ยึดบ้านและที่ดินของนายทุนคือทางออกของปัญหาที่อยู่อาศัย

โดย กองบรรณาธิการ

​ในปีนี้เรามักได้ยินการนำเสนอข่าวว่า นายทุนภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กำลังเผชิญวิกฤติ ซึ่งหากไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล จะต้องมีคนตกงานเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน  สาเหตุหลักคือ ธนาคารไม่ยอมปล่อยสินเชื่อกู้ซื้อบ้าน เนื่องจากวิตกกังวลว่า เมื่อปล่อยกู้แล้วลูกหนี้จะไม่มีศักยภาพในการชำระหนี้เงินกู้  

​บทบาทธนาคารเมื่อสองร้อยปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันคือ รับฝากเงินจากประชาชนโดยให้ดอกเบี้ยตอบแทน และนำเงินฝากที่มีอยู่ไปปล่อยกู้ระยะยาวโดยคิดดอกเบี้ยเงินกู้สูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งการรับฝากเงินมีเงื่อนไขง่ายๆ ว่า คนฝากจะเรียกเงินฝากคืนเมื่อใดก็ได้ ส่วนการปล่อยกู้นั้น การเรียกเงินต้นจากผู้กู้คืนก่อนครบกำหนดการชำระหนี้ทำได้ยากเพราะถึงแม้จะเรียกไป คนกู้ก็ไม่มีเงินคืน  การทำธุรกิจสร้างบ้าน คอนโดมิเนียมของชนชั้นนายทุน จะต้องกู้ธนาคารเพื่อนำมาเป็นต้นทุนในการสร้างบ้านหรือคอนโด แต่ด้วยราคาที่แสนแพงทำให้คนส่วนใหญ่ต้องกู้ธนาคารมาซื้อบ้านและเอาบ้านหรือคอนโดเข้าจำนองธนาคารและผ่อนจ่ายรายเดือน 

​ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ได้รายงานว่า ไตรมาส 1 ปี 2567 มีที่อยู่อาศัยคงค้าง 213,429 หน่วย คิดเป็นมูลค่า 1,217,916 ล้านบาท ซึ่งทำให้บรรดาชนชั้นนายทุนต่างหวาดกลัวว่า การขายที่อยู่อาศัยไม่ออกทำให้พวกเขาอาจต้องเผชิญหน้ากับการขาดทุน ตัวเลขดังกล่าวนี้ทำให้พวกเขาตระหนกจนต้องรีบดำเนินการให้รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มทุนขจัดปัญหาที่อยู่อาศัยที่ขายไม่ออกนี้ออกไปเสียให้ได้ 

​ซึ่งเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา รัฐบาลนายหน้าเผด็จการชุดนี้ พร้อมที่จะสนองรับนโยบายของนายทุนภาคอสังหาริมทรัพย์ คือ จะดำเนินการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ด้วยการแก้ไขกฎหมายการปล่อยซื้อ ปล่อยเช่า อสังหาริมทรัพย์ ให้สิทธิคนต่างประเทศถือครองคอนโดได้ 75 เปอร์เซ็นต์จากเดิมถือครองได้เพียง 49 เปอร์เซ็นต์  จึงไม่มีข้อสงสัยแต่อย่างใดว่ารัฐบาลเศรษฐากำลังอุ้มชนชั้นเดียวกันกับตัวเอง ซึ่งมันสะท้อนชัดเจนว่ารัฐบาลคือตัวแทนของชนชั้นนายทุนในการรักษาผลประโยชน์ให้แก่ชนชั้นนายทุน  ซึ่งข้อกล่าวหาของนักสังคมนิยมนี้มีมานานตั้งแต่ยุคสมัยของมาร์กซ์ เลนิน ยังมีชีวิตอยู่นั้นจนป่านนี้ชนชั้นนายทุนก็ไม่สามารถแก้ต่างข้อกล่าวนี้ได้แต่อย่างใด ซึ่งผู้อ่านที่สนใจศึกษาเรื่องบทบาทของรัฐคืออะไร สามารถหาอ่านเพิ่มเติมในงานเขียนชิ้นเยี่ยมของเลนิน คือ “รัฐและการปฎิวัติ” ที่หาโหลดอ่านฟรีได้ในอินเตอร์เน็ต

​ปัญหาของตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นปัญหาที่ชนชั้นนายทุนก่อขึ้นที่พวกเขาต่างรู้ตัวดีว่า ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ให้ตกได้ เนื่องจากนายทุนภาคอสังหาริมทรัพย์และภาคการเงินต้องการกำไรจากการดำเนินกิจการ การสร้างบ้านและคอนโดจึงไม่มีการวางแผน  เพราะเร่งรีบเพื่อเอากำไรจากผู้บริโภคให้ได้ก่อนนายทุนคนอื่น หากชักช้าแล้วพวกเขาก็จะแข่งกับนายทุนคนอื่นไม่ได้  ผลที่เกิดขึ้นคือบ้านและคอนโดล้นตลาดไม่มีคนซื้อ การที่รัฐบาลนายหน้าเผด็จการเสนอแผนการกระตุ้นอส้งหาริมทรัพย์โดยวิธีการออกกฎหมายให้คนต่างประเทศถือครองคอนโดได้ร้อยละ 75 ทำให้คนส่วนใหญ่ขาดแคลนที่อยู่อาศัยหนักกว่าเดิมเนื่องจากมีราคาแพง  

              เป็นเรื่องจริงที่คนส่วนใหญ่อาจไม่สามารถผ่อนชำระหนี้ค่าบ้านได้ในระยะยาว เนื่องจากบ้านและคอนโดมีราคาสูงมาก รายได้ของชนชั้นกรรมาชีพไม่เพียงพอกับค่าครองชีพ  สถานการณ์ของชนชั้นกรรมาชีพก็ไม่มั่นคงเนื่องจากอาจถูกเลิกจ้างในเวลาใดก็ได้ แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของคนส่วนใหญ่ที่ไม่สามารถผ่อนหนี้ธนาคารได้ ชนชั้นนายทุนต่างหากที่เป็นคนผิดในเรื่องนี้เพราะพวกเขามุ่งแต่แสวงหากำไร

วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่แท้จริงคือคนส่วนใหญ่ไม่มีบ้าน  ไม่ใช่ชนชั้นนายทุนขายบ้านไม่ออกแล้วเป็นวิกฤต เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ปัญหาด้วยการยึดบ้านและคอนโดที่ไม่มีคนอยู่จริง หรือยึดโครงการบ้านและคอนโดที่ปล่อยทิ้งร้างเอามาทำเป็นที่อยู่อาศัยให้กับประชาชนในราคาถูก  ทรัพยากรธรรมชาติของโลกนี้ไม่ควรถูกปล่อยทิ้งร้างไร้ประโยชน์เพราะคำว่า “เก็งกำไร”  

​หากรัฐบาลเศรษฐาต้องการพ้นข้อกล่าวหาว่าตนเองว่าไม่ใช่นายหน้าเผด็จการและนายหน้าค้าที่ดินที่เอื้อประโยชน์ให้ชนชั้นนายทุน เขาต้องลงมือทำเดี๋ยวนี้ โดยออกกฎหมายเวนคืนบ้านและที่ดินของเอกชนโดยจ่ายเงินเวนคืนในราคาเหมาะสมไม่ใช่ราคาตลาดและราคาเก็งกำไร เเละนำบ้านมาปล่อยให้ประชาชนเช่าในราคาถูก หลายคนอาจจะมองว่า ทำไม่ได้เพราะรัฐไม่มีเงินจ่ายค่าเวนคืนให้เอกชน แต่ตัวอย่างการเวนคืนที่ดินก็มีให้เห็น เช่น การเวนคืนสร้างทางด่วนหรือรถไฟฟ้า

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ