รากฐานทางสังคมของปัญหาสตรีในมุมมองของสองชนชั้น  

โดย อาเลคซานดรา คอลอนไท

​ในขณะที่นักวิชาการทุนนิยมถกเถียงกันเรื่องความแตกต่างระหว่างเพศ หรือถกเถียงกันว่าเพศไหนเก่งกว่ากัน โดยมีการชั่งน้ำหนักมันสมองหรือเปรียบเทียบสรีระในแง่ต่างๆ นักวัตถุนิยมประวัติศาสตร์ยอมรับความแตกต่างตามธรรมชาติระหว่างเพศ และเรียกร้องเพียงแต่ให้มนุษย์แต่ละคน ไม่ว่าจะเพศชายหรือเพศหญิง ต้องมีโอกาสอันอิสระและกว้างขวางที่สุดอย่างเต็มที่ที่จะกำหนดอนาคตของตนเอง พัฒนาตนเอง และเลือกทางเลือกตามนิสัยใจคอธรรมชาติ นักวัตถุนิยมประวัติศาสตร์ปฏิเสธว่า มีปัญหาของหญิงที่แยกออกจากปัญหาของสังคมปัจจุบัน สภาพพิเศษทางเศรษฐศาสตร์เป็นต้นกำเนิดของการที่สตรีถูกกดขี่ ความแตกต่างทางสรีระธรรมชาติเป็นเรื่องรอง สภาพของหญิงปัจจุบันจะดีขึ้นได้ต่อเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในปัจจัยที่ก่อให้เกิดปัญหาแต่แรก พูดง่ายๆ หญิงจะเสรีและเท่าเทียมชายจริงก็ต่อเมื่อมีโลกที่จัดระบบสังคมและการผลิตในรูปแบบใหม่

​แต่การนำเสนอแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าหญิงไม่สามารถพัฒนาชีวิตให้ดีขึ้นระดับหนึ่งภายในกรอบของระบบปัจจุบัน การแก้ปัญหาของกรรมาชีพอย่างถอนรากถอนโคนจะกระทำได้ต่อเมื่อมีการสร้างความสัมพันธ์ทางการผลิตใหม่ แต่การที่เราเข้าใจความจริงตรงนี้แปลว่าเราไม่สามารถทำงานเพื่อปฏิรูปแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเฉพาะหน้าเพื่อประโยชน์ของกรรมาชีพจริงหรือ? ตรงกันข้าม ทุกสิ่งที่ชนชั้นกรรมาชีพได้มาถือว่าเป็นการก้าวสู่อาณาจักรแห่งเสรีภาพและความเท่าเทียมทางสังคม ทุกสิทธิเสรีภาพที่หญิงต่อสู้ได้มาจะนำพาเธอไปในทิศทางแห่งการปลดแอกเต็มที่

​พรรคสังคมนิยมต่างๆ ทั่วโลกเป็นพรรคแรกที่มีนโยบายเรียกร้องให้หญิงมีสิทธิ์เท่าชาย ในคำพูดหรือสิ่งตีพิมพ์พรรคเรียกร้องตลอดให้ยกเลิกข้อจำกัดที่สร้างปัญหาให้หญิง อิทธิพลของพรรคสังคมนิยมเป็นสิ่งที่ผลักดันให้พรรคอื่นและรัฐบาลต่างๆ เริ่มปฏิรูปสังคมเพื่อประโยชน์ของหญิง ในรัสเซียพรรคบอลเชวิคชูความเท่าเทียมของหญิงตลอดทั้งในทางทฤษฏีหรือปฏิบัติ

​ข้อเรียกร้องของพวกสตรีนิยม (feminist) ในรัสเซียเรื่องความเท่าเทียมทางการเมือง เหมือนข้อเรียกร้องของพี่น้องเขาในต่างแดน เขาไม่มีและไม่เข้าใจโลกทรรศน์อันกว้างของนักสังคมนิยม พวกเฟมินิสต์เรียกร้องความเท่าเทียมในกรอบของสังคมที่ดำรงอยู่โดยที่เขาไม่คิดจะโจมตีรากฐานของสังคมนี้ เขาต่อสู้เพื่ออภิสิทธิ์ส่วนตัวของเขาเองโดยที่ไม่ท้าทายระบบอภิสิทธิ์ทั้งหมด เราจะไม่โจมตีว่าเขาไม่เข้าใจปัญหาใหญ่ เพราะเรามองว่าจุดยืนของพวกเฟมินิสต์ หรือของขบวนการสิทธิสตรีของชนชั้นกลางและนายทุนเป็นจุดยืนที่มาจากชนชั้นของ เขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

​เมื่อโลกของหญิงถูกแบ่งแยกเป็นสองฝาย ผลประโยชน์และความหวังของหญิงกลุ่มหนึ่งทำให้เขาใกล้ชิดกับชนชั้นนายทุน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งใกล้ชิดกับชนชั้นกรรมาชีพ และการเรียกร้องของกรรมาชีพเพื่อการปลดแอกเต็มที่ที่รวมถึงการปลดแอกหญิงด้วย ดังนั้น ถึงแม้ว่าทั้งสองฝ่ายจะเสนอคำขวัญ “ปลดแอกสตรี” แต่เป้าหมายและผลประโยชนของแต่ละฝ่ายต่างกันตามผลประโยชน์ทางชนชั้นที่ต่างกัน  ไม่ว่าข้อเรียกร้องของเฟมินิสต์จะก้าวหน้าเพียงไร เราไม่ควรลืมว่าจุดยืนทางชนชั้นของเขาเป็นอุปสรรคต่อการต่อสู้เพื่อเปลี่ยนแปลงระบบเศรษฐกิจและสังคมอย่างถอนรากถอนโคนที่เป็นวิธีเดียวที่จะปลดแอกสตรีอย่างสมบูรณ์  แม้ในบางยุคภาระระยะสั้นของหญิงจากทุกชนชั้นอาจดูตรงกัน แต่เป้าหมายสุดท้ายต่างกัน และเป้าหมายระยะยาวเป็นสิ่งที่กำหนดทิศทางของขบวนการและยุทธศาสตร์ที่จะต้องใช้  แต่เฟมินิสต์มองว่า ความเท่าเทียมกับชายในกรอบทุนนิยมปัจจุบันเป็นสิ่งที่เพียงพอในรูปธรรม กรรมาชีพหญิงจึงต้องต่อสู้เพื่อสิทธิเท่าเทียมกับชายเพื่อเป็นการผลักดันการต่อสู้กับระบบทาสรับจ้างของทุนนิยมด้วย

​ดังนั้น เป้าหมายสุดท้ายของกรรมาชีพหญิงที่มุ่งหวังการปฏิวัติมิได้ห้ามเธอในการเรียกร้องการพัฒนาสถานภาพภายในกรอบนายทุนปัจจุบัน แต่ลักษณะธาตุแท้ของระบบทุนนิยมเป็นอุปสรรคเสมอในการทำให้ข้อเรียกร้องดังกล่าวเป็นจริง สตรีจะมีสิทธิเท่าเทียมและจะเสรีจริงได้ก็ต่อเมื่อโลกเรามีการจัดระบบแรงงานในรูปแบบส่วนรวมที่มีทั้งความสงบสุขและความยุติธรรมเท่านั้น แต่พวกเฟมินิสต์ไม่ยอมและไม่สามารถเข้าใจสิ่งนี้ สำหรับเขา เขามองว่า เมื่อสิทธิเสรีภาพถูกกำหนดไว้ในกฏหมายอย่างเป็นทางการ เขาจะมีที่พักอันสบายในโลกเก่าที่เต็มไปด้วยการกดขี่แรงงานบังคับ น้ำตาและความยากลำบาก การต่อสู้ของสตรีคนกลุ่มน้อยของชนชั้นกลางและนายทุน ความเท่าเทียมกับชายเปิดประตูไปสู่สิทธิและอภิสิทธิ์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน และชัยชนะของสตรีชนชั้นกลางและนายทุนเป็นอาวุธสำหรับการขูดรีดพี่น้องสตรีกรรมาชีพต่อ ซึ่งจะยิ่งก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างหญิงสองค่ายมากขึ้นทุกที

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ