ฟรีด้า คาโล ศิลปินชาวคอมมิวนิสต์ ตอนที่ 1

แปลและเรียบเรียงโดย ทาเคโอะ ยูกิ

​ฟรีดา คาโลเป็นหนึ่งในบุคคลที่โด่งดังที่สุดแห่งศตวรรษที่ 20 และปัจจุบันเป็นหนึ่งในศิลปินที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก ด้วยภาพถ่ายที่เพิ่งค้นพบ ฟุตเทจที่หาได้ยาก และบทสัมภาษณ์สมาชิกในครอบครัว กับนักวิจารณ์ศิลปะชั้นนำ มีการสำรวจอิทธิพลทางการเมืองและสังคมที่อยู่เบื้องหลังงานศิลปะของผู้หญิงคนนี้ คนที่ทำลายข้อห้ามหลายประการที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้หญิง

                คาโลเกิดในปี 1907 ที่เม็กซิโก ก่อนการปฏิวัติปี 1910 ปีที่มวลชนลุกขึ้นโค่นล้มระบอบเผด็จการ สงครามกลางเมืองกินเวลา 7 ปี เธอติดเชื้อโปลิโอเมื่ออายุได้ 6 ขวบ ขาขวาของเธอถูกตัดทิ้ง และเธอได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุในปี 1925 ตอนอายุเพียง 18 ปี รถบัสถูกชนอย่างรุนแรง และราวจับของรถรางทะลุช่องคลอดของเธอ  มีคนบนรถรางถือสีทอหกใส่ฟรีดาและผู้โดยสารคนอื่นๆ   จากอุบัติเหตุอันน่าสยดสยอง รองรับอารมณ์อันเจ็บปวด หลายปีที่เธอและผลงานของเธอถูกบดบังด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับศิลปินชาวเม็กซิกัน ดิเอโก ริเวราผู้เป็นสามี แต่เธอก็กลายเป็นศิลปินโด่งดังอย่างมีเอกลักษณ์ งานของคาโล มีเนื้อหาที่แสดงออกถึงความโกรธแค้นต่อการกดขี่ โดยมักแสดงให้เห็นภาพความบอบช้ำทางร่างกายและอารมณ์ของเธอเองอย่างชัดเจน มีความสวยงามสะดุดตา สีสันสดใส 

                ในช่วงที่ชาวโบฮีเมียและกลุ่มหัวรุนแรงแห่กันไปเม็กซิโก เธอก็ย้ายเข้ามาและได้รับอิทธิพลจากแวดวงเหล่านี้ เธอเชื่อมโยงกับการปฏิวัติเม็กซิกันมาทั้งชีวิต  สมัยที่เป็นนักเรียนหญิงหนึ่งในจำนวน 30 คนของโรงเรียนมัธยมที่มีนักเรียนทั้งหมด 2,000 คน เธอถูกไล่ออก เพราะทะเลาะกับคนอื่นๆ เป็นประจำเรื่องภาพวาดบนฝาผนังจนกลายเป็นข้อถกเถียงในโรงเรียน มีการดูถูกความพิการทางร่างกายของเธอ แต่สิ่งนี้ไม่ได้หยุดการฉีกกรอบ การท้าทายต่อศีลธรรมตามแบบฉบับของเธอ ตัวอย่างเช่น ในภาพถ่ายครอบครัวในยุคแรกๆ เธอแต่งตัวเหมือนผู้ชายในชุดสูทและผูกเน็คไท

                คาโลได้เห็นจุดเริ่มต้นของภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่  ขณะที่ประเทศเม็กซิโกในช่วงทศวรรษที่ 1930 และ 1940 การวาดภาพถือเป็นธุรกิจทางการเมืองระดับสูง โลกแห่งศิลปะถูกครอบงำโดยพวกจิตรกรรมฝาผนัง – ดิเอโก้ ริเวร่า, เดวิด ซิเคียรอส และโฮเซ่ เคลเมนเต โอรอซโก – ได้รับการมอบหมายจากรัฐบาลเม็กซิโกให้สร้างสัญลักษณ์ของลัทธิชาตินิยมทางวัฒนธรรมในพื้นที่สาธารณะของประเทศ เพื่อรับใช้การเมืองของชนชั้นนำขณะนั้นแต่จิตรกรทั้งสามคนยืนยันว่า ศิลปะคืองานศิลปะ เป็นเรื่องสร้างสรรค์ผ่านฝีมือ ไม่เกี่ยวกับการเมือง

                ขณะเดียวกันมันก็สะท้อนให้เห็นมุมมองทางการเมืองของทั้งสามศิลปิน – แม้ว่าพวกเขาจะวาดในรูปแบบที่แตกต่างกันมาก ซิเคียรอสเป็นสมาชิกที่แข็งขันของพรรคคอมมิวนิสต์ ส่วนโอรอซโก เป็นพวกนิยมลัทธิอนาธิปไตย ดิเอโก้ ริเวรา คู่รักของฟรีด้า คาโลซึ่งเป็นอาจารย์สอนวาดภาพให้เธอ เป็นคอมมิวนิสต์ที่เป็นแฟนตัวยงของทรอตสกี นั่นคือเหตุผลที่เขาสนับสนุนการลี้ภัยทางการเมืองของทรอตสกี และรับเข้าบ้านสีฟ้า เมื่อทรอตสกี้มาถึงเม็กซิโกครั้งแรกเพื่อหาที่หลบภัย ดังนั้นในชีวิตของฟรีด้า คาโล จึงมีการผสมผสานระหว่างการเมือง ภาพวาด ความรู้สึกอ่อนไหว และความตรงไปตรงมาอย่างรุนแรงเกี่ยวกับตัวเธอเอง ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ดึงดูดผู้คนมากมาย เป็น ‘สัจนิยมมหัศจรรย์’ (Magical Realism) แนวคิดที่ใช้รูปแบบของแฟนตาซีเหนือธรรมชาติให้ปรากฏอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง แต่ยังดำเนินตามหลักของเหตุและผล

โปรดติดตามตอนต่อไปในตอนที่ 2……..

** แปลและเรียบเรียงจาก หนังสือพิมพ์ SWP 4 บทความ

1) the extraordinary life of a rebel artist  

2) Frida Kahlo: a Life  

3) Frida Kahlo – Women and revolutionary

4) Becoming Frida Kahlo reveals the extraordinary life of a rebel artist  

มีงานแสดงนิทรรศการของเธอ ที่   Tate Modern ในลอนดอน ตลอด 6 เดือน จนถึง 9 ตุลาคมนี้ ติดตามได้ที่ www.tate.org.uk/modern/exhibitions/kahlo

ภาพวาด “What the Water Gave Me (1938)” โดย ฟรีด้า คาโล

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ