โดย ญาณิศา
แรงงานไทยยังคงหลั่งไหลไปทำงานต่างประเทศ แม้ในทศวรรษที่ 2550 เป็นต้นมาจะชะลอตัวคือ จำนวนแรงงานไทยที่ได้รับอนุญาตเริ่มลดลงจากจำนวน 161,917 คนในปี 2550 เหลือเพียง 134,101 คนในปี 2555, 130,511 คนในปี 2556, 119,529 คนในปี 2557, 115,215 คนในปี 2560 (กรมการจัดหางาน 2560) แต่สูงขึ้นในปี 2560 เป็น 163,683 คน (กองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ. ต.ค.60) และต่ำลงในปี 2565 จำนวน 88,154 คน
ล่าสุด ณ เดือนกันยายน 2566 มีแรงงานไทยที่ยังทำงานในต่างประเทศ จำนวน 128,982 คน ส่วนใหญ่ทำงานในกลุ่มประเทศเอเชียจำนวน 89,867 คน ตามด้วยตะวันออกกลางจำนวน 28,364 คน โดยเฉพาะอิสราเอล (25,887 คน) และยุโรป อเมริกาและโอเชียเนีย จำนวน 9,909 คน ซึ่งส่งเงินกลับประเทศมากถึง 205,446 ล้านบาท ซึ่งส่วนมากจะเป็นแรงงานภาคการเกษตรและโรงงาน (สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน 2565) ปัจจัยที่ทำให้เกิดแรงงานส่งออกเป็นจำนวนมากนี้มักเกิดจากการที่ต้องเลี้ยงดูครอบครัวหรือมีหนี้สิน และงานในประเทศค่าจ้างต่ำไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูครอบครัว ค่าจ้างในต่างประเทศที่สูงและแน่นอนกว่า จึงหันไปหางานต่างแดนตามคำเชิญชวนของคนรู้จัก นายหน้าจัดหางาน
อย่างไรก็ตาม มีแรงงานจำนวนมากกู้เงินเพื่อให้สามารถจ่ายค่าเดินทางและค่าใช้จ่ายอื่นๆ รวมไปถึงค่านายหน้า บ้างก็เข้าโครงการจัดหางานของภาครัฐโดยตรง บ้างก็หางานผ่านตัวแทนบริษัท หากแต่ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ปลายทางยังถูกนายจ้างกดขี่ค่าแรงทำให้ไม่ได้ค่าจ้างตามที่ตกลงกับต้นทาง ถูกหลอกไปทำงานที่ไม่มีงานทำจริง ไม่ได้สวัสดิการตามกฎหมายแรงงานในประเทศปลายทาง ไม่ได้รับการคุ้มครองสิทธิเมื่อถูกละเมิด นอกจากนี้ มีคนจำนวนไม่น้อยที่ต้องเสียชีวิตระหว่างทำงานอยู่ในต่างประเทศ หรือไม่ก็ถูกส่งกลับเนื่องจากเจ็บป่วยจากการทำงานที่ไม่ได้รับอุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากการทำงานที่เหมาะสม มากไปกว่านั้นคือแรงงานเป็นผู้หารายได้หลัก ทำให้ครอบครัวแรงงานยากจน หรือต้องกลับไปทำงานอีกเพราะภาระหนี้ผูกพันจากการถูกเรียกค่านายหน้าแสนแพง
ดังกรณีคนงานไทยไปเก็บเบอรี่ที่ฟินแลนด์ที่มีจำนวนมากขึ้น ณ ปี 2566 จำนวนราว 3,800 คน รายได้ที่คนงานส่วนใหญ่ได้รับอยู่ที่ 30,000-100,000 บาท (เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ รวมค่านายหน้า ราว 70,000-100,000 บาท) ทว่ามีแรงงานไทยกว่า 10 คนเดินทางกลับจากฟินแลนด์เมื่อปลายปี 65 ร้องเรียนเรื่องถูกค้ามนุษย์ หลอกไปเก็บเบอร์รี่ป่าแต่ไม่มีค่าตอบแทน และมีชีวิตอย่างยากลำบาก ล่าสุดตำรวจฟินแลนด์จับกุมประธานบริษัทเบอร์รี่รายหนึ่งและคนไทยที่เป็นนายหน้านำเข้าแรงงานไทยแล้ว และกรมสอบสวนคดีพิเศษได้ส่งสำนวนอดีตรัฐมนตรีและข้าราชการระดับสูงในกระทรวงแรงงาน ให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบต่อเนื่องจากพบหลักฐานโยงขบวนการค้ามนุษย์ หักค่าหัวคิวส่งแรงงานไทย 12,000 คน ไปทำงานในฟินแลนด์ รวม 36 ล้านบาท
ปัญหาเหล่านี้จะถูกแก้ไขได้ถ้าหากประเทศไทยมีค่าจ้างที่เป็นธรรม สวัสดิการที่ดี อาทิ สวัสดิการที่มีรูปแบบเป็นตัวเงิน การรักษาพยาบาลและยาฟรี การศึกษาฟรี การมีที่อยู่อาศัยที่ถูกและมีคุณภาพ ตลอดจนความมั่นคงในการทำงาน โดยห้ามจ้างงานแบบรับเหมา หรืองานชั่วคราว ต้องมีการจ้างงานถาวรพร้อมทั้งสวัสดิการและสิทธิเต็มรูปแบบตั้งแต่เริ่มทำงาน รวมทั้งต้องมีกฎหมายที่ปกป้องไม่ให้นายจ้างเลิกจ้างได้โดยง่าย หากว่างงานรัฐต้องประกันการมีงานทำ ในส่วนของเกษตรกรรายย่อยควรได้รับการส่งเสริมทั้งเรื่องเทคโนโยที่ช่วยเพิ่มผลผลิต การเข้าถึงปัจจัยการผลิต ต้นทุนต่ำลง และการประกันรายได้ เพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรไม่ต้องเสี่ยงไปทำงานต่างแดน
สิ่งเหล่านี้มิได้เป็นเพียงความเพ้อฝัน หากนึกย้อนกลับไปเราจะเห็นความมั่งคั่งที่กรรมาชีพซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ในสังคมได้ผลิตออกมา แต่ผลผลิตนี้กลับตกไปอยู่ในมือของนายทุนคนส่วนน้อย เราจึงต้องมีการเก็บภาษีอัตราก้าวหน้าเพื่อนำมาจัดสรรสวัสดิการเหล่านี้ เป็นที่แน่ชัดว่า ชนชั้นนำจะไม่สนใจข้อเสนอของคนตัวเล็กอย่างเรา ทำให้เราต้องมีเครื่องมือในการเรียกร้องที่มีประสิทธิภาพ คือเราจำเป็นต้องรวมตัวกันไม่ว่าจะเป็นสหภาพแรงงาน ขบวนการรากหญ้า ขบวนการเกษตรกร ฯลฯ เพื่อไม่ให้มีใครต้องเสี่ยงไปตายเอาดาบหน้าที่ต่างแดน พร้อมทั้งมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น องค์กรสังคมนิยมแรงงานขอสนับสนุนแรงงานรวมตัวกันเรียกร้องรัฐสวัสดิการที่จะสร้างหลักประกันให้แก่ชนชั้นแรงงาน

