ทำไมวิทยาศาสตร์ต้องข้ามแอกทุนนิยม

โดย รุเธียร

                ในอดีต มนุษย์ผู้วิวัฒน์มาจากลิงไร้หางถูกห้อมล้อมด้วยความหวาดกลัว พวกเขาสร้างเรื่องราวของเทพเจ้าและภูติผีปีศาจเพื่อตอบคำถามต่อธรรมชาติที่ตนยังไม่รู้จัก และในขณะเดียวกันพวกเขาก็อาศัยธรรมชาติเหล่านั้นในการดำรงชีวิต ความรู้ความเข้าใจที่มีต่อธรรมชาติผลักดันให้มนุษย์ดัดแปลงสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เป็นประโยชน์กับตนเอง มนุษย์สร้างประวัติศาสตร์ของตัวเองแม้ไม่ใช่โดยเงื่อนไขที่เขาเป็นผู้เลือก 

​วิทยาศาสตร์เติบโตมาจากปรัชญาธรรมชาติ เป็นความพยายามที่จะเสาะแสวงหาความรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติที่หลุดพ้นไปจากจินตนาการของเทพนิยายผ่านกระบวนการแสวงหาความรู้อย่างเป็นระบบ องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เติบโตจากความเข้าใจที่มีต่อสิ่งมีชีวิต โลกทางกายภาพของสสาร พลังงาน และดวงดาวบนท้องฟ้า ไปสู่การพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีและวิศวกรรมซึ่งพลิกผันโลกมาจนถึงปัจจุบัน

                มนุษย์มีสาธารณูปโภคที่สะดวกสบาย มีการแพทย์ที่ก้าวหน้า มีความฝันที่จะทะยานออกสู่ห้วงอวกาศที่เป็นปริศนา ทั้งหมดทั้งมวลล้วนมาจากองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ทั้งสิ้น แต่ในขณะเดียวกัน การล่าอาณานิคมของจักรวรรดินิยมในโลกยุคสมัยใหม่เป็นหนี้บุญคุณของความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างมหาศาล กฎข้อที่สองทางอุณหพลศาสตร์เกิดขึ้นในช่วงเวลาของการปฏิวัติอุตสาหกรรมเพื่อควานหาประสิทธิภาพสูงสุดที่เครื่องจักรกลพึงจะทำได้ การสังเคราะห์ก๊าซแอมโมเนียและสงครามเคมีโดยฟริทซ์ ฮาร์เบอร์ เป็นไปเพื่อประโยชน์ทางทหารของกองทัพเยอรมัน 

​ทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษของไอน์สไตน์ว่าด้วยความสัมพันธ์ของมวลและพลังงานจุดประกายให้นักวิทยาศาสตร์ตระหนักรู้ได้ว่ามวลแม้เพียงน้อยนิดจากการแตกตัวของธาตุกัมมันตรังสีสามารถสร้างความรุนแรงมากพอที่จะล้างผลาญฮิโรชิมาและนางาซากิได้ทั้งเมือง 

​อุตสาหกรรมปศุสัตว์และเทคนิคพันธุวิศวกรรมที่ต้องการแก้ไขความอดอยากจากการเพิ่มขึ้นของประชากรแต่ใครบ้างที่มีส่วนร่วมกับการตัดสินใจครั้งนี้ถ้าไม่ใช่กลุ่มนายทุน ผลลัพธ์จากการใช้ประโยชน์จากเชื้อเพลิงปิโตรเลียมผ่านองค์ความรู้เรื่องการแยกสารผสมและเทคนิคเชิงเคมีวิศวกรรมพลิกผันภูมิอากาศของโลกไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ และเช่นเดียวกันที่ในทุกวันนี้  วิทยาศาสตร์ได้กลายเป็นศาสตร์สำหรับการสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อนำไปสู่ผลกำไรที่งอกเงยของธุรกิจเอกชน

                เราไม่อาจละเลยได้เลยว่าการค้นพบและการใช้ประโยชน์จากวิทยาศาสตร์หลายประการต่างก็สัมพันธ์อยู่กับปริมณฑลทางเศรษฐกิจการเมืองอย่างแยกกันไม่ออก ทุกวันนี้ทุนนิยมสร้างวิกฤตให้เราต้องเผชิญหน้าไปตราบชั่วลูกชั่วหลาน ทั้งวิกฤตเศรษฐกิจตกต่ำ วิกฤตการเมือง วิกฤตสังคม สงครามจักรวรรดินิยม และท้ายที่สุดคือสิ่งแวดล้อมที่พังทลาย ในขณะที่เรามีองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าแต่กลับไม่ได้นำไปสู่อะไรที่ดีขึ้นเลย เทคโนโลยีที่ทันสมัยและสะดวกสบายซึ่งควรจะเป็นสิ่งที่แบ่งเบาภาระของผู้ใช้แรงงานกลับกลายเป็นแอกอันหนักอึ้งที่ทุกคนต้องไล่ตามให้ทัน 

​ดังนั้น เป็นเรื่องจำเป็นที่เราจะต้องสำรวจมายาคติว่าด้วยความเป็นวิทยาศาสตร์อย่างถ่องแท้ และร่วมกันสร้างสรรค์ปริมณฑลทางเศรษฐกิจการเมืองใหม่ที่ไม่ได้มีเป้าหมายในการแสวงหากำไรและสะสมทุน แต่มีเป้าหมายอยู่ที่การสร้างความเสมอภาคในสังคม  องค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์จะไม่ถูกปิดกั้นจากคำถามว่าใครบ้างที่จะได้กำไร แต่จะกลายเป็นสิ่งที่เปิดกว้างเพื่อนำไปสู่การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและดัดแปลงธรรมชาติอย่างมีจิตสำนึกต่อผลประโยชน์ของมวลชนมากกว่าเดิม

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ