ปกรณัมปรัมปรากับเรื่องราวของผู้เป็นอื่นในสังคม

โดย รุเธียร

          งานเขียนเรื่อง “ความเป็นมาของคำสยาม ไทย ลาว และ ขอม และลักษณะทางสังคมของชื่อชนชาติ” เป็นผลงานที่จิตร ภูมิศักดิ์ นักต่อสู้สังคมนิยม พยายามที่จะวิพากษ์และสร้างข้อเสนอว่า “การวิเคราะห์ปัญหาทางอักษรศาสตร์และประวัติศาสตร์นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับพัฒนาการของชีวิตแห่งสังคมและพัฒนาการทางเศรษฐกิจของสังคม” เช่นเดียวกับงานเขียนชิ้นอื่น ๆ ที่จิตรชำแหละเอาวรรณกรรมประโลมโลกในยุคศักดินามาเปิดเผยธาตุแท้ของการกดขี่ขูดรีดทางชนชั้นที่ซ่อนอยู่ในเนื้อใน ต่างก็เป็นเครื่องยืนยันตามขนบมาร์กซิสต์ว่า ศิลปวัฒนธรรมประเพณีไปจนถึงความคิดความอ่านของผู้คนในสังคม ล้วนเป็นภาพสะท้อนของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการเมืองที่เป็นจริงทั้งสิ้น

​จิตรชี้ชวนให้เห็นว่า “ในประวัติศาสตร์ของสังคมมนุษย์ที่ผ่านมานั้น ชนชาติที่เจริญกว่าหรือมีฐานะปกครองทางการเมืองในสังคม มักจะเรียกชนชาติที่ล้าหลังกว่าหรืออยู่ภายใต้อำนาจปกครองของตนด้วยชื่อที่มีความหมายต่ำทรามหรือเหยียดหยามดูถูก” พวกเขาไม่เรียกผู้อยู่ใต้การปกครองในฐานะมนุษย์ที่ทัดเทียมแต่เป็นเพียงอมนุษย์เช่นผีหรือสัตว์ชั้นต่ำ ฉะนั้น สิ่งที่เป็นตำนานอาจไม่ได้สิ้นสุดแค่ในตำนาน หากแต่เป็นเรื่องราวของผู้เป็นอื่นที่ไม่อาจถูกนับรวม ในบทความนี้ ผู้เขียนจะต่อยอดแนวคิดของจิตรเพื่อทำความเข้าใจและสร้างข้อถกเถียงต่อเรื่องราวของอมนุษย์เผ่าหนึ่งซึ่งถูกเรียกว่า “รากษส” หรือ “ผีเสื้อ”

​รากษสมีรากศัพท์มาจากคำว่า รักษา เป็นชื่อที่ถูกรับมาจากอินเดียผ่านวรรณกรรมในศาสนาฮินดูและพุทธ ในศาสนาพุทธ พวกเขาเป็นเทพระดับล่างที่มีหน้าที่ปกปักรักษาสมบัติพัสถานหรืออาณาบริเวณหนึ่ง ๆ ซึ่งหากมีใครล่วงล้ำ พวกเขามีสิทธิอันชอบที่จะจับผู้นั้นกินเป็นอาหาร ในศาสนาฮินดู รากษสเป็นเผ่าพันธุ์ที่ใกล้ชิดกับยักษ์แต่ดุร้ายกว่า รักการดื่มเลือดเนื้อ พวกเขาเป็นวายร้ายที่เชี่ยวชาญเวทมนตร์คาถา ไร้ขื่อแปและชอบทำลายพิธีกรรม ในเอเชียอุษาคเณย์ รากษสถูกเรียกว่าผีเสื้อ หากพวกเขาปกปักรักษามหาสมุทรก็เรียกว่า ผีเสื้อสมุทร หากปกปักรักษาบ้านเมืองก็เรียกว่า ผีเสื้อบ้านเสื้อเมือง

​เป็นเรื่องน่าสนใจที่ในงานเขียนของ Devdutt Pattanaik นักปกรณัมวิทยาชาวอินเดียได้ให้คำจำกัดความของรากษสในความหมายที่ใกล้เคียงกันกับปกรณัมยุโรปว่า Barbarian ซึ่งหมายถึงพวกอนารยชนป่าเถื่อน ราชาของเหล่ารากษสที่ทุกคนรู้จักกันดีคือ ทศกัณฑ์ จากเรื่องรามเกียรติ์ (รามายณะ) และเป็นที่รับรู้กันว่ารามเกียรติ์อาจเป็นภาพสะท้อนของสงครามระหว่างชาติอารยันและชนพื้นเมืองที่ถอยร่นไปยังเกาะลังกา แน่นอนว่าสำหรับผู้พิชิตแล้ว ชนพื้นเมืองจะเป็นแค่พวกป่าเถื่อนเฉกเช่นรากษสก็คงไม่ผิดแผกอะไร ในขณะที่คำว่าผีเสื้อแผลงมาจากคำว่า “ผีเชื้อ” ซึ่งหมายถึง ผีบรรพชน หากประมวลความหมายตามแบบต้นฉบับที่มาจากอินเดียผสมกับคติชนวิทยาแบบตระกูลไทแล้ว รากษสหรือผีเสื้อจึงหมายถึงบรรพบุรุษคนพื้นถิ่นที่เป็นผู้ปกปักรักษานั่นเอง แต่เพราะพวกเขาไม่อาจกุมปัจจัยการผลิตทัดเทียมกันกับชนชั้นผู้ปกครอง รากษสหรือผีเสื้อจึงอาจไม่ได้เป็นเพียงแค่ตำนานทางศาสนาหรือในวรรณกรรม แต่เป็นคำเหยียดหยามที่ชนชั้นหนึ่งมีต่อชาติพันธุ์ผู้เป็นอื่น

​หมายรวมถึงนาค ปีศาจ ผี ฯลฯ อาจไม่ใช่เรื่องสำคัญว่าอมนุษย์ตามคติความเชื่อเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่มีตัวตนจริงหรือไม่ แต่อาจสำคัญที่ว่า แท้จริงแล้วพวกเขามีตำแหน่งแห่งที่อยู่ตรงไหนในชนชั้นทางสังคมต่างหาก

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ