ความรุนแรงของระบบราชการมาพร้อมกับความโง่เขลา

โดย พัชณีย์ คำหนัก

​กรณีชายพิการชาวสุโขทัย อายุ 48 ปีโยกรถเข็นเข้ากรุงเทพฯ เพื่อทวงสิทธิคนพิการ ระยะทางถึง 400 กิโลเมตรเพราะถูกตัดสิทธิและไม่มีบัตรประชาชน ไม่อยู่ในภูมิลำเนามานานสองปี จึงถูกถอดสิทธิ์ โดยเจ้าหน้าที่ไม่มีการตรวจสอบต่อไปว่า เขาย้ายไปอยู่ที่ไหน ซึ่งชายพิการได้แจ้งความกับตำรวจว่าสิทธิเขาหายไป ตำรวจในพื้นที่กลับแนะนำให้ไปยืนยันสิทธิด้วยตัวเองที่กรมบัญชีกลางในส่วนกลางเท่านั้น ซึ่งสะท้อนวัฒนธรรมรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ที่ทำให้คนพิการที่ยากจนต้องโยกรถไปด้วยตัวเอง นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของการทำงานของหน่วยงานรัฐและเจ้าหน้าที่รัฐที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่กลุ่มเป้าหมายที่รับบริการ

​หรือในช่วงโควิดที่แรงงานข้ามชาติถูกตัดสิทธิเงินเยียวยาแม้เป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม การผลักภาระให้ประชาชนลงทะเบียนออนไลน์เพื่อให้เข้าถึงสิทธิเยียวยาที่ทำให้คนชรา คนพิการ คนจนที่ไม่มีเครื่องมือและสัญญาณเน็ตเข้าไม่ถึงการบริการ การที่ข้าราชการดูถูกแรงงานไรเดอร์ว่า ทำไมต้องช่วยเหลือไรเดอร์ เพื่อหาข้ออ้างไม่คุ้มครองคนทำงาน การกรอกเอกสารพร้อมหลักฐานสำเนาบัตรประชาชนทุกหน่วยงานโดยไม่จำเป็น ซึ่งเคยเป็นประเด็นปัญหาจนนำไปสู่การบูรณาการฐานข้อมูลประชาชน เพื่อลดขั้นตอนและเวลา ปัญหาการทำเอกสารล้นมือเพื่อส่งผู้ประเมินคุณภาพจนเป็นเหตุเบียดบังเวลาสอนของครู การบังคับเกณฑ์ทหาร การตัดสิทธิประกันตัวของผู้ถูกดำเนินคดีทางการเมืองโดยบรรดาผู้พิพากษา ไม่ให้ออกมาสู้คดีอย่างเต็มที่ รวมไปถึงการใช้ความรุนแรงเชิงกายภาพกับประชาชนของพวกข้าราชการติดอาวุธ (ทหาร ตำรวจ) ฯลฯ

ลักษณะความรุนแรงเชิงโครงสร้างของระบบราชการ

​จากตัวอย่างดังกล่าวแสดงถึงการใช้ความรุนแรงของระบบราชการที่แสดงออกมาหลากหลาย ตั้งแต่สร้างกฎระเบียบ กฎเกณฑ์เงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคในการให้บริการและคุ้มครองประชาชน กฎควบคุมชีวิตผู้คนว่าจะให้กิน ดื่ม เล่นอะไร ตรงไหน ความล่าช้าหยุมหยิมของกระบวนการขั้นตอน (red tape) สร้างภาระโดยไม่จำเป็น ไม่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องเหมาะสม ตัดโอกาส สิทธิประโยชน์และเสรีภาพอย่างง่ายดาย โดยไม่ให้โอกาสพูดคุย ทำให้บางกลุ่มกลายเป็นคนชายขอบ อดอยาก เป็นหนี้ ไร้ที่อยู่ที่ทำกิน การที่เจ้าหน้าที่รัฐมีอคติทางการเมือง ยึดมั่นหลักการของระบบราชการโดยไม่ยอมรับคุณค่า อุดมการณ์ หรือทัศนะอื่นจากภายนอก ทั้งปราบปราม จับกุมอย่างไร้เหตุผล อุ้มฆ่าสังหารอย่างป่าเถื่อน ซึ่งสะท้อนว่าระบบฯ ต่อต้านการเปลี่ยนแปลงข้อเรียกร้องของประชาชน การกระทำความรุนแรงเหล่านี้มาจากโครงสร้างอำนาจรัฐที่ผูกขาดอำนาจไว้ที่ข้าราชการจำนวนหนึ่งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งและขาดการตรวจสอบการบริหารการทุจริตโดยประชาชน โครงสร้างอำนาจเต็มไปด้วยการกลไกที่ทำให้ประชาชนกลายเป็นคนไร้อำนาจ ด้อยสิทธิ ด้อยศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยิ่งโครงสร้างเหลื่อมล้ำทางอำนาจเท่าไหร่ เจ้าหน้าที่รัฐก็แสดงออก/ปฏิบัติต่อประชาชนอย่างไร้เหตุผลไปจนถึงบริหารงานอย่างโง่เขลาไร้ความคิดสร้างสรรค์  

​เดวิด เกรเบอร์ นักมานุษยวิทยาและนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้ายชาวอเมริกันอธิบายปัญหาของระบบราชการในฐานะเป็นความรุนแรงเชิงโครงสร้าง ที่เข้าไปผูกพันยุ่งเกี่ยวการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกด้าน และสยายปีกของอำนาจรัฐออกไปทุกแง่มุม ด้วยการออกกฎหมาย กฎระเบียบ คำสั่ง สร้างสายบังคับบัญชาตามลำดับชั้น แบ่งภารกิจเป็นส่วนๆ ดึงเอาทรัพยากร งบประมาณ ข้อมูลและความรู้ความเชี่ยวชาญไว้ที่หน่วยงาน หน้าที่ของรัฐอย่างที่รับรู้กันคือ ดูแลความเป็นอยู่ของประชาชน ดูแลความสงบเรียบร้อย รักษาความมั่นคงของรัฐและสถานะเดิมของระบบราชการ ประชาชนทั่วไปอาจมองว่า ระเบียบปฏิบัติการบริหารดูไม่รุนแรง ดูปกติธรรมดา แตกต่างจากความรุนแรงในเหตุการณ์อื่นๆ แต่เกรเบอร์มองว่ารุนแรง 

​โครงสร้างอำนาจที่เหลื่อมล้ำระหว่างรัฐกับประชาชน เรามักเห็นเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจในทางที่ผิดอยู่เป็นประจำ หรือเวลาที่เราเห็นตำรวจ เราจะรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัย มันมีลักษณะซ่อนอำนาจตามอำเภอใจ ที่เบื้องต้นนั้น มีอำนาจเหนือประชาชน ไม่แตกต่างจากโครงสร้างอำนาจของระบบทุน อย่างทุนธนาคาร ที่ออกกฎระเบียบเงื่อนไขต่างๆ ปรับอัตราดอกเบี้ยให้สูง บังคับให้ลูกค้าปฏิบัติตามโดยไม่ให้สิทธิโต้แย้ง ไม่มีการรับฟังมุมมองที่แตกต่างและเพิกเฉยต่อรายละเอียด บริบท ปัญหาของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ด้วยวิธีนี้จึงได้สร้างกำไรอย่างมหาศาล

ความโง่เขลาของระบบราชการ

​พฤติกรรมของผู้มีอำนาจรัฐจากความรุนแรงเชิงโครงสร้างนี้มัก “โง่เขลา” ไปด้วย  เพราะมีแนวโน้มบ้าอำนาจและขัดต่อสามัญสำนึกของคนทั่วไปอย่างชัดเจน แม้ว่าโลกปัจจุบันจะมีเรื่องราวปัญหาซับซ้อนขึ้น กฎและวิถีปฏิบัติแบบราชการที่มีลักษณะอนุรักษ์นิยมก็ไม่ยอมเปลี่ยนแปลง ยังจำกัดให้อยู่ในแบบฟอร์ม นั่นคือ รัฐราชการและทุนสร้างระบบความสัมพันธ์ทางสังคมกับประชาชนที่ตนมีอำนาจเหนือกว่าคนส่วนใหญ่ ทำงานบริการประชาชนผู้เสียภาษีให้รัฐอย่างมีเงื่อนไขและมีอำนาจเหนือ เพื่อความเป็นระเบียบ มีประสิทธิภาพ ลดทอนศักยภาพของคนให้อยู่ในกฎที่ี่โต้แย้งได้ เช่น การกำหนดคุณสมบัติรัฐมนตรีต้องจบการศึกษาไม่ต่ำกว่าปริญญาตรี ทั้งที่ความเป็นจริงในสังคม คนที่มีจิตสำนึกประชาธิปไตยและมีความสามารถไม่จำเป็นต้องวัดที่ระดับการศึกษาเท่านั้น แต่วุฒิภาวะและศักยภาพมาจากประสบการณ์ของผู้นั้นได้ และนี่สะท้อนความโง่เขลาของผู้ออกกฎหมาย ผู้บริหารที่ไม่สนใจความเป็นจริงทางสังคม หรือการเข้า-ออกห้องสมุดต้องแสดงบัตรทุกครั้งและต้องจ่ายค่าธรรมเนียมก็สร้างอุปสรรคให้กับผู้แสวงหาความรู้ การบังคับให้แต่งชุดนักเรียนนักศึกษาและไว้ทรงผมสั้นที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนรู้ และยังมีการยกเว้นไม่บังคับใช้กฎกับกลุ่มเป้าหมายที่มีฐานะอีกด้วย 

​นอกจากนี้ การที่อำนาจตัดสินใจอยู่ที่ข้าราชการระดับสูงมากกว่าระดับล่าง จะเห็นวัฒนธรรมรวบอำนาจออกกฎระเบียบและนโยบายไว้ที่ระดับผู้บริหาร จึงเป็นส่วนหนึ่งของการเกิดวัฒนธรรมเอาใจหัวหน้าเพื่อเลื่อนขั้น มากกว่าคำนึงผลประโยชน์ของประชาชน และวัฒนธรรมทำตามคำสั่งผู้บังคับบัญชาที่ฝังรากในระบบราชการ แม้จะขัดกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนก็ตาม

ข้อเสนอแนะ

​ด้วยเหตุนี้ เราคนธรรมดาจึงไม่ไว้วางใจผู้มีอำนาจรัฐ ผู้บริหารระดับสูงที่จะสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีแก่ประชาชน ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยต่างๆ เฉกเช่นที่กรรมาชีพไม่วางใจนายจ้าง เพราะวันหนึ่งเขาอาจเลิกจ้างหรือปรับลดมาตรฐานการจ้างงาน  เราจึงเห็นการปรับตัวของภาคราชการและทุนมักมาจากแรงกดดันจากประชาชนที่เห็นปัญหาวิกฤตของโครงสร้างอำนาจการบริหารที่เหลื่อมล้ำและรุนแรง ที่ลดทอนความเป็นมนุษย์ ข้อเสนอคือ การยกเลิกโครงสร้างลำดับชั้น ผู้บริหารหน่วยงานรัฐและหน่วยปกครองมาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่แต่งตั้งมอบหมายกันมาเช่นเคย ต้องมีสภาประชาชนและสหภาพแรงงานร่วมกันบริหาร และตรวจสอบการทำงานของผู้บริหาร ต้องมีการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค ยกเลิกอำนาจรัฐรวมศูนย์และภารกิจที่ซ้ำซ้อนของหน่วยงานรัฐ ลดขนาดกองทัพ ข้าราชการทหารต้องไม่ติดอาวุธหรือตำรวจต้องถูกจำกัดการติดอาวุธ ยกเลิกระเบียบกฎเกณฑ์ที่โง่เขลา ไร้เหตุผล ครอบงำ กดขี่ บังคับให้คนต้องทำตาม ต้องเป็นหนี้ อดอยาก เช่น ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ยกเลิกหนี้ กยศ. เพื่อประกันว่าประชาชนแรงงานทุกคนทุกเชื้อชาติในไทยต้องได้รับการปฏิบัติและคุ้มครองอย่างสมศักดิ์ศรีแห่งความเป็นมนุษย์ 

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ