โดย เท็น เตรียมกรรมาชีพ
ตั้งแต่ปี 2022 จนถึงต้นปีนี้ได้เกิดปรากฏการณ์บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีหลายแห่งประกาศลดจำนวนงานทั่วโลกเป็นพัน ๆ ตำแหน่งซึ่งส่งผลกระทบต่อพนักงานจำนวนมาก คนที่ตกงานและคนที่อยู่รอดต้องทำงานหนักขึ้น จึงเกิดคำถามสำคัญตามมาคือ ทำไมผู้บริหารระดับสูงถึงไม่ถูกปลดไปด้วย ? ซึ่งก็มี 3 เหตุผลจากแผนก HR ของบริษัท Microsoft อย่าง Chris Williams ดังนี้
1. การปลดคนงานออกจะช่วยประหยัดต้นทุนได้มากกว่าการปลด CEO
สมมติให้ CEO ในบริษัทยักษ์ใหญ่มีรายได้ 2 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 71 ล้านบาท) ต่อเดือนหรือคิดเป็น 24 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 852 ล้านบาท) ต่อปี แต่ในช่วงปีที่ผ่านมาบริษัท Microsoft หรือ Alphabet ปลดคนเฉลี่ยประมาณ 10,000 คน ประหยัดงบประมาณไปได้พันล้านดอลลาร์ ดังนั้นแล้วการปลดคนงานจึงคุ้มค่ามากกว่าการปลด CEO นั่นเอง
2. การปลด CEO จะกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัท
ถ้าบริษัทปลด CEO ออกจะทำให้สาธารณชนรู้ว่าที่ผ่านมาทิศทางของบริษัทนั้นผิดพลาดหรือไม่มีประสิทธิภาพ, นักลงทุนจะไม่ไว้วางใจ และอาจส่งผลให้ราคาหุ้นตกได้ ในขณะที่การปลดคนงานจะไม่ค่อยกระทบกับภาพลักษณ์ของบริษัทมากนักเนื่องจากหลายที่ก็เลือกที่จะทำแบบนี้เช่นกัน
3. บริษัทอาจเสียเปรียบในการแข่งขันถ้าปลด CEO ออกไป
CEO เป็นผู้ที่รู้ข้อมูลสำคัญหรือความลับของบริษัท ถ้าเขาถูกปลดก็มีโอกาสสูงที่ความลับของบริษัทจะรั่วไหลออกไปหรือบริษัทคู่แข่งอาจจะดึงตัวเขาไปทำงานด้วย ซึ่งทำให้บริษัทต้นทางเสียเปรียบในการแข่งขันได้ เช่น ในกรณีที่ Coke ไล่ผู้บริหารของตนออก ต่อมาเขาก็ไปทำงานให้กับ Pepsi จนกระทั่ง Pepsi กลายมาเป็นคู่แข่งที่สำคัญของ Coke ได้
จะเห็นได้ว่าเหตุผลทั้ง 3 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นล้วนวางอยู่บนผลประโยชน์ของชนชั้นนายทุนทั้งสิ้น การปลดคนงานเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่บ่อย ๆ ในระบบทุนนิยมซึ่งเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การบริหารจัดการองค์กรที่ผิดพลาดของผู้บริหาร, การพัฒนาของเทคโนโลยี เช่น ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามาทดแทนคนงานในบางตำแหน่งได้, การแข่งขันกันระหว่างกลุ่มทุนที่นำไปสู่การลดลงของอัตรากำไรทำให้นายทุนจำเป็นต้องลดต้นทุนเพื่อรักษากำไรเอาไว้ ซึ่งต้นทุนที่สามารถตัดออกได้ง่ายที่สุดก็คือจำนวนพนักงาน จากสาเหตุต่าง ๆ ที่ได้ไล่เรียงมานั้นทำให้เราเข้าใจว่า หลายครั้งปัญหาที่เกิดขึ้นกับบริษัทไม่ใช่ความผิดของแรงงานเลย แต่คนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดกลับเป็นแรงงาน ดังนั้นแล้วประโยคที่ว่า “นายทุนมีความชอบธรรมในการกอบโกยกำไรเพราะเป็นผู้แบกรับความเสี่ยงเอาไว้มากที่สุด” จึงไม่เป็นความจริง!
แล้วกรรมาชีพทำอะไรได้บ้าง? ลำพังแค่กรรมาชีพเพียงคนเดียวคงไม่มีอำนาจมากพอที่จะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ดังนั้น ถ้าเราต้องการงานที่มั่นคงจึงเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งที่ชนชั้นกรรมาชีพจะต้องเรียนรู้ พัฒนาจิตสำนึกทางชนชั้น และรวมตัวกันเป็นสหภาพแรงงานที่เข้มแข็งเพื่อสร้างอำนาจต่อรองกับกลุ่มทุนและรัฐ เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีและประชาธิปไตยของชนชั้นกรรมาชีพ ร่วมกับคนงานจากโรงงานหรือบริษัทอื่น ๆ โดยไม่แบ่งแยกกัน เพราะไม่ว่าเราจะทำงานที่ไหน เราต่างก็เป็นผู้ถูกกดขี่

