รวมถึงนักการเมือง (ดยเฉพาะพรรคชาติไทย) และนวพล ภิกษุเช่นกิตติวุฑโฒด้วย พวกนี้ใช้ทุกวิธีการในการโจมตีพลังต่างๆ ของประชาชนที่เป็นปรปักษ์ต่อผลประโยชน์ของตนเอง เช่นมีการใช้ความรุนแรงและการสังหารผู้นําชาวนา ผู้นํานักศึกษา และผู้นําทางการเมือง และการปลุกระดมด้วยข่าวเท็จผ่านสื่อมวลชน เช่นหนังสือพิมพ์ดาวสยาม กับ สถานีวิทยุยานเกราะ

​ใจ อึ๊งภากรณ์ อธิบายว่า ผู้ที่สนับสนุนหรือวางแผนทำรัฐประหาร ๑๙ กันยา ๔๙ มีสามกลุ่มใหญ่ กลุ่มแรก ฝ่ายเสียประโยชน์จากอำนาจ ไทยรักไทย ซึ่งเป็นอำนาจที่มีฐานเสียงจากคะแนนเลือกตั้ง ฝ่ายที่เสียประโยชน์นี้อยู่ในเครือข่าย “ระบบอุปถัมภ์-ร่วมกินเก่า ของระบบข้าราชการ ทหารและพลเรือน กลุ่มสอง นายทุนกับชนชั้นกลาง ที่ถูกกีดกันจากการร่วมกินผลประโยชน์โดย ไทยรักไทย นักธุรกิจบางคนแสดงความไม่พอใจ ชนชั้นกลางก็เริ่มโวยวายเรื่องคอรัปชั่น กลุ่มสาม พวกเสรีนิยม ซึ่งมีในพรรคประชาธิปัตย์และรวมถึงนักวิชาการต่างๆ พวกนี้ไม่เคยเห็นด้วยกับประชานิยม เพราะมองว่าการใช้งบประมาณรัฐในการพัฒนาชีวิตคนจนไม่มีประโยชน์ ทำให้ “ขาดวินัยการคลัง” แต่พวกเสรีนิยมมองว่าการใช้งบประมาณรัฐเพื่อจ่ายหนี้เสียของคนรวยหลังวิกฤต หรือในการสนับสนุนงบประมาณทหาร เป็นเรื่องดีไม่ก่อให้เสียวินัยการคลัง

​ชัยชนะ ๒ ครั้งของฝ่ายประชาชนล้มพวกผู้ปกครองเผด็จการที่กดขี่รูดรีดลงได้ แต่หลังจากนั้นกลุ่มคนที่สูญเสียอำนาจก็ลุกขึ้นมายึดอำนาจกลับคืน ถ้ามีการเรียกร้องผลประโยชน์จากคนชั้นล่างมากเกินไป เรามีบทเรียนจากประวัติศาสตร์กันมากพอที่จะเรียนรู้ว่า ถ้าไม่ยึดอำนาจมาเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง ก็เท่ากับการรอคอยให้ฝ่ายอำนาจเดิมลุกกลับมายึดอำนาจคืน การต่อสู้ในรอบใหม่จึงต้องถกเถียงกันถึงรูปแบบที่ประชาชนจะเข้าไปมีอำนาจรัฐได้อย่างแท้จริง โดยไม่หวังพึ่งพาพรรคการเมืองของพวกชนชั้นนำอีกต่อไป เครื่องมือสำคัญคือ การสร้างพรรคการเมืองฝ่ายซ้าย พรรคสังคมนิยม พรรคการเมืองที่ปฏิเสธแนวคิดเสรีนิยม กลไกตลาด และพร้อมจะยืนอยู่เคียงข้างคนที่ถูกกดขี่ทุกกลุ่ม ถึงแม้ว่ากลุ่มคนเหล่านั้นจะถูกกดดันเลือกแนวทางการต่อสู้ที่เราไม่เห็นด้วยก็ตาม พรรคที่เราจะสร้างควรมีจุดยืนร่วมกันเบื้องต้นดังนี้ 

ข้อแรก เราต้องคัดค้านเสรีนิยมของกลุ่มทุนและกลไกตลาด 

ข้อสอง เราต้องคัดค้านจักรวรรดินิยมและคัดค้านนายทุนในประเทศเราเอง 

ข้อสาม เราจะยืนอยู่เคียงข้างและสนับสนุนสิทธิของผู้ด้อยโอกาส ผู้ถูกกดขี่  

ข้อสี่ เราต้องส่งเสริมเสรีภาพ สันติภาพ และการปกป้องสิ่งแวดล้อม 

ข้อห้า เราต้องส่งเสริมสังคมที่เท่าเทียมกัน และศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์

​พรรคการเมืองที่เราจะร่วมกันสร้างต้องมุ่งเน้นการเมืองนอกสภาเป็นหลัก แต่ไม่ปฏิเสธการลงเลือกตั้งเพื่อเสนอนโยบาย การพยายามสร้างฐานมวลชนขยายจำนวนสมาชิกเป็นหน้าที่สำคัญของพรรค เงินทุนที่ใช้จะต้องมาจากสมาชิกพรรคในอัตราก้าวหน้าและผู้สนับสนุนจากชนชั้นเดียวกัน เช่น สหภาพแรงงาน และองค์กรภาคประชาชนอื่นๆ นี่คือรูปร่างหน้าตาคร่าวๆ ของพรรคที่เราจะต้องร่วมกันสร้าง แต่รูปร่างหน้าตาที่สมบูรณ์จะต้องเกิดจากสมาชิกพรรคทั้งหมดร่วมกันกำหนด พรรคเราจะรวบรวมประสบการณ์การต่อสู้ต่างๆ ของภาคประชาชนมาผนึกกำลังกัน พรรคเราจะถูกขับเคลื่อนด้วยพลังของคนหนุ่มสาวทั้งนักศึกษา กรรมกร และชาวนา ผู้รักความเป็นธรรม พรรคเราจะเต็มไปด้วยบรรยากาศของประชาธิปไตยที่หาไม่ได้จากพรรคนายทุน 

​พรรคต้องอาศัยพลังมวลชน ไม่ใช่บารมีของผู้นำ ลีออน ทรอทสกี นักปฏิวัติสังคมนิยมรัสเซียเคยเสนอว่า การเปลี่ยนแปลงสังคมไปสู่สังคมนิยมต้องอาศัยพลังของมวลชนกรรมาชีพ โดยที่สมาชิกพรรคไม่สามารถทำแทนกรรมาชีพได้ แต่กรรมาชีพที่ไร้เป้าหมายทางการเมืองชัดเจน จะเปรียบเหมือนพลังไอน้ำที่ไม่มีลูกสูบ จะแสดงพลังแล้วก็สูญสลายไป เลนิน เตือนว่า สมาชิกพรรคไม่ควรตั้งตัวขึ้นมาเป็นศาสดาที่คอยสอนกรรมาชีพ พรรคต้องเรียนรู้จากกรรมาชีพพื้นฐานตลอดเวลาทั้งในอดีตและปัจจุบัน อันโตนีโอ กรัมชี นักปฏิวัติสังคมนิยมอิตาลี บอกว่า พรรคไม่สามารถ “ป้อนความรู้” ใส่สมองกรรมาชีพเหมือนพี่เลี้ยงป้อนอาหารให้เด็ก แต่พรรคต้องเสนอประสบการณ์จากอดีตกับคนที่กำลังเปิดกว้างเพื่อแสวงหาทางออกเนื่องจากเขาอยู่ในสถานการณ์การต่อสู้ สมาชิกพรรคจึงต้องร่วมต่อสู้พื้นฐานของกรรมาชีพ เพื่อเสนอความคิดและแนวทางในการต่อสู้ที่ท้าทายความคิดกระแสหลักของทุนนิยมเสมอ ไม่ใช่นั่งอยู่แต่ในห้องประชุม

​หนังสือพิมพ์ คือนั่งร้านในการสร้างพรรค หมายความว่า หนังสือพิมพ์ผลิตออกมาเพื่อเป็นแหล่งข้อมูลและเป็นแหล่งทฤษฎีให้กับสมาชิก เป็นอาวุธทางปัญญา เป็นคำประกาศจุดยืนต่อสาธารณะอย่างชัดเจนของพรรค การที่สมาชิกต้องขายหนังสือพิมพ์ให้คนภายนอก เป็นวิธีในการสร้างความสามัคคีทางความคิดภายในพรรคเพราะต้องถกเถียงเพื่อปกป้องแนวคิดของหนังสือพิมพ์ สมาชิกจึงต้องอ่านและขายหนังสือพิมพ์ของพรรค

​ประชาธิปไตยรวมศูนย์ คือ การมีประชาธิปไตยภายในของสมาชิกพรรคที่จะสามารถถกเถียงกันได้อย่างเสรี แต่พรรคจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนเสนอต่อสาธารณะ ดังนั้นพอถึงเวลาปฏิบัติจึงต้องมีการลงคะแนนเสียงกำหนดนโยบายที่ชัดเจนโดยใช้เสียงข้างมากเป็นผู้กำหนด โดยสมาชิกทุกคนต้องทำตาม

​การประชุมเป็นประจำและเป็นระบบ เป็นวิธีสำคัญในการรักษารูปแบบองค์กร เป็นโอกาสที่แลกเปลี่ยน ฝึกฝนการพูดวิเคราะห์สถานการณ์ต่างๆ ทั่วโลก พัฒนาความคิดความสามารถทางทฤษฎีของสมาชิก ในขณะที่การอ่านหนังสือคนเดียวไม่มีทางให้ประโยชน์เพียงพอ การประชุมเป็นวิธีเดียวที่จะประสานการต่อสู้ประจำวันของสมาชิกเพื่อนำประสบการณ์เข้ามาในพรรคและพัฒนาการต่อสู้ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น การประชุมเป็นประจำเป็นวิธีเดียวที่สมาชิกจะสามารถควบคุมนโยบายและผู้นำของพรรคได้

​จะเห็นว่า ถ้าจะสร้างสังคมใหม่ เราจะต้องมีพรรคที่คนจน กรรมาชีพ เป็นเจ้าของพรรคเอง มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในทุกกระบวนการไม่ใช่หวังพึ่งพาคนรวยไม่ว่าคนเหล่านั้นจะมีเจตนาดีแค่ไหน แต่มันไม่เคยเป็นหลักประกันในการดึงผลประโยชน์มาสู่คนชั้นล่างจากแท้จริงและที่สำคัญ พรรคจะต้องปฏิเสธแนวความคิดเสรีนิยมที่ให้ประโยชน์กับคนรวย ชนชั้นนำ

ถ้าเห็นด้วยกับเราเชิญมาสมัครสมาชิกองค์กรสังคมนิยมแรงงาน

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ