การเมืองก้าวหน้าต้องเสนอความเป็นไปได้ใหม่ๆ

โดย ไผ่แดง

​ปัญหาหนึ่งของฝ่ายที่เรียกตัวเองว่าเป็น “ฝ่ายก้าวหน้า” ในปัจจุบันคือ มักไม่สามารถมีข้อเสนอที่ไปไกลกว่าสิ่งที่เป็นอยู่ ตัวอย่างที่ดีคือ ท่าทีของอดีตพรรคก้าวไกลซึ่งเคยวิจารณ์นโยบายดิจิทัลวอลเล็ตของพรรคเพื่อไทยด้วยการมองว่านโยบายนี้ทำลายวินัยทางการคลัง ดังข้อโต้แย้งด้านล่างนี้

​“การขอสภากู้เงินเพิ่ม 1.22 แสนล้านบ้าน ส่วนการบริหารจัดการปี 67 มาจากงบกลางฉุกเฉินสำรองจำเป็น พอเห็นว่าไม่มีแหล่งเงินจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แล้ว ก็เป็นการดี ก็ต้องให้กระทรวงการคลังไปกู้เงินแทนอยู่ดี งบประมาณ ลดลงแล้ว วงเงิน 4.5 แสนล้านบาท จาก 5 แสนล้าน ประเด็นสำคัญปีนี้ รัฐบาลขอกู้เงิน 1.22 แสนล้านบาท ก็สูงเป็นประวัติการณ์อยู่ดี สัดส่วนการกู้เงินสูงกว่า 4% ปัญหาที่เกิดขึ้น คือ เรากู้เต็มเพดาน จะมีการกู้เพิ่ม และมีการขยายเพดานกู้ เพราะไม่เช่นนั้นจะไม่เพียงพอในการทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ตได้ เหมือนกับว่ารัฐบาลคิดอะไรไม่ออก ก็เบ่งงบฯ กู้เพิ่มไปเรื่อยๆ แล้วจะไม่สามารถกู้ได้อีกเลย กู้เต็มที่ไม่เกิน 8.1 แสนล้านบาท หากเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น ก็ไม่สามารถกู้เงินได้อีกเลย แต่รัฐบาลไม่ได้สนใจอะไร เพื่อให้ได้ทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเท่านั้น”

​“ฝากเตือนรัฐบาล ระวังทำผิดวินัยการเงินการคลัง เป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องแก้ไขทำให้ถูกต้อง ถามว่า ทำไมไม่แก้กฎหมายให้ถูกใจก่อน แล้วค่อยทำ กลับมาสุ่มเสี่ยงลุยไฟ เสียก่อน อีก 15 วัน จะลงทะเบียน ซึ่ง นายกฯ โพสต์ไปแล้ว แต่ยังหาเจ้าภาพไม่ได้ อีก 15 วัน ระบบลงทะเบียนเพิ่งประมูลได้ผู้ชนะทำระบบมา ยืนยัน ที่สำคัญ ส่วนตัวเป็นห่วงการลงทะเบียนร้านค้า ระบบออกแบบมาสำหรับร้านค้าที่มีสายป่านยาว แต่ร้านค้าเล็กๆ สายป่านสั้น ก็จะทำไม่ได้ ที่เป็นธุรกิจเงินสด เงินหมุนเวียน ก็ไม่สามารถทำได้ อีก 15 วัน เท่านั้น” ศิริกัญญากล่าว (ไทยรัฐ, 2567)

         ข้อโต้แย้งเช่นนี้ไม่ต่างอะไรกับข้อกล่าวหาของนักเศรษฐศาสตร์เสรีนิยมและชนชั้นกลางที่เคยกล่าวหานโยบายจำนำข้าวของเพื่อไทยที่ให้ประโยชน์คนจนโดยมองว่ามันทำลายวินัยการคลัง ข้อวิจารณ์เช่นนี้ไม่ได้ช่วยขยายพื้นที่ยืนให้นโยบายก้าวหน้าแต่อย่างใด แต่จะเป็นอุปสรรคให้กับการเสนอข้อเสนอก้าวหน้าอย่างเงินบำนาญถ้วนหน้าไปจนถึงรัฐสวัสดิการเป็นต้น

         บทเรียนในอดีตที่น่าศึกษาคือ หลังจากชัยชนะของพรรคไทยรักไทยซึ่งนำมาสู่การปฏิบัตินโยบายที่ให้ประโยชน์คนจนอย่างนโยบายสามสิบบาทรักษาทุกโรค นโยบายพักหนี้เกษตรกร นโยบายกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งทำให้ไทยรักไทยได้รับความนิยม แต่จากนั้นเองภายใต้รัฐบาลไทยรักไทยนั้นเองก็มีปัญหาอย่างการละเมิดสิทธิมนุษยชนในชายแดนใต้ การปราบปรามยาเสพติด การแปรรูรัฐวิสหากิจ

         ขณะเดียวกันขบวนการภาคประชาชน เอ็นจีโอก็ไม่สามารถแข่งแนวกับไทยรักไทยได้ จนทำให้แกนนำภาคประชาชน เอ็นจีโอส่วนหนึ่งพยายามโจมตีรัฐบาลทักษิณเพื่ออาชนะโดยไม่สนใจการสร้างข้อถกถียงและจุดยืนทางการเมืองที่ดีกว่าไทยรักไทย ส่งผลให้แนวการเมืองถอยหลังเข้าคลองและหันขวาจนไปสนับสนุนทหารให้มารัฐประหารเพื่อเอาชนะรัฐบาลทักษิณโดยไม่สนใจวิธีการ (วัฒนะ วรรณ, 2566)

        นี่คือบทเรียนสำคัญของขบวนการภาคประชาชน และเป็นข้อพิสูจน์ว่าการสร้างชุดความคิดทางชนชั้นของตนเองเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเมืองเพื่อการปลดปล่อยและเปลี่ยนแปลง เพื่อที่จะต้องไม่ไปพึ่งพิงแนวความคิดฝ่ายขวาที่จะนำพาสังคมกลับไปสู่ความล้าหลัง

        แม้ว่านโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเป็นนโยบายที่ต่อลมหายใจให้กับกรรมาชีพและคนจนในภาวะที่เศรษฐกิจย่ำแย่ แต่ในขณะเดียวกันตัวนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตเองไม่ได้แตะต้องความมั่งคั่งของชนชั้นนายทุน  ฝ่ายก้าวหน้าจึงต้องเสนออะไรที่ไปไกลกว่าดิจิทัลวอลเล็ต เช่นเก็บภาษีความมั่งคั่งไปจนถึงการยกเลิกระบบกรรมสิทธิ์เอกชน

ภาพจาก ประชาไท

ภาพจาก Mutual Finding

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ