โดย กองบรรณาธิการ
ในช่วงที่ผ่านมาเกิดคดีอาชญากรรมที่ก่อโดยเยาวชนกลุ่มหนึ่ง ส่งผลให้กระแสสังคมเริ่มมีการออกมาพูดถึงการยกเลิกกฎหมายเยาวชน และเรียกร้องให้เยาวชนได้รับโทษเทียบเท่าผู้ใหญ่ ไปจนถึงมีการเรียกร้องให้มีการลงโทษรุนแรงชนิดที่ว่าตาต่อตาฟันต่อฟันถึงขั้นประหารชีวิต ซึ่งมันเป็นการใช้ความป่าเถื่อนเพื่อต้องการให้ความป่าเถื่อนยุติ แต่ด้านหนึ่งมันก็เป็นภาพสะท้อนความไม่พอใจของคนในสังคมที่ต้องเผชิญหน้ากับอาชญากรรมที่เพิ่มขึ้นตลอดเวลาด้วย โดยเฉพาะเหยื่อที่เป็นชนชั้นล่าง กรรมาชีพ คนจน มักจะถูกกระทำอย่างไม่เป็นธรรมทั้งจากอาชญากรและเจ้าหน้าที่รัฐ
แต่ประเด็นที่สำคัญอย่างหนึ่งที่เราอยากจะชวนสังคมตั้งคำถามคือ การที่ยินยอมให้รัฐใช้อำนาจลงโทษประชาชนขั้นเด็ดขาดเช่นนี้ สามารถแก้ไขปัญหาอาชญากรรมได้จริงหรือ และจะมีวิธีใดที่จะป้องกันหรือแก้ไขปัญหาได้มีประสิทธิภาพมากกว่า
การลงโทษประหารชีวิตหรือการลงโทษที่รุนแรงมันพิสูจน์จากข้อมูลทั่วโลกว่าไม่สามารถแก้ปัญหาอาชญากรรมได้ ไม่สามารถห้ามไม่ให้คนก่ออาชญากรรมได้ สาเหตุที่คนฆ่าคนอื่น ใช้ความรุนแรงอื่นๆ เป็นเรื่องซับซ้อน ปัจจัยที่สำคัญคือโครงสร้างสังคมที่เปราะบาง อาชญากรรมนั้นไม่ใช่สิ่งที่ลอยจากฟากฟ้าแต่มันผลิบานและแตกดอกออกผลจากรูปแบบความสัมพันธ์ทางสังคมที่เรากำลังอาศัยอยู่ อำนาจดิบแก้ปัญหาไม่ได้นอกจากความสะใจและป่าเถื่อน ต้องแก้ที่สภาพสังคม ต้องมีการสร้างรัฐสวัสดิการและเพิ่มศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ให้สมบูรณ์
นอกจากนั้นคนที่ถูกขังคุกและประหารชีวิตล้วนแต่เป็นคนจน เพราะคนรวยคนใหญ่คนโตทำอะไรก็ได้ ก่ออาชญากรรมได้แล้วลอยนวลเสมอ ไม่เคยมีลูกหลานคนใหญ่คนโตถูกลงโทษ ดังนั้น มันเป็นการใช้กฎหมายแบบสองมาตรฐานเสมอ และในอดีตผู้ที่ถูกประหารชีวิตจากรัฐหลายคนเป็นผู้บริสุทธิ์
ในกรณีของการลดอาชญากรรมในเด็กเยาวชนบางคนเสนอว่า ควรมีลูกเมื่อพร้อมเพราะเด็กจะไม่ได้เติบโตไปอย่างมีปัญหา แต่ปัญหาหนึ่งที่เราไม่ควรมองข้ามไป คือ สังคมเราทำให้คนพร้อมมีลูกหรือเปล่า? เพราะการที่คนๆ หนึ่งจะเติบโตขึ้นมาได้นั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในวัยเด็กและการเลี้ยงดู ซึ่งในสังคมของเรานั้นการเลี้ยงดูเด็กและเยาวชนถูกผลักภาระให้เป็นปัญหาของปัจเจกโดยครอบครัวที่พ่อแม่ต้องทำงานหนักนอกบ้านเพื่อหาเลี้ยงชีพนานหลายชั่วโมง และยังต้องมาแบกรับงานบ้านที่ถูกผลักจากสังคมทุนนิยมโดยไม่ถูกคิดมูลค่าเพิ่มขึ้นอีก แทนที่การเลี้ยงดูเด็กเยาวชนควรจะเป็นหน้าที่ของสังคมร่วมกัน
ดังนั้น หากเราจะแก้ปัญหาอาชญากรรม เราจำเป็นจะต้องสร้างระบบสวัสดิการถ้วนหน้าที่ดูแลคนในสังคมอย่างครบวงจรและเสมอภาค เช่น ชั่วโมงการทำงานของพ่อแม่ต้องลดลง จะได้มีเวลาอยู่กับลูกและพักผ่อนเพิ่มขึ้น ทุกครอบครัวต้องมีบ้านอยู่ที่มีคุณภาพโดยรัฐรับประกัน เด็กๆ ควรมีโรงเรียนคุณภาพดีฟรีที่เท่าเทียมกันในทุกชุมชนใกล้บ้าน และการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างตาต่อตาฟันต่อฟันจะต้องถูกแทนที่ด้วยระบบบำบัดและฟื้นฟูผู้กระทำผิดที่มีการลงทุนให้มีคุณภาพ ไม่ใช่การลงโทษแบบคุกที่แออัดและไร้ศักดิ์ศรีเช่นปัจจุบัน

