ระบบทุนนิยมคือสวรรค์ของคนรวยเป็นนรกของคนจน

โดย สมทรง ตรีแก้ว

            ภายหลังการล่มสลายกำแพงเบอร์ลินและตามมาด้วยการพังทลายของสหภาพสังคมนิยมโซเวียต ชนชั้นนายทุนและบรรดาผู้สนับสนุนชนชั้นนายทุน ต่างยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้น ฟรานซิส  ฟูกูยามา ประกาศว่านี่คือจุดจบของประวัติศาสตร์และเป็นชัยชนะของเสรีนิยมประชาธิปไตย ในขณะที่บรรดานักปฎิวัติสังคมนิยม ฝ่ายซ้ายและนักเคลื่อนไหวทั่วโลกต่างหดหู่ ละทิ้งแนวความคิดสังคมนิยม แม้ว่าจะยังคงมีผู้รักความเป็นธรรมที่หวังว่าจะสร้างสังคมเท่าเทียมกันแต่พวกเขาเหล่านั้นต่างแสวงหาเส้นทางการต่อสู้แบบใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแนวทางสังคมนิยม และมีเป็นจำนวนมากที่ไม่สนใจการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมอีกเลย

            ในสมัยปัจจุบันนี้คนที่สนใจแนวคิดทางการเมืองสมัยใหม่ มักจะหัวเราะเยาะเย้ยและดูแคลนนักสังคมนิยมมากว่าเป็นพวกเพ้อฝัน ไม่มีทางเป็นจริงได้และสังคมนิยมมันใช้ไม่ได้และล้มเหลวมาแล้ว โดยยกตัวอย่าง รัสเซีย และประเทศยุโรปตะวันออก ซึ่งการที่มองแบบนี้นั้นมันไม่น่าเเปลกใจอะไรเพราะในสังคมไทยไม่เคยมีพื้นที่สำหรับการศึกษาแนวคิดมาร์กซิสต์ และชนชั้นนำบิดเบือนแนวความคิดสังคมนิยม สร้างความคิดสังคมนิยมให้เป็นปีศาจ (ใช่แล้ว! พวกเราคือปีศาจสำหรับชนชั้นนายทุน) เหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด  โดยพวกชนชั้นนายทุนร่วมมือกับกองทัพในการปราบปรามนักสังคมนิยม สาเหตุหลักคือ พวกเขากลัวว่าเมื่อคนเข้าใจหลักการของระบบสังคมนิยมแล้ว แนวคิดสังคมนิยมจะกลับมาเป็นหอกทิ่มแทงและเป็นตรายต่อฐานะทางชนชั้นของพวกเขา เนื่องจากแนวคิดสังคมนิยมเป็นปฎิปักษ์ต่อแนวคิดทุนนิยมและเช่นนี้เอง พวกเขาจึงพยายามประดิษฐ์ถ้อยคำต่างๆ เพื่อบิดเบือนแนวคิดสังคมนิยมที่แท้จริง ทั้งป่าวประกาศว่าแนวคิดสังคมนิยมจะทำให้ครอบครัวเเตกเเยก ทรัพย์สมบัติส่วนตัวจะถูกรัฐยึดไปเป็นของกลาง ซึ่งมาร์กซและเองเกลส์ได้เขียนแถลงการณ์พรรคคอมมิวนิสต์โต้เเย้งไว้ตั้งแต่ ค.ศ.1848 ซึ่งคำโต้เเย้งนี้พวกชนชั้นนายทุนต่างไม่สามารถแก้ต่างได้แต่อย่างใด  อย่างไรก็ตามชนชั้นนายทุนก็ยังคงโกหกคำโตว่า ระบบทุนนิยมคือทางออกและเป็นความหวังของคนทุกคน ทั้งๆที่ในความเป็นจริงแล้ว มันตรงข้าม (ถ้าผู้อ่านนึกไม่ออก จงนึกถึงกวิกฤตการณ์สังคมช่วงโควิด) สำหรับแนวคิดสังคมนิยมคืออะไรและทำไมจึงเป็นทางออกสามารถหาอ่านได้จากหนังสือพิมพ์เดือนธันวาคม ๒๕๖๖ หน้า ๑๙ และบทความต่างๆ ที่เผยแพร่ในหนังสือพิมพ์ขององค์กรสังคมนิยมแรงงาน 

            แม้ว่าชนชั้นนายทุนจะยืนหยัดว่า แนวคิดทุนนิยมคือระบอบสุดท้ายของมนุษย์ และทุกคนมีเสรีภาพอย่างเต็มที่และเมื่อมีเสรีภาพก็สามารถทำให้คนเท่าเทียมกันได้ แต่ภายหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินและสหภาพโซเวียต เมื่อปี ค.ศ.๑๙๘๙ (พ.ศ.๒๕๓๕) และทั้งๆ ที่ขบวนการสังคมนิยมอ่อนพลังลง ไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใดๆก็ตาม แต่สามสิบปีให้หลังระบบทุนนิยมก็ยังไม่สามารถแก้ไขความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมได้ ผลที่เกิดขึ้นคือระบบทุนนิยมทำให้คนส่วนน้อยได้รับผลประโยชน์อย่างมหาศาล และสร้างปัญหาสำหรับคนส่วนใหญ่ ไม่สามารถสร้างความเท่าเทียมให้กับสังคมได้อย่างแท้จริง มีความเหลื่อมล้ำทางสังคมระหว่างคนรวยกับคนจนแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว และที่สำคัญคือระบบทุนนิยมทำให้ชนชั้นกรรมาชีพและชาวนาไม่มีความมั่นคง แต่มันคือสวรรค์ของชนชั้นนายทุนและเป็นนรกของคนจน  วอเรน บัฟเฟตต์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันเขียนบทความลงหนังสือพิมพ์นิวยอร์คไทม์ในปี ค.ศ.๒๐๑๒ เปิดเผยข้อมูลว่า คนอเมริกันรวยสุด ๔๐๐ คนมีค่าจ้าง ๙๗,๐๐๐ เหรียญสหรัฐต่อชั่วโมงในปี ค.ศ.๑๙๙๒ (อ้างโจเซฟ สติ๊กลิชต์ จากราคาของความเหลื่อมล้ำ แปลโดยสฤณี อาชวานันทกุล)  ส่วนนิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) เปิดเผยรายงานการจัดอันดับมหาเศรษฐีโลกประจำปี ๒๕๖๖ โดยระบุว่า ณ เดือน มี.ค.๒๕๖๖  นายธนินทร์ เจียรวนนท์ เจ้าของเครือซีพีมีทรัพย์สินสุทธิจำนวน ๑.๔๙  หมื่นล้านดอลลาร์เป็นมหาเศรษฐีที่ติดอันดับที่ ๑๑๖ ของโลก ส่วนนายเจริญ สิริวัฒนภักดี เจ้าของเครือไทยเบฟเวอเรจ มีทรัพย์สินสุทธิ ๑.๔๘  หมื่นล้านดอลลาร์ ติดอันดับคนรวยที่ ๑๑๘ ของโลก พวกเขาร่ำรวยมหาศาลในขณะที่คนสร้างมูลค่ากำไรให้พวกเขามีค่าแรงขั้นต่ำอยู่ที่ วันละ ๓๕๔ บาท และบางพื้นที่กำหนดค่าแรงขั้นต่ำที่ ๓๒๘ บาทต่อวัน พวกเขาทำเหมือนคนตาบอดมองว่าราคาค่าสินค้าในแต่ละท้องที่มีความแตกต่างกัน ทั้งๆ ที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและวัตถุดิบในการผลิตมีราคาเดียวกันทั่วประเทศ

            ท่ามกลางปัญหาที่ระบบทุนนิยมส่งผลต่อชีวิตของพวกเรา ถึงเวลาแล้วที่ชนชั้นกรรมาชีพจะต้องลุกขึ้นเพื่อรวมตัวกันต่อกรกับชนชั้นนายทุนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคม เหมือนกันกับที่บรรดาบรรพบุรุษของพวกเราได้ร่วมต่อสู้กันนับตั้งแต่ชนชั้นกำเนิดขึ้นมาในโลกนี้ ซึ่งมนุษย์ทุกยุคสมัยต่างพยายามแสวงหาหนทางออกให้พ้นไปจากถูกกดขี่และความอยุติธรรม ดังเช่นชนชั้นทาสพยายามหาทางปลดแอกไม่ให้ตนตกเป็นทาส ชนชั้นนายทุนต่างพยายามหาหนทางต่อสู้ในการปลดแอกตนเองจากชนชั้นศักดินา  

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ