โดย แสงยุทธนา
หากคุณเป็นฝ่ายซ้ายที่ชอบท่องโลกอินเตอร์เน็ตและมักสุงสิงอยู่ในชุมชนฝ่ายซ้ายในโซเชียล ไม่ว่าจะในเฟสบุ๊กหรือทวิตเตอร์ คุณอาจจะคุ้นชินกับคําว่า “Tankie” หรืออาจแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า “สังคมนิยมรถถัง” คํานี้ถูกหยิบยกขึ้นมาและแพร่หลายในยุคที่ฝ่ายซ้ายทั่วโลกเริ่มใช้โซเชียลมีเดียเป็นเครื่องมือในการแสดงทรรศนะต่อความไม่เป็นธรรมในสังคม เป็นชื่อเรียกที่ดูตลกขบขันและได้แต่ครุ่นคิดว่าทําไมคนส่วนหนึ่งจึงได้ถูกใช้คำสรรพนามที่มีรากศัพท์มาจากคําว่า “Tank” หรือรถถังนิยามพวกเขา อีกทั้งผู้ที่นิยามคนอื่นด้วยคํานี้ และถูกนิยามด้วยคํานี้ กลับเป็นฝ่ายซ้ายด้วยกันทั้งคู่เสียเอง บทความนี้จะพาทุกคนมารู้จักกับรากเหง้าของคําศัพท์ที่ดูตลกคํานี้ ถึงแม้ว่าต้นตอของมันจะไม่ดูน่าตลกเสียเท่าไหร่ก็ตาม
ยุโรปตะวันออกหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นกลุ่มประเทศที่ถูกครอบงําจากสหภาพโซเวียต เหตุมาจากการทําสงครามขับไล่พวกนาซีที่ยึดครองพื้นที่ในยุโรปตะวันออกเพื่อที่จะรุกรานไปยังโซเวียตในก่อนหน้านั้น แต่หลังจากการขับไล่นาซีจบลง รัฐบาลโซเวียตกลับสร้างกลไกการปกครองของประเทศเหล่านั้นให้กลายเป็นรัฐเผด็จการพรรคคอมมิวนิสต์ในแนวทางแบบโจเซฟ สตาลิน ผู้นําโซเวียต ณ ขณะนั้น ที่ทําหน้าที่เป็นหุ่นเชิดชั้นดีให้กับการปกป้องโซเวียตจากโลกตะวันตก อีกทั้งผู้บริหารรัฐเหล่านั้นยังเป็นคนที่รัฐบาลโซเวียตแต่งตั้งมาเป็นผู้มีอํานาจเองกับมือ
ในปี 1956 หลังจากการตายของโจเซฟ สตาลิน และในระหว่างการดำรงตําแหน่งของ นิกิตา ครุสชอฟ ผู้นําพรรคคอมมิวนิสต์แห่งสหภาพโซเวียต ณ ขณะนั้น กลับเกิดเหตุการนัดหยุดงานทั่วไปในเมืองพอสแนน ประเทศโปแลนด์ และทั้งๆ ที่การนัดหยุดงานครั้งนั้นถูกรัฐบาลปราบปรามสําเร็จ มันกลับเป็นเชื้อไฟให้เกิดการนัดหยุดงานลามไปเมืองอื่นๆ ทั่วโปแลนด์ จนในที่สุดมีการนําของผู้นําพรรคคอมมิวนิสต์สายปฏิรูปชื่อ กอมุลคา ที่เคยติดคุกขึ้นมาเพื่อควบคุมสถานการณ์p
ทางด้านประเทศฮังการีไปไกลกว่านั้น เกิดการเดินขบวนของนักศึกษาและคนงาน มีการทําลายรูปปั้นโจเซฟ สตาลิน ที่เมืองบูดาเปส มีการพยายามยึดสถานีวิทยุจนเกิดการปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงและตํารวจติดอาวุธ เหล่ามวลชนคนงานได้บุกเข้ายึดปืนจากสมาคมยิงปืนในโรงงาน และมีการชักชวนให้เหล่าทหารเกณฑ์เปลี่ยนข้าง ในไม่ช้าเมืองต่างๆ ในฮังการีก็ถูกควบคุมโดย “คณะกรรมการโรงงาน” และ “คณะกรรมการปฏิวัติ” ปีเตอร์ ฟไรเอร์ นักข่าวหนังสือพิมพ์จากพรรคคอมมิวนิสต์อังกฤษที่ไปสังเกตการณ์ถึงกับรายงานข่าวว่า “ตอนนี้ในฮังการีแทบไม่ต่างกับรัสเซียในยุค 1917 เพราะคนงานต่างก่อกบฏ และสร้างกลไกการบริหารในรูปแบบของสภาคนงานทั่วทั้งประเทศ”
ในระหว่างการต่อสู้ของเหล่าคนงานในฮังการี เราจะพบว่ามันคือการต่อสู้เพื่อนําไปสู่ระบอบสังคมนิยมอย่างแท้จริง เพียงแค่พวกเขาเกลียดระบบเผด็จการในรูปแบบของรัฐบาลโซเวียตเท่านั้น พวกเขามิใช่ “นักเสรีนิยมประชาธิปไตย” อย่างที่พวกรัฐบาลทุนนิยมตะวันตกหลอกลวง อีกทั้งแกนนําคนงานเหล่านี้ยังออกแถลงการณ์ประณามการคืนอํานาจให้นายทุน เจ้าที่ดิน และ นายธนาคารอีกด้วย
เมื่อสถานการณ์ปฏิวัติในฮังการีเริ่มรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลจึงพยายามแก้สถานการณ์ตามแบบฉบับเดียวกับโปแลนด์ ด้วยการนําผู้นําพรรคคอมมิวนิสต์สายปฏิรูปอย่าง เนกี ขึ้นมาควบคุมสถานการณ์ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นว่ารัฐบาลโซเวียตกลับส่งกองทัพทหารและรถถังเข้ามาปราบปรามมวชลชนในครั้งนี้ เรียกได้ว่ามันคือสงครามระหว่างชนชั้นแรงงานที่สู้รบกับรัฐบาลที่แปะป้ายเรียกตัวเองอย่างหน้าไม่อายว่าเป็นรัฐบาลของชนชั้นแรงงาน จุดจบของสงครามครั้งนี้คือชัยชนะของรัฐบาลโซเวียต ที่แลกมาด้วยการปลิดชีพแกนนําคนงานประมาณ 350 คน
พออ่านมาถึงจดนี้แล้ว ผู้อ่านคงจะเริ่มเข้าใจว่าทำไมฝ่ายซ้ายกลุ่มหนึ่งถึงถูกนำคำศัพท์ที่มีรากศัพท์มาจากคําว่ารถถัง หรือ “Tank” แปะป้าย ซึ่งมันก็มาจากการที่รัฐบาลโซเวียตที่เรียกตัวเองว่าเป็นรัฐบาลของคนงาน ส่งกองทัพรถถังเขาไปปราบปรามคนงานที่กําลังจะปฏิวัติ และในการปราบปรามครั้งนั้นมีสัญลักษณ์เป็นรูปขบวนรถถังโซเวียตในกรุงบูดาเปส เราจึงเรียกกลุ่มคนที่เรียกตัวเองว่าฝ่ายซ้ายแต่กลับสนับสนุนการกระทําเหล่านั้นว่า “Tankie” ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้มิได้เกิดขึ้นแค่กับรัฐบาลโซเวียตในยุคของโจเซฟ สลาลิน หรือ นิกิตา ครุสชอฟ เพียงเท่านั้น การกระทําที่สื่อถึงลักษณะอันเป็นเผด็จการข้าราชการและจักรวรรดินิยมของรัฐบาลที่เรียกตัวเองว่าพรรคคอมมิวนิสต์ยังเกิดขึ้นอีกหลังจากนั้น เช่นในยุคของ ลีโอนิด เบรชเนฟ มีการส่งทหารโซเวียตเข้าไปรุกรานและควบคุมพื้นที่ของประเทศอัฟกานิสถานจนเกิดสงครามกลางเมืองและปลิดชีพผู้คนไปนับแสน หรือในรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีนในยุคของ เติ้ง เสี่ยวผิง ที่ปฏิรูปประเทศจีนให้กลายเป็นรัฐเสรีนิยมในรูปแบบของเผด็จการข้าราชการ มีการสังหารประชาชนที่ไปประท้วงที่จตุรัสเทียนอันเหมินในปี 1989 และยังพยายามปิดข่าวไม่ให้คนในจีนพูดถึงเหตุการณ์วันนั้น หรือในรัฐบาลจีนยุคปัจจุบันที่มีการประท้วงรุนแรงในฮ่องกง ในประเด็นเรื่องสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก ประชาธิปไตย และการกําหนดทิศทางของรัฐตนเอง ก็ยังมีการปราบปรามอย่างรุนแรงโดยรัฐบาลพรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เรียกตนเองว่าเป็นตัวแทนของชนชั้นแรงงานเช่นกัน ผู้ที่สนับสนุนการกระทําในลักษณะนี้และเรียกตัวเองว่าฝ่ายซ้าย สามารถถูกนิยามว่าเป็น “Tankie” ได้เช่นกัน
จากที่อ่านมาเราจะพบว่า Tankie มิใช่อะไรอื่นใดนอกเสียจากพวกที่เชื่อว่าสังคมนิยมต้องเกิดจากเบื้องบนโดยรัฐเผด็จการพรรคคอมมิวนิสต์ พวกเราในฐานะนักสังคมนิยมที่เชื่อในพลังของมวลชนขอยืนยันว่า การกระทําของพวกรัฐบาลเหล่านั้นมิได้สร้างสังคมนิยมแต่อย่างใด สุดท้ายแล้วประวัติศาสต์ได้สร้างบทเรียนชิ้นสําคัญว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อรัฐที่เรียกตัวเองว่าสังคมนิยม แต่อํานาจอธิปไตยสูงสุดไม่ใช่ของแรงงานจริงๆ สุดท้ายผลสําเร็จของมันก็มิได้เป็นอะไรไปมากกว่ารัฐเผด็จการข้าราชการที่ยังมีการขูดรีดและปราบปรามคนงานแบบในรัฐทุนนิยมอยู่ เพียงแค่เปลี่ยนโลโก้พรรครัฐบาลให้มีสีแดงหรือมีค้อนเคียวอันหลอกลวงเฉยๆ สังคมนิยมจะต้องเกิดจากพลังของมวลชนแรงงานจากเบื้องล่างเท่านั้น มิได้เกิดจากกองทัพรถถังติดธงแดงคันไหนทั้งสิ้น!



