สัมภาษณ์ยุทธนา แพงพงษ์ เลขาธิการสหภาพแรงงานขสมก.
สัมภาษณ์โดย พัชณีย์ คำหนัก และคมกริต
เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา สหภาพแรงงาน ขสมก.ได้ยื่นหนังสือต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางบก เรียกร้องขอคืนเส้นทางเดินรถของ ขสมก. หลังจากที่เอกชนที่ได้รับสัมปทานเดินรถบนเส้นทางนั้นไปแล้วแต่ไม่สามารถบริหารจัดการได้ หยุดวิ่งจนทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และยังขอให้รัฐลงโทษเอกชนที่หยุดวิ่ง เส้นทางดังกล่าวคือ เส้นทางในหมวด 1 เขตกรุงเทพมหานคร และจังหวัดที่มีเส้นทางต่อเนื่องสาย 3-21 มหาวิทยาลัยรามคำแหง วิทยาเขตบางนา-มหาวิทยาลัยรามคำแหง และเส้นทางสาย 4-70E มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ศาลายา-สถานีรถไฟฟ้าหมอชิต (ทางด่วน) เป็นการชั่วคราว ไปจนถึงการเรียกร้องขอคืนทุกเส้นทางสัมปทานทั้งหมดให้แก่ ขสมก. เพราะรัฐมีหน้าที่บริการประชาชนในฐานะสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน องค์กรสังคมนิยมแรงงานซึ่งสนับสนุนการสร้างรัฐสวัสดิการที่รัฐต้องมีหน้าที่ดูแลสวัสดิการแก่ประชาชนฟรีหรือมีราคาถูกและมีคุณภาพ
เราจะมาพูดคุยกับ คุณยุทธนา แพงพงษ์ เลขาธิการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ว่าทำไมการแปรรูปขนส่งสาธารณะสร้างความลำบากอย่างไร แก่ประชาชนคนทำงานผู้ผลิตมูลค่าแก่สังคม ทำไมการปรับปรุงและการรักษาการจ้างงานทำไปพร้อมกันได้ และสหภาพแรงงานกับรัฐสามารถให้บริการคมนาคมได้ดีกว่าเอกชนอย่างไร
สภาพปัญหาการขนส่งสาธารณะในกรุงเทพฯ ในมุมมองคนทำงานมีอะไรบ้าง
การบริการสาธารณูปโภคในเมืองหลวงสำหรับแรงงานกรรมาชีพนั้น ตามวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ขสมก.ในพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งขนส่งมวลชน พ.ศ 2519 ระบุว่า ต้องให้บริการแก่ผู้มีรายได้น้อยและปานกลาง และหากจะขึ้นค่าโดยสาร จะต้องผ่านมติคณะรัฐมนตรีไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลชุดใดก็ตาม ซึ่งรัฐบาลแต่ละห้วงเวลาก็บริหารขาดทุนและเป็นหนี้ 1.4 แสนล้านบาท อย่างไรก็ตาม เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะให้บริการประชาชน แต่เมื่อมีการรัฐประหารปี 2559 รัฐบาลยกเลิกมติ ค.ร.ม.ปี 2526 ให้องค์การ ขสมก.มีสถานะเป็นผู้ประกอบการรายหนึ่งและให้อยู่ในสังกัดกรมการขนส่งทางบก ซึ่งก่อนหน้านี้มีสถานะเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่
จากนั้นกรมการขนส่งทางบกก็ออกนโยบายปฏิรูปเส้นทาง โดยอ้างว่าเพื่อแก้ปัญหาจราจร ลดปริมาณรถเมล์ลง เพื่อลดความคับคั่งของจราจร นำไปสู่การเปิดให้บริษัทเดินรถเอกชนประมูลเส้นทาง 77 เส้นทาง โดยกำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องมีคุณสมบัติ เช่นมีโฉนดที่ดิน (มีอู่รถ) มีคนบริการและมีรถคันใหม่ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า EV ทำให้ ขสมก.ขาดคุณสมบัติเนื่องจากมีอู่รถ แต่ไม่มีรถใหม่ ยกตัวอย่างการประมูลเส้นทาง สาย 140 ซึ่งเป็นเส้นทางสายหลักที่ ขสมก.มีรายได้กว่า 100,000 บาทต่อวัน เพราะมีผู้ใช้บริการจำนวนมากตั้งแต่ 9,000-100,000 คนต่อวัน หรือสาย 155 มีผู้ใช้บริการจำนวนมากเช่นกัน มีรายได้ถึง 150,000 บาทต่อวัน ซึ่งเท่ากับว่านโยบายของกรมฯ เป็นการแปรรูปให้เอกชน
เมื่อ ขสมก.ไม่มีรถคันใหม่ รัฐบาลจะต้องหาซื้อรถคันใหม่ ซึ่งจะต้องผ่านมติ ครม. และได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลัง แต่กลายเป็นว่า เส้นทางหลักให้เอกชนไปทำหมดแล้ว นอกจากนี้ กรมฯ ยังสั่งให้ ขสมก.วิ่งแทนในกรณีที่เอกชนหยุดวิ่ง เช่น สาย 207 จากราม 1 ไปราม 2 ที่ให้เอกชนประมูลเส้นทางไปแต่กลับเลิกวิ่ง จึงขอให้ ขสมก.มาวิ่งแทนในระยะ 3 เดือน เช่นเดียวกับสาย 4-70E ไปศาลายา-จตุจักร ทั้งนี้สาเหตุมาจากการที่รัฐเขามองว่า ขสมก.เป็นภาระ เพราะขาดทุน แต่กระทรวงการคลังก็ไม่ได้จัดหางบมาให้ ขสมก.เพื่ออุดหนุนการบริการสาธารณะ ทั้ง ๆ ที่ขสมก.ไม่ใช่องค์กรพาณิชย์ เป็นรัฐสวัสดิการ ให้บริการประชาชน และกลับไปดูที่ พรก.จัดตั้ง ขสมก. 2519 รัฐจะต้องหางบประมาณมาอุดหนุน
การแปรรูป ขสมก. ช่วยพัฒนาระบบขนส่งให้บริการประชาชนได้หรือไม่
ในเรื่องของการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ รัฐบาลยังไม่ยุบ ขสมก.แต่ทำให้เราตายช้าๆ ซบเซาไปเรื่อยๆ ณ วันนี้สายหลักแทบจะไม่เหลือ ทั้งหมดมี 8 เขตให้สัมปทานเอกชนไปหมด ที่เหลือเป็นเส้นทางรองที่ให้ ขสมก.เดินรถ ผลกระทบคือ แม้จะยังไม่ถึงขั้นการปลดพนักงาน และยังมีการเปิดรับพนักงาน แต่ก็ทำให้รายได้ของ ขสมก.ลดลงวันละหลายแสนบาท นอกจากนี้ ไม่มีรถคันใหม่มาแทนรถคันเก่าที่ใช้มาร่วม 30 ปีแล้ว ทางสหภาพแรงงานจึงเรียกร้องให้รัฐบาลซื้อรถใหม่เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา และขอให้กระทรวงคมนาคมช่วยเร่งรัดเพื่อนำมาบริการประชาชน และเราก็เห็นด้วยกับการบริการรถโดยสารสาธารณะฟรี
ในการแปรรูปเส้นทางที่เดิมทีมีหลายบริษัทเอกชนเข้าประมูล ตอนนี้เหลือบริษัทรายใหญ่ เช่น Thai Smile ดังนั้น เรามองว่านี่คือการแปรรูป ตามกฎหมายและนโยบายของรัฐบาล ซึ่งเราก็ได้คัดค้านมาตั้งแต่ปี 2559 เพียงแต่ไม่สามารถออกไปประท้วงเพราะรัฐใช้มาตรา 44 จึงทำได้เพียงยื่นหนังสือคัดค้านเท่านั้น
รัฐควรบริหารแบบไหนเพื่อให้คนทำงานและประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปพร้อมกัน
ในมุมมองของคนทำงาน เราเชื่อมั่นว่าหน่วยงานรัฐให้บริการได้ดีกว่าเอกชน ซึ่งรัฐจะต้องจัดหาเครื่องมือที่ดีมาให้บริการ อย่างกรณีประเทศอังกฤษ อิตาลี เยอรมันที่ผมได้เห็นมา เขามีรถคันใหม่ มีป้ายรถเมล์ที่บอกเวลา รวมทั้งที่เมืองปักกิ่ง ก็มีรถพลังงานไฟฟ้าของรัฐบาลบริการให้แก่ประชาชน รัฐบาลมีหน้าที่อุดหนุนถ้าขาดทุนส่วนใดส่วนหนึ่ง ยกตัวอย่างไปรษณีย์ ตอนที่เอกชนมาทำกัน การส่งพัสดุไม่ได้มาตรฐาน ต่างกับการไปรษณีย์ ที่ได้มาตรฐาน
ในส่วนของคุณภาพชีวิตของคนทำงานในระบบรัฐวิสาหกิจ เราก็ได้รับเช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจอื่นๆ คือมีค่ารักษาพยาบาลที่สามารถเบิกได้ แต่ต้องจ่ายสำรองไปก่อนและเบิกทีหลัง ซึ่งทางสหภาพฯ เรียกร้องให้เบิกตรง ใช้เพียงบัตรประชาชนเช่นข้าราชการ เพราะรายได้ของคนทำงานยังน้อยและมีหนี้สิน อีกทั้ง สหภาพฯ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มรายได้ และเพิ่มในลักษณะขั้นบันได สภาพการจ้างงานที่ตกต่ำย่อมนำไปสู่การบริการที่แย่ตามกัน
สำหรับปัญหาโลกร้อน ทางสหภาพแรงงานก็ได้ให้ผมไปดูงานที่เนเธอร์แลนด์และเยอรมัน ซึ่งยังใช้รถรางอยู่ ในไทยเคยใช้รถรางเมื่อปี 2490 แต่ยกเลิกไปแล้ว ในขณะที่ต่างประเทศเขายังนำมาวิ่งและปรับให้ทันสมัยเพื่อลดโลกร้อน หันมาใช้พลังงานสะอาด ด้วยการใช้กังหันลม แต่บ้านเรายังคงใช้ถ่านหินและน้ำมันจำนวนมาก ซึ่งเห็นด้วยที่จะใช้พลังงานสะอาดและพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะมากกว่ารถยนต์ไฟฟ้า
สหภาพแรงงาน ขสมก.ถูกจัดตั้งขึ้นเมื่อปี 2519 ซึ่งมีสหภาพแรงงานประจำสถานประกอบการ 24 แห่ง ปี 2535 ยุค รสช. สร.ขสมก.ถูกเปลี่ยนให้เป็นสมาคม จากเดิมที่ใช้พ.ร.บ.สหภาพแรงงานเดียวกันกับภาคเอกชน แต่ถูกแยกจากเอกชนในปี 2543 ปัจจุบันมีสมาชิก สร.ขสมก. ประมาณ 7,800 คน ส่วนพนักงานทั้งหมดประมาณ 20,000 คน

