ทำไมต้องสร้างพรรคสังคมนิยมในไทย

โดย สหายโอ๊ต เพชรบูรณ์

​สถานการณ์การเมืองในประเทศไทยตอนนี้ยังไม่มีพรรคการเมืองที่เป็นตัวแทนของชนชั้นกรรมมาชีพอย่างแท้จริงถึงแม้พรรคก้าวไกลจะมีผู้นำแรงงานอยู่ในนั้นก็ตาม ที่มีอยู่ตอนนี้มีแต่พรรคเสรีนิยม กรณีเพื่อไทยและพรรคก้าวไกล อาจจะเรียกว่าเป็นพรรคเสรีนิยม “ปฏิรูป” ได้ เพราะมีความพยายามจะปฏิรูปรัฐทุนนิยมให้น่ารักขึ้นบ้างมีนโยบายที่ให้ประโยชน์คนจนเพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่พอที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในแบบที่คนส่วนใหญ่ที่เป็นกรรมาชีพและชาวนายากจนต้องการ 

​ตัวอย่างนโยบายการแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทยอาจจะช่วยบรรเทาความลำบากของคนจนได้ชั่วคราวหลังจากเผชิญวิกฤตเศรษฐกิจจากโรคระบาด แต่ยังไม่พอที่จะแก้ไขวิกฤติเศรษฐกิจที่คนจนกำลังเผชิญอยู่ พรรคการเมืองถ้ายืนอยู่บนผลโยชน์ของคนจนอย่างน้อยควรจะมีนโยบายที่เป็นหลักประกันรายได้พื้นฐานถ้วนหน้าเพื่อประกันความเสี่ยงจากวิกฤตให้กรรมาชีพไม่ต้องเผชิญกับแรงกดดัน ลดความยากจนลดปัญหาสังคม หรือนโยบายบำนาญ 3,000 บาทของพรรคก้าวไกล เมื่อคิดออกมาแล้วตกมื้อละ 33 บาท  ไม่เพียงพอต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ มันสะท้อนว่ายังไม่กล้าที่จะไปลดผลประโยชน์ของชนชั้นนายทุนเพื่อเพิ่มผลประโยขน์ให้กับกรรมาชีพ และชาวนายากจนด้วยการเก็บภาษีคนรวยและบริษัทใหญ่ๆ เพิ่ม เพื่อนำเงินมาทำรัฐสวัสดิการให้ดีขึ้นให้มากขึ้นกว่านี้

​เราต้องการเห็นสังคมที่บริหารจัดการแบบ “สังคมนิยม” แทนระบบ “มือใครยาวสาวได้สาวเอา” ของทุนนิยม เราต้องการเห็นพลเมืองในสังคมร่วมกันกำหนดนโยบายการผลิตและการทำงานด้วยกระบวนการประชาธิปไตย ในระบบสังคมนิยมระบบเศรษฐกิจการผลิตถูกควบคุมโดยพลเมืองทุกคน มีการวางแผนการผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์ทุกคน เป็นระบบที่มีความเสมอภาค ไม่มีคนรวยไม่มีคนจน ไม่มีการกดขี่ทางเพศหรือเชื้อชาติ ไม่ใช่ประชาธิปไตยครึ่งใบแบบทุนนิยม ซึ่งอำนาจการผลิตเป็นของนายทุนเพื่อตอบสนองความโลภและกำไรของคนส่วนน้อย

             พรรคสังคมนิยมควรมีหน้าตาอย่างไร ต้องเป็นพรรคที่สร้างจากมวลชนกรรมาชีพและชาวนายากจนในลักษณะจากล่างสู่บน ไม่ใช่การพึ่งพาผู้นำคนใดคนหนึ่งที่กล้าหาญในลักษณะฮีโร่ หรือคนร่ำรวยมาช่วยสร้างพรรค เป็นพรรคที่มี ”ประชาธิปไตยภายใน” นโยบายและแนวทางการปฏิบัติงานทุกอย่างในพรรคต้องถูกกำหนดด้วยการถกเถียงแลกเปลี่ยนกันอย่างเสรีของสมาชิก และยอมรับกันด้วยเสียงข้างมาก สมาชิกต้องยึดนโยบายพรรคเป็นหลัก การสื่อสารระหว่างองค์กรและสมาชิกต้องมีความต่อเนื่อง ด้วยหนังสือพิมพ์  โซเชียลมีเดีย และตัวแทนของพรรคในแต่ละชุมชนต้องมีผู้ปฎิบัติงานที่ทำงานอย่างต่อเนื่อง ขยายสมาชิกพรรคฯให้ได้มากที่สุด เพื่อเปิดโอกาสให้ชนชั้นแรงงานได้เข้ามามีส่วนร่วมกับพรรคในทุกระดับ ต้องมีสมาชิกพรรคที่ทำงานกันอย่างแข็งขัน สมาชิกต้องทุ่มเท และมีหน้าที่ในพรรค โดยไม่ได้เป็นแค่ยอดสมาชิกในกระดาษ การทำตามใจชอบโดยมองว่าตนเองเป็นปัจเจกไม่สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

​พรรคและสมาชิกต้องเตรียมพร้อมและตื่นตัวต่อการเปลี่ยนแปลง ถ้ามัวแต่รอกระแสสูงเมื่อถึงเวลาจะช้าเกินไปกระบวนการจัดตั้งพรรคแนวทางกรรมาชีพ เริ่มจากทำงานจัดตั้งแนวคิดมาร์คซิสต์ให้กับชนชั้นกรรมาชีพ นักศึกษา ด้วยหนังสือพิมพ์สังคมนิยม จัดประชุมกลุ่มศึกษา ออกไปต่อสู้ร่วมกับมวลชนในโรงงาน และสถานที่ทำงาน ผู้ปฏิบัติงานต้องมีความกระตือรือร้นในการทำงานกับมวลชน สมาชิกต้องมีจิตสำนึกในการปฏิวัติ กระตือรือร้น เสียสละในการทำงาน ผู้นำพรรคใช้ประสบการณ์ในการต่อสู้เพื่อหาแนวทางที่ถูกต้องในการต่อสู้ สร้างพรรคบนฐานที่มั่นคงของทฤษฎีมาร์คซิสต์

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ