เรื่องเล่าจากคนทำงานกลางคืน

สัมภาษณ์โดย รุเธียร

                ในแวดวงของกลุ่มคนที่ชอบเที่ยวโดยเฉพาะกับร้านอาหารที่เปิดในเวลากลางคืนจนถึงเกือบเช้ามืดคงไม่มีใครไม่เคยได้ยินคำว่า “เด็กเอ็น” คำว่า เอ็น มาจาก entertainer ผู้ให้ความบันเทิงซึ่งอาจเป็นได้ทุกเพศตามแต่ลักษณะของร้าน ไม่จำกัดแต่เพียงเพศหญิงเท่านั้น โดยมีบทบาทในการสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้าในรูปแบบต่าง ๆ ตั้งแต่นั่งเป็นเพื่อนและชวนลูกค้าคุย ไปจนถึงการรับสัมผัสส่วนต่าง ๆ ของร่างกายตามความต้องการของลูกค้า แม้จะเป็นงานที่มีรายได้สูงระดับหนึ่งในการให้บริการลูกค้าแต่ละครั้ง (และแน่นอนว่าสูงกว่าเงินเดือนของผู้เขียนที่เป็นกรรมาชีพทำงานประจำถึง 3 เท่า) แต่เรากลับพบว่า ผู้ประกอบอาชีพนี้ก็ต้องแบกรับความเสี่ยงที่ไม่อาจคาดเดาได้เลยจากลูกค้าที่มีความต้องการต่างกัน ในช่วงกลางสัปดาห์ของวันทำงานที่ผ่านมา ผู้เขียนได้มีโอกาสไป “ชิมลาง” ร้านกลางคืนในย่านบางคอแหลมที่มีลักษณะเป็น “เลาจน์” (หมายถึงร้านที่ประกอบด้วยห้องปิดส่วนตัว มีเพลงคาราโอเกะ สิ่งอำนวยความสะดวก อาหารและเครื่องดื่มบริการ รวมไปถึงพนักงานที่เป็นเด็กเอ็น ซึ่งจะต้องติดต่อผ่าน “เซลล์” ที่เป็นเหมือนกับนายหน้าในการจัดสรรเด็กเอ็นมาให้บริการ) จุดมุ่งหมายของการไปลงพื้นที่ในครั้งนี้เพื่อสัมภาษณ์เรื่องราวจากพื้นที่ทำงานจริงของเด็กเอ็นถึงปูมหลังของการตัดสินใจเลือกประกอบอาชีพนี้และแรงกดดันที่เธอได้รับจากการทำงาน หลังจากรู้จักกันอย่างคร่าว ๆ แล้ว ผู้เขียนจึงบอกเป้าประสงค์ของการสัมภาษณ์และขออนุญาตสัมภาษณ์เธออย่างเป็นทางการ

ถาม : ช่วยแนะนำตัวคร่าว ๆ ได้ไหม อายุเท่าไหร่ ตอนนี้ยังเรียนอยู่หรือเปล่า แล้วทำไมถึงเลือกมาทำงานตรงนี้

ตอบ : หนูเป็นคนโคราช อายุ 22 ไม่ได้เรียนมา 5 ปีแล้ว เพราะว่าหนูท้องตอน ม.2 ก็เลยหยุดเรียนไป 2 ปีแล้วกลับมาเรียนต่อให้จบ ม.3 ถามว่าอยากเรียนต่อไหม ตอนนั้นก็ไม่อยากเรียน อยากทำงานอยู่บ้าน อยากดูลูก เพราะช่วงนั้นขายของได้ดีมากกว่า เพราะว่าแม่ค้าน้อย ลูกค้าเยอะ แต่ว่าช่วงนี้ลูกค้าก็ผันตัวมาเป็นแม่ค้ากันหมด จนหนูเป็นหนี้แสนกว่าเพราะขายของ เพื่อนก็เลยชวนมาทำงานที่นี่ ตอนแรกก็งง ๆ เพราะเราเคยทำงานเอ็นข้างนอกมาก่อน ก็จะเอ็นจอย ๆ ไม่มีกฎระเบียบอะไร งานแบบนี้ก็จะมีแยกประเภทเป็น 3 แบบ ทำอยู่ที่ร้านไม่ได้ออกกับลูกค้า ลูกค้าซื้อออกไปข้างนอกไปปาร์ตี้ที่บ้าน กับงานแรง งานแรงในที่นี้ก็คือไม่ได้มีอะไรกันแต่ก็จะมีการกอดจูบลูบคลำกัน แต่ปกติแล้วถ้าเด็กที่ทำงานที่นี่อยู่ในวันทำงานจะต้องจ่ายซื้อดื่มออกไป (หมายถึงการจ่ายให้กับทางร้าน) แต่ถ้าวันไหนเป็นวันหยุดเด็กก็จะได้รับเงินแยกต่างหาก

ถาม : เรามีภาระค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง แล้วเงินที่ได้รับจากงานนี้เพียงพอไหม

ตอบ : ลูกก็หนึ่งหมื่นต่อเดือนรวมค่าเทอมกับค่ากิน หนูให้ยายอีก 5,000  แม่จะไม่ได้ให้เป็นเดือนแต่ให้แบบยิบ ๆ ย่อย ๆ แม่หนูพอได้เงินมาเขาจะไปกินเหล้าแล้วทุกครั้งที่กินเหล้าก็จะทะเลาะกับยาย ก็เลยตัดปัญหาให้แม่แค่พอเหมาะ ค่าห้องรวมค่าน้ำค่าไฟ 8 พัน ค่ารถ 2,900 ค่าอาหารแมว 5,000 ต่อเดือน หนูมีแมว 3 ตัว เลี้ยงเองหนึ่งตัว อีก 2 ตัวเป็นแมวจรที่โดนทำร้ายมา หนูว่าเลี้ยงแมวก็ดีอย่างหนึ่งนะ เวลาทำงานมาเหนื่อย ๆ หรือว่าเจออะไรไม่ดีมา มันดีต่อใจมากเลยยิ่งเป็นแมวขี้อ้อนด้วย ของหนูตกเดือนหนึ่งทำงานนี้ได้ประมาณ 5 หมื่น ถ้าได้เยอะหน่อยก็ 6 – 7 หมื่น หรือบางทีก็เป็นแสน ส่วนหนึ่งก็มาจากงานหลักกับทิปที่ลูกค้าให้มา แต่หนูก็ไม่ได้ทำอาชีพเดียว หนูรับออกแบบป้ายโฆษณาสินค้าหรือเงินกู้ ขายของออนไลน์ แล้วก็ต่อขนตาในช่วงวันหยุดงานหรือวันที่ไม่ได้กินเหล้าเมามาก

ถาม : ตอนนี้ลูกอายุเท่าไหร่แล้วนะ แล้วความสัมพันธ์กับครอบครัวเป็นยังไง

ตอบ : ตอนนี้ลูกหนูอยู่ป.2 แล้ว อยู่กับยาย ส่วนพ่อของน้องแยกทางกันไปแล้ว เขาอารมณ์ร้อนแล้วชอบทำร้ายร่างกาย ตอนหนูท้องเขาก็ตีหนู โชคดีที่ลูกเกิดมาปกติ หนูจะพูดตลอดเลยว่าตีหนูได้แต่อย่าตีให้ลูกเห็น แต่สุดท้ายหนูก็ทนไม่ไหวกลับไปหายายตัวเปล่ากับลูก เงินกับข้าวของอะไรก็ทิ้งไว้ที่บ้านเขาหมดเลย หาซื้อของให้ลูกใหม่เอา พ่อของน้องเป็นมุสลิม แต่หนูว่าจะรอลูกโตอีกสักพักแล้วให้ลูกตัดสินใจเองว่าอยากอยู่ศาสนาอะไร ถ้าลูกตัดสินใจจะเข้าอิสลาม หนูก็จะบอกที่บ้านว่าลูกเป็นมุสลิมแล้วนะกินอาหารที่เป็นหมูไม่ได้แล้วนะ ยายหนูเปิดร้านเสริมสวย แม่เป็นสาวโรงงาน แต่หนูจะรักยายมากกว่า ยายเลี้ยงหนูมาแบบสปอยล์เต็มที่เลย อยากได้อะไรหนูก็ได้ แต่หนูไม่ค่อยสนิทกับแม่เพราะแม่ก็มีหนูตอนอายุยังน้อยเหมือนกัน บางทีหนูก็ไม่บอกคนอื่นว่าคนนี้เป็นแม่ บอกว่าเป็นพี่สาวแทน แต่เวลามีปัญหาอะไรแม่ก็ปกป้องหนูเต็มที่เหมือนกันนะ หนูอยากให้ลูก ยายกับแม่สบาย ลูกก็จะชอบบอกว่าถ้าโตมาหนูจะเลี้ยงแม่เอง แต่หนูก็จะบอกลูกตลอดเลยนะว่าถ้าโตมาไม่จำเป็นต้องหาเงินมาให้แม่ เราไม่ได้มีบุญคุณอะไรต่อกัน เราแค่เป็นของขวัญของกันและกันเท่านั้นเอง

ถาม : เคยเจออะไรที่ไม่ดีบ้างจากการทำงานในลักษณะนี้ แล้วถ้าเราเจอแบบนั้นเราจัดการกับตัวเองยังไง

ตอบ : ลูกค้าก็จะมีทั้งที่ดีแล้วก็ไม่ดี เมื่อวานหนูโดนลูกค้าที่ตัวใหญ่ดึงมือแรงมากจนเล็บที่หนูทำหลุดออกไปเลย หรือบางทีก็จะมีลูกค้าที่ชวนดื่มหนักมากหนูก็ต้องบอกว่าหนูดื่มไม่ไหวแล้ว แต่ที่นี่ก็จะมีกฎระเบียบ ไม่เหมือนงานเอ็นข้างนอก หนูเคยทำงานเอ็นที่ถูกจ้างไปข้างนอกไปงานปาร์ตี้ของคนจีน พอเมาแล้วอยู่ดี ๆ เขาก็จับแขนเพื่อนหนูจะลากเข้าห้อง เราก็อธิบายให้เขาฟังไปว่าเขาไม่ได้จ้างเรามาให้มีอะไรกัน เงื่อนไขที่ส่งมาคือเอ็นเตอร์เทนสำหรับปาร์ตี้เฉย ๆ เขาก็ไม่พอใจก็เลยแจ้งตำรวจไปว่าเราบุกรุกห้องเขา หนูก็เลยเปิดแชทการหางานให้ตำรวจดูว่าเป็นยังไง บางทีพอเจอกับลูกค้าแรง ๆ หนูก็ต้องตั้งสติ

ถาม : เคยรู้สึกอยากทำงานอื่นบ้างไหมที่ไม่ใช่งานแบบนี้

ตอบ : จากใจเด็กเอ็นนะ ถ้าแก่ตัวไปก็จะทำไม่ได้แล้วเพราะลูกค้าก็อยากได้แบบเด็ก ๆ สวย ตอนนี้เรายังทำไหวเราก็เก็บเงินแล้วแบ่งส่วนเงินที่ได้ไปหาอาชีพสำรองไว้ เพราะเราก็แก่ขึ้นทุกปี บางคน 30 กว่ายังสวยอยู่ก็มี แต่ร้านส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรับแล้ว หนูตั้งใจว่าจะทำงานตรงนี้ไม่เกิน 30 แล้วก็จะไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ หนูชอบขายของ หนูคิดทุกวันเลยว่าถ้าเรากลับมาขายของแบบเต็มที่ เราจะทำยังไงไม่ให้เป็นหนี้อีก เราขายดีมาก ของติดตลาด ของลอตแรกขายหมดภายในเดือนเดียวแต่ TikTok หัก 12% แต่เรามีต้นทุนแล้วเราไม่ได้เอากำไรเยอะ ค่าส่งเราก็ออกเอง ตอนนี้หนูปักตะกร้าของคนอื่นคือรับของคนอื่นมาขาย แต่เราก็ได้ค่าคอมมิชชั่น แต่เราอยากขายของที่เป็นตะกร้าของเราอะ แต่เราจะทำยังไงที่จะไม่ผิดพลาดเหมือนตอนเดิม เวลาลูกค้ามาหนูก็อยากได้คำแนะนำคำปรึกษา แล้วก็หนูอยากเรียนต่อนะ อยากเรียนบริหารธุรกิจจะได้มีความรู้ไปในด้านนี้จริง ๆ เลย

ถาม : สังคมในยุคปัจจุบันมีความตระหนักรู้ในเรื่องความเสมอภาคทางสังคม รวมถึงสิทธิของผู้หญิงและเพศที่สามมากขึ้น เราอยากให้สังคมในยุคปัจจุบันมองอาชีพนี้ยังไง หรือมีความตระหนักรู้กับอาชีพนี้ยังไง

ตอบ : อยากให้เขามองจากในมุมความเป็นจริงบ้าง ไม่ใช่ฟังจากคนอื่นที่เขาไม่ได้ทำงาน คนที่เขาไม่ได้ทำงานก็อาจจะตัดสินสั้น ๆ เลยว่าคนทำงานกลางคืนคือขายบริการทั้งหมด คนทำงานกลางคืนบางคนก็ทำงานโรงงานเข้ากะก็มี บางคนทำ PR บางคนเป็นแม่บ้านแต่เข้ากะกลางคืนก็มี หรือถ้าเป็นคนขายบริการก็จะมีพื้นที่ของเขา คนส่วนมากในกรุงเทพฯก็จะรู้ว่าอยู่ตรงไหน แต่งานตรงนี้ก็จะเป็นแบบนั่งกินเหล้าเป็นเพื่อนลูกค้า อยากให้ทุกคนมองว่ามันเป็นอาชีพ ๆ หนึ่ง ที่ก็มีหน้าที่ไม่ได้แตกต่างกับอาชีพอื่นเลย

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ