การโทษแรงงานต่างชาติไม่เคยนำประโยชน์มาสู่คนงาน

โดยไผ่แดง

​ประเทศไทยเป็นประเทศทุนนิยมและมีอัตราความเหลื่อนล้ำทางชนชั้นสูงมาก รูปธรรมที่พบเห็นคือเศรษฐีไทยติดอันดับรวยต้นๆของโลกในการจัดอันดับของนิตยสารอย่างฟอร์บ  และคนไทยและแรงงานสัญชาติใดก็ล้วนแล้วแต่เป็นผู้มีสถานะรอง และต่างเป็นผู้ถูกเอาเปรียบจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่เป็นธรรมเหล่านี้

​แต่สิ่งสำคัญที่เป็นอุปสรรคต่อความสมานฉันท์ของขบวนการแรงงาน คือ แนวคิดชาตินิยม โดยเฉพาะการเบี่ยงเบนประเด็นปัญหาโดยการสร้างอคติทางเชื้อชาติ

                ตัวอย่างข้อกล่าวหาหนึ่งหาซึ่งพบได้บ่อยจากแนวคิดกระแสหลักที่ว่า “แรงงานต่างชาติมาแย่งงานคนไทย” ซึ่งเป็นการทำให้แรงงานข้ามชาติกลายเป็นแพะรับบาปเพื่อเบี่ยงเบนปัญหาที่แท้จริง เพราะข้อกล่าวหานี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

                ในงานศึกษาของเดวิด การ์ดหนึ่งในนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลตอบปัญหาได้ไว้อย่างดีว่า แรงงานข้ามชาติไม่ได้ส่งผลลบต่อเศรษฐกิจ ซึ่งงานศึกษาของเขาระบุว่า

                “การที่ชาวคิวบาอพยพเข้าไปจำนวนมากไม่ได้ส่งผลกระทบทางลบต่อแรงงานแต่อย่างใด ค่าจ้างไม่ได้ลดลง การว่างงานไม่ได้สูงขึ้้น เมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ” (ประชาไท, 2021)

                อย่างในบริบทไทยปัจจุบันเอง แรงงานข้ามชาติในประเทศไทยมีจำนวนราว 3.3 ล้านคน แรงงานข้ามชาติหลักในประเทศไทยมาจาก 4 ประเทศ ได้แก่ เมียนมา ลาว กัมพูชา และเวียดนาม รวมทั้งสิ้น 3,019,136 คน

                โดยภาพรวมพบว่างานที่มีสัดส่วนมากที่สุดที่แรงงานข้ามชาติส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.งานในกิจการก่อสร้าง 2.งานในภาคเกษตรและปศุสัตว์ 3.งานในภาคการบริการ 4.งานในภาคการผลิต 5.งานในภาคประมง (ที่มา:สถิติการทำงานของคนต่างด้าวประจำเดือน พฤษภาคม 2567 สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว กรมจัดหางาน)

                ซึ่งงานเหล่านี้เป็นงานที่ต้องการอย่างมากสำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และแรงงานข้ามชาติถือเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ต่างจากแรงงานไทย

                แต่ในห้วงเวลาแห่งวิกฤตทุนนิยมชนชั้นนายทุนมักใช้โอกาสปลุกระดมให้คนธรรมดาเกลียดชังกันเอง การสร้างอคติทางเชื้อชาติผ่านสื่อกระแสหลักต่างๆ  ทั้งที่ปัญหาที่แท้จริงคือระบบทุนนิยมที่การครองกรรมสิทธิ์ของคนส่วนน้อยที่สร้างความเปราะบางต่อคนส่วนใหญ่ สร้างความแปลกแยก ทำลายความสามัคคีระหว่างแรงงาน

                ตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัด คือในช่วงที่วิกฤตโควิดระบาดรัฐบาลประยุทธ์กล่าวโทษแรงงานเมียนมาร์ว่าเป็นว่ามีส่วนในแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งมันสามารถปลุกระดมฝ่ายขวาให้ออกมาแสดงความเกลียดชังต่อแรงงานเมียนมาร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเป็นการสร้างแพะรับบาปเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของคนธรรมดาออกจากความล้มเหลวที่ชนชั้นปกครองไม่สามารถจัดการกับวิกฤตได้

                ในระบบทุนนิยมเจ้าของกิจการนายทุนมักแสวงหาผลประโยชน์จากแรงงานโดยการลดต้นทุน กดค่าจ้างเพื่อเพิ่มกำไร และแรงงานข้ามชาติ หรือ แรงงานอพยพด้วยเช่นกันที่มักถูกแสวงหาผลประโยชน์และถูกเอาเปรียบจากเจ้าของกิจการนายทุนมากเป็นพิเศษเนื่องจากสภาพการจ้างงานที่เปราะบาง ความยุ่งยากในเข้าถึงการคุ้มครอง และสภาวะการขาดอำนาจต่อรอง และสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ คือ แรงงานข้ามชาติมีส่วนในการสร้างความเติบโตให้เศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด

                บ่อยครั้งที่ประเด็นประเด็นความขัดแย้งทางชนชั้นถูกลดทอนและเบี่ยงเบียนให้กลายเป็นปัญหาชาตินิยม ทำให้เอกภาพของขบวนการแรงงานนั้นอ่อนแอลงเรื่อยๆ  การเเยกว่าเราเป็นคนไทย เขาเป็นคนพม่าทำให้กรรมาชีพไม่ได้ประโยชน์ เพราะกรรมาชีพไม่มีประเทศ พวกเราล้วนต่างขายเเรงงานให้กับชนชั้นนายทุนเพื่อดำรงชีวิต   ลองจินตนาการใหม่ว่า ถ้ากรรมาชีพพม่าที่มหาชัย นัดหยุดงานเพื่อสนับสนุนการต่อสู้ของสหภาพเเรงงานไทยที่ภาคตะวันออกที่ได้เรียกร้องสวัสดิการการทำงาน หรือสหภาพเเรงงานในภาคตะวันออกนัดหยุดงานเพื่อหนุนช่วยการต่อสู้กรรมาชีพพม่าที่ประท้วงเผด็จการ มิน อ่อง ลาย มันจะสร้างผลกระทบต่อชนชั้นปกครองได้มากขนาดนั้น “ชนชั้นกรรมาชีพทั่วโลกจงรวมกันเข้า”  

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ