โดย คมกริต
จากการเปิดทดสอบระบบการเดินรถไฟฟ้าสายสีชมพูฟรี ช่วงแคราย-มีนบุรี ตั้งแต่วันที่ 21 พ.ย. 2566 ไม่นานมานี้ เราได้เห็นความหนาแน่นของผู้โดยสารที่ใช้รถไฟฟ้าสายสีชมพู รวมถึงประสบการณ์ของผู้เขียนที่ได้เริ่มใช้ สะท้อนถึงความสำคัญของขนส่งสาธารณะสำหรับคนส่วนมากที่ตรากตรำผลิตมูลค่าแก่สังคม รวมถึงขนส่งสาธารณะที่ไม่เพียงพอ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
ขนส่งสาธารณะในไทยถูกแปรรูปหลังวิกฤติเศรษฐกิจ 2540 รัฐบาลไทยต้องกู้เงินจากไอเอ็มเอฟ แต่มาพร้อม ๆ กับเงื่อนไข “วินัยทางการคลัง” เพื่อให้มีเงินใช้หนี้ นั่นหมายความว่า รัฐจะต้องตัดงบประมาณสวัสดิการสังคมและให้เอกชนมาจัดการแทน บวกกับกระแสเสรีนิยมใหม่ในระดับสากลที่สอดคล้องกับกระแสหลักในไทยด้วย
พวกทุนเสรีนิยมจะใช้ข้ออ้างเรื่องความเทอะทะของระบบราชการไทยและประสิทธิภาพของกลไกตลาดในการจัดสรรทรัพยากรในสังคม แต่ในโลกจริง การแข่งขันในตลาดเสรีนำไปสู่การลดต้นทุนเพื่อปกป้องกำไร ในแง่ของขนส่งสาธารณะที่ถูกแปรรูปให้เอกชนมาบริหาร มันทำให้มีการลดคุณภาพและบั่นทอนสภาพการจ้างงาน การผูกค่าจ้างพนักงานกับผลงานรวมถึงการทำงาน 10-12 ช.ม.ต่อวันทำให้เกิดความเหนื่อยล้าและการแข่งขันกันแย่งลูกค้าจนเกิดอุบัติเหตุ
จากกรณีเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 2566 รถเมล์ไฟฟ้าสาย 558 วิ่งระหว่างการเคหะพระราม 2-สุวรรณภูมิ ของบริษัท ไทย สมายล์ บัส จำกัด พุ่งชนท้ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์กว่า 10 คัน มีผู้บาดเจ็บ 18 ราย เหตุเพราะพนักงานขับรถเหนื่อยล้า ทั้งพักผ่อนน้อยจนผล็อยหลับ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจน
ปี 2552 มีการสัมภาษณ์พนักงานขับรถเมล์ถึงการทำงาน เฉลี่ยแล้วได้รับค่าแรงตกวันละประมาณ 600-700 บาท ซึ่งกว่าจะมีรายได้ขนาดนี้ วันหนึ่งต้องขับวันละ 4 รอบ รอบละ 3 ชั่วโมง รวมแล้วต้องทำงาน 12 ชั่วโมงต่อวัน เมื่อปี 2557 พนักงานขับรถเมล์สาย 8 ต้องทำงานถึง 15 ช.ม.ต่อวัน จากสภาพจราจรที่ติดขัดและถูกกดดันจากการผูกค่าจ้างพนักงานกับค่าตั๋วรายวัน
ราคาตั๋วรถไฟฟ้า 15-69 บาทในกรุงเทพฯ การจ่ายค่าตั๋วเมื่อเปลี่ยนสาย บวกกับราคาที่ดินและที่พักอาศัยในตัวเมืองซึ่งใกล้กับสถานที่ทำงานมีค่าเช่าที่แพง คนงานจึงมักอาศัยไกลจากที่ทำงาน และต้องเสียกับค่าเดินทางถึง 40 % ของเงินเดือน (Money Hub. 2560) แม้แต่การขนส่งนอกกทม. ด้วยการแข่งขันของบริษัทขนส่งมวลชนต่างจังหวัด ยังบีบให้พนักงานต้องทำงานชั่วโมงยาวนานเกิน 10 ชั่วโมง เพื่อแข่งขันกันทำกำไรของแต่ละบริษัท ทำให้เกิดอุบัติเหตุทุก ๆ ปี เมื่อถึงช่วงเทศกาลกลับบ้านเกิด
นี่คือความล้มเหลวของกลไกตลาด ขนส่งสาธารณะต้องอยู่บนฐานการบริการประชาชนอย่างทั่วถึง แทนการแสวงหากำไร ผ่านการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้าเพื่อนำมาหมุนในการบริการ แต่จะทำเช่นนั้นได้ มันวัดกันที่พลัง ตั้งแต่วันที่ 6 พ.ย. จนถึงปัจจุบัน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพได้ออกแถลงการณ์ต่อต้านการแปรรูปรถเมล์เพิ่ม เป็นรูปธรรมหนึ่งที่สำคัญในการรักษาคุณภาพขนส่งสาธารณะ และไม่ได้จำเป็นต้องเลือกว่าระหว่างจะให้ รัฐ หรือ เอกชน จัดการอย่างเด็ดขาด องค์กรสังคมนิยมแรงงานมีข้อเสนอใช้ระบบไตรภาคี ประกอบไปด้วยตัวแทนจากสหภาพแรงงานอุตสาหกรรมนั้น ๆ ตัวแทนผู้ใช้บริการ และตัวแทนจากรัฐที่มาจากการเลือกตั้งในการบริหาร
นั่นหมายความว่าในการสร้างขนส่งสาธารณะฟรี มีคุณภาพ และทั่วถึง เราต้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยไปพร้อม ๆ กัน ดังที่นักปฏิวัติ โรซ่า ลัคเซมเบิร์ก ได้อธิบายไว้ว่า ก่อนการปฏิวัติ เราต้องสู้เพื่อการปฏิรูปด้วย เพื่อสะสมประสบการณ์ บทเรียน และขยายพื้นที่ประชาธิปไตย

