การปฏิวัติเดือนกุมภาพันธ์ 1917 เมื่อชนชั้นล่างพยายามเขียนประวัติศาสตร์ด้วยตัวเอง

โดย แสงยุทธนา

            คงไม่มีใครสามารถทำนายล่วงหน้าได้ว่า การปฏิวัติหรือการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นตอนไหน แม้แต่ตัวเลนินเองก็ยังเคยคิดว่า ช่วงชีวิตของเขาคงจะไม่ได้เห็นการปฏิวัติ

               วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 1917 ซึ่งตรงกับวันสตรีสากลในยุคนั้นตามปฏิทินรัสเซีย คนงานสตรีจากโรงงานสิ่งทอทั่วกรุงเปโตรกราดต่างออกมาเดินขบวนประท้วงราคาสินค้า ความอดอยาก และการขาดแคลนขนมปัง ในตอนนั้นเหล่าพรรคสังคมนิยมในรัสเซียยังทำงานอยู่ใต้ดินและไม่กล้าออกมาเดินขบวนเสียด้วยซ้ำ แต่เหล่าคนงานหญิงกลับชักชวนให้คนงานชายออกมาประท้วงนัดหยุดงานกันแล้ว

                ในวันต่อมาคนงานกว่าครึ่งเมืองเปโตรกราดออกมาเดินประท้วง โดยชูสโลแกนคัดค้านสงคราม เรียกร้องขนมปัง และต่อต้านระบอบเผด็จการของพระเจ้าซาร์ รัฐบาลส่งทหารเข้ามาปราบปรามผู้ประท้วง แต่สุดท้ายทหารหลายคนก็เลือกที่จะเปลี่ยนข้างมาอยู่ฝ่ายคนงาน และในที่สุดก็มีการเดินขบวนของทหารร่วมกับคนงานพร้อมชูธงแดงแห่งการปฏิวัติเหนือกรุงเปโตกราด

                เมื่อพระเจ้าซาร์พยายามกลับเมืองเพื่อกู้สถาการณ์ คนงานรถไฟจึงนัดหยุดงานเพื่อไม่ให้พระเจ้าซาร์หนีไปไหน จนรัฐบาลและพระเจ้าซาร์ไม่มีทางเลือก จึงสละราชบัลลังก์ในท้ายที่สุด

                เมื่อรัฐบาลของกษัตริย์ลาออกใครจะทำหน้าที่ดูแลบ้านเมืองต่อ? ในตอนนั้นรัสเซียอยู่ในสภาวะอำนาจคู่ขนาน (Dual powers) ระหว่างสภาดูมาที่ประกอบไปด้วย ส.ส. ฝ่ายค้านที่มาจากระบบเลือกตั้งและเป็นผู้มีทรัพย์สิน กับสภาของคนงาน (สภาโซเวียต) ที่มีผู้แทนเป็นคนงานกับทหารที่เปลี่ยนข้าง ทำหน้าที่ประสานงานแจกจ่ายอาหารให้กับบ้านเมือง

                ในเดือนกุมภาพันธ์ สภาดูมาจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวของชนชั้นกลางได้เพราะสภาโซเวียตยินยอม แต่พอถึงเดือนตุลาสภาโซเวียตก็จัดตั้งรัฐบาลของคนงานได้สำเร็จ

                ในช่วงนั้นมีพรรคสังคมนิยมที่มีบทบาทสูสีกันอยู่สองพรรคคือ บอลเชวิค และ เมนเชวิค โดยเมนเชวิคเชื่อว่าการปฏิวัติยังคงต้องเป็นการปฏิวัติของพวกนายทุนก่อน แต่บอลเชวิคมองว่าคนงานสามารถก่อปฏิวัติได้เลย ดังนั้น สตาลินกับ มาตอฟและคนในพรรคคนอื่นๆ จึงสนับสนุนให้โซเวียตสนับสนุนรัฐบาลชั่วคราวไปก่อน ทั้งๆ ที่กรรมกรพื้นฐานต่างไม่พอใจและไม่ใว้ใจรัฐบาลใหม่ ซึ่งตอนนั้น เลนิน และ ทรอตสกี้ ต่างสนับสนุนให้สภาโซเวียตยึดอำนาจรัฐบาลชั่วคราว แต่ทั้งสองคนยังอยู่นอกประเทศ

                ภายใต้การบริหารของรัฐบาลชั่วคราวนำโดยนักสังคมนิยมปฏิรูปอย่าง คาเรนสกี้ กลายเป็นที่ไม่พอใจของมวลชนในหมู่ทหารชั้นผู้น้อย ชาวนา และคนงาน เพราะรัฐบาลไม่ยอมเลิกทำสงครามกับเยอรมันแถมยังแก้ปัญหาอะไรไม่ได้เลย

                ในช่วงสงคราม พรรคเมนเชวิคส่วนใหญ่สนับสนุนสงคราม ในขณะที่บอลเชวิกคัดค้านสงคราม เลนินเสนอมาตลอดว่าเป้าหมายของพรรคไม่ใช่การสนับสนุนปัญญาชนฝ่ายซ้ายหรือผู้นำสหภาพแรงงานให้เข้าไปนั่งในสภาของพวกนายทุน แต่ต้องสร้างเครือข่ายนักปฏิวัติของชนชั้นแรงงานเพื่อโค่นระบบทุนนิยม นี่คือสาเหตุที่มวลชนในเมืองเปโตรการดส่วนใหญ่สนับสนุนบอลเชวิค ซึ่งเป็นเมืองที่มีอุตสาหกรรมทันสมัย บางโรงงานมีขนาดใหญ่กว่าโรงงานในสหรัฐเสียอีก

                ในช่วงแรกคนในพรรคบอลเชวิคต่างมึนงงว่าทำไมสตาลินที่เป็นแกนนำพรรคระหว่างที่เลนินไม่อยู่จึงเลือกออกนโยบายสนับสนุนรัฐบาลชั่วคราวทั้งๆ ที่พวกเขาไม่คิดจะออกจากสงครามด้วยซ้ำ แต่เมื่อเลนินกลับมาจากต่างประเทศ เลนินจึงเริ่มโจมตีนโยบายเหล่านั้น พร้อมชูเรื่องออกจากสงครามและสนับสนุนการปฏิวัติของคนงาน เหตุการณ์นี้ทำให้บอลเชวิคกลายเป็นพรรคที่มีฐานเสียงอันดับหนี่งในสภาโซเวียต แซงหน้าพรรคเมนเชวิคและพรรคสังคมปฏิวัติอย่างขาดรอย

                ก่อนที่จะถึงจุดนั้นมีการล้มลุกคลุกคลาน เช่นมีการเดินขบวนยกธงแดงของทหารและคนงาน จนโดนรัฐบาลชั่วคราวปราบ แกนนำของบอลเชวิคหลายคนถูกขังคุกและต้องหลบหนีไปต่างประเทศ อีกทั้งยังมีการพยายามทำรัฐประหารโดยพวกทหารฝ่ายขวาของนายพลคอร์นิลฟ แต่ทางพรรคบอลเชวิคออกมาต่อต้านและทำแนวร่วมกับรัฐบาลชั่วคราวเพื่อยับยั้งการรัฐประหารของทหารจนสำเร็จ และการที่บอลเชวิคเป็นอำนาจสำคัญในการต่อต้านการรัฐประหารจึงทำให้รัฐบาลชั่วคราวหมดสภาพไป พร้อมกันนั้นเหล่าชาวนาในชนบทไม่รอช้า เริ่มตระเวนยึดที่ดินของเจ้าที่ดินมาแจกจ่ายกันเอง ซึ่งนำไปสู่ก้าวแรกของการปฏิวัติสังคมนิยมอย่างสุกงอม

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ