โดย รุเธียร
รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศที่กฎหมายอื่นใดจะขัดแย้งไม่ได้ ซึ่งกำหนดกรอบอำนาจหน้าที่และบทบาทของบุคคลต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้การปกครองของประเทศนั้น ๆ พื้นฐานของรัฐธรรมนูญมาจากแนวคิดที่ว่าด้วยความยุติธรรมซึ่งคงอยู่เพื่อพิทักษ์ไว้ซึ่งสิทธิโดยธรรมชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการครอบครองกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลตามจารีตแบบตะวันตกสมัยใหม่ รัฐธรรมนูญถูกวางแบบในฐานะปทัสฐานที่เป็นกลาง ปลอดไปจากค่านิยมหรืออุดมการณ์ เป็นกติกาที่ทุกคนต้องปฏิบัติตามอย่างไม่มีแบ่งแยกชนชั้นวรรณะ แต่ทั้งหมดทั้งมวลล้วนแต่เป็นเรื่องโอ้โลมไร้สาระทั้งสิ้น
มาร์กซ์กล่าวไว้ว่า “ไม่ใช่จิตสำนึกของมนุษย์ที่กำหนดความเป็นอยู่ของพวกเขา แต่ตรงข้ามกัน ความเป็นอยู่ของเขาที่กำหนดจิตสำนึก” เช่นเดียวกันกับหลักนิติธรรมอื่น ๆ รัฐและสถาบันทางการเมือง ศาสนา วรรณกรรม ศิลปะและวัฒนธรรม ไปจนถึงในระดับจิตไร้สำนึก สิ่งเหล่านี้เป็นโครงสร้างส่วนบนที่วางรากฐานอยู่บนระบบเศรษฐกิจและความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้น พวกมันต่างมีปฏิกิริยาต่อกันและกันและบางครั้งก็สะท้อนกลับมายังโครงสร้างส่วนล่าง ในสังคมชนชั้น ย่อมไม่มีสิ่งใดที่ไม่ถูกตีไว้ด้วยตราแห่งชนชั้น เช่นนั้นแล้ว ถ้ารัฐธรรมนูญไม่อาจแสดงตัวในรูปของโครงสร้างที่เป็นกลาง ปลอดจากอุดมคติอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว รัฐธรรมนูญควรจะเป็นอย่างไร กำหนดโดยใครและรับใช้ใคร
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยถูกจั่วหัวไว้อย่างเวิ่นเว้อตั้งแต่ “ศุภมัสดุ…” พร้อมกับความเรียงที่ยาวกว่า 3 หน้ากระดาษ ถัดจากนั้นคือตัวบท 16 หมวดและบทเฉพาะกาล รวมทั้งสิ้น 279 มาตรา แม้จะระบุว่า อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย แต่เรากลับพบว่ารัฐธรรมนูญนั้นไม่เคยเป็นของปวงชนโดยเฉพาะตาสีตาสาผู้เป็นเบี้ยล่างอย่างแท้จริง มันกลายเป็นเรื่องของชนชั้นนำและผู้ทรงคุณวุฒิ ร่มเงาแห่งรัฐธรรมนูญปี 60 ของรัฐบาลเผด็จการทหารตัดขาดส่วนร่วมของประชาชนออกไปตั้งแต่เริ่มต้น มันเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจรัฐประหารเพื่อใช้คุกคามสิทธิเสรีภาพของประชาชน และดำรงอยู่เพื่อผลประโยชน์ของชนชั้นปกครองอย่างแท้จริง ถ้าหากอำนาจจะเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง กฎหมายสูงสุดก็ต้องออกมาจากประชาชนและรับใช้การต่อสู้ของประชาชน ซึ่งในระบบทุนนิยมย่อมหมายถึงชนชั้นผู้ใช้แรงงาน
ตัวอย่างรัฐธรรมนูญของชนชั้นกรรมาชีพคือรัฐธรรมนูญโซเวียต 1918 ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากการปฏิวัติคอมมิวนิสต์โดยชนชั้นกรรมาชีพ ชาวนาและทหารที่นำโดยพรรคบอลเชวิคและสภาโซเวียตจนโค่นล้มการปกครองของชนชั้นนายทุนได้เป็นผลสำเร็จ รัฐธรรมนูญดังกล่าวจั่วหัวหมวดที่ 1 ในฐานะที่เป็น “คำประกาศสิทธิของแรงงานและผู้ถูกกดขี่” เพื่อยืนยันว่าชนชั้นแรงงานเป็นชนชั้นปกครองของสหพันธ์สาธารณรัฐโซเวียตรัสเซีย (มาตรา 1) โดยมีเป้าหมายสูงสุดอยู่ที่ “การยกเลิกการแสวงหาผลประโยชน์ของผู้ชาย ยกเลิกการแบ่งแยกประชาชนออกเป็นชนชั้น การปราบปรามผู้แสวงผลประโยชน์ การสถาปนาสังคมนิยมและชัยชนะของสังคมนิยมในทุกด้าน” (มาตรา 3) กว่า 17 บท 90 มาตรา พูดถึงสิทธิประโยชน์และหน้าที่ของคนงานภายใต้รัฐสังคมนิยม และข้อกำหนดว่าด้วยการเลือกตั้งผู้แทนโซเวียตด้วยประชาธิปไตยอย่างรวมศูนย์ แม้รัฐธรรมนูญฉบับนี้จะดำรงอยู่เพียงระยะเวลาสั้น ๆ แต่ก็เป็นเครื่องยืนยันหนึ่งที่คอยย้ำเตือนเราว่า ประชาชนสามารถออกแบบรัฐธรรมนูญเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองได้ และอำนาจเคยเป็นของพวกเขาอย่างแท้จริงในยุคสมัยหนึ่ง และเพราะประวัติศาสตร์ยังไม่จบสิ้น ความหวังเช่นนั้นก็ยังคงดำรงอยู่เสมอผ่านการต่อสู้ปลดแอกของผู้ถูกกดขี่ทั้งมวล
ภาพ:”Pogrom in the Winter Palace” โดย Ivan Vladimirov

ภาพ: ‘It has come to pass’ โดย Sergei Lukin


