มาร์กซ์มองการล่าอาณานิคมอย่างไร

โดย เมืองไม้

          นักคิดหลายคนต่างมองว่า คาร์ล มาร์กซ์ ไม่ได้กล่าวถึงการล่าอาณานิคมกับการสะสมทุนไว้อย่างเป็นระบบ เช่น ในงานจักรวรรดินิยมใหม่ (The New Imperialism) ของ David Harvey มองว่า ในงานหลักของมาร์กซ์มุ่งวิเคราะห์เพียงระบบเศรษฐกิจแบบปิดภายในประเทศเท่านั้น หรือแม้กระทั่งนักคิดหลังอาณานิคม (post-colonialism) อย่าง Dipesh Chakrabarty, Gayatri Spivak หรือแม้กระทั่ง Frantz Fanon ต่างพูดถึงข้อจำกัดการวิเคราะห์ระบบทุนนิยมของ Marxism ว่าเพิกเฉยต่อผู้คนที่ไม่ใช่ตะวันตกและมีความเป็นตะวันตกเอง

          อย่างไรก็ตาม มาร์กซ์สนใจประเด็นเกี่ยวกับการล่าอาณานิคมมาโดยตลอด เพียงแต่ไม่ได้มีงานเขียนถึงประเด็นนี้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้น เราจึงสามารถดึงงานเขียนต่าง ๆ มาพิจารณาได้ โดยเฉพาะในงาน ว่าด้วยทุน เล่ม1 บทที่ 24 ว่าด้วยมูลค่าส่วนเกินเปลี่ยนพลิกเป็นทุน เสนอการวิเคราะห์ระบบทุนนิยม “ได้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ โดยปราศจากการรบกวนของสภาวะแวดล้อมเสริมต่าง ๆ เราต้องมองโลกแห่งการค้าทั้งหมดเป็นประเทศหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้สมมติว่า การผลิตทุนนิยมตั้งขึ้นทั่วทุกที่และเข้าครอบครองการผลิตอุตสาหกรรมทุกสาขา” นี่หมายความว่า มาร์กซ์ไม่ได้มุ่งวิเคราะห์เศรษฐกิจแบบปิดในประเทศอย่างที่ Harvey อ้างเท่านั้น แต่พยายามตั้งแนวคิด “ตลาดโลก” ขึ้นมาซึ่งประกอบไปด้วยตลาดทั้งในและนอกของหลาย ๆ ประเทศรวมกัน ดังนั้น ตลาดโลกจึงปรากฏนัยยะของ “การแผ่ขยายพื้นที่และเศรษฐกิจ” ภายใต้การสะสมทุนด้วย เราจะพบว่าระบบเศรษฐกิจของประเทศหนึ่งไม่ได้จำกัดอยู่ในพื้นที่ตัวเอง แต่เข้าไปสู่พื้นที่การผลิตอื่น ๆ ที่เงินทุนสามารถถูกโอนไปได้ ซี่งหมายถึงประเทศอาณานิคมทั้งหลาย

          ในทฤษฎีทุนของมาร์กซ์ การสะสมทุนจะนำไปสู่การกระจุกตัวและการรวมศูนย์ของทุน โดยอธิบายผ่านกระบวนการที่อังกฤษเข้าไปยึดครองอินเดียได้ดังนี้ (1) รัฐอังกฤษริเริ่มขับไล่เจ้าที่ดินศักดินาชาวอินเดีย (2) ที่ดินถูกแจกจ่าย ปล่อยเช่า หรือขายให้กับพ่อค้าชาวอังกฤษ (3) คนงานชาวนาในอินเดียผลิตผ้าไหมให้พ่อค้าชาวอังกฤษ (4) พ่อค้าส่งออกผ้าไหมกลับไปขายที่อังกฤษ (5) ผลกำไรจากกระบวนการดังกล่าวจะถูกหักภาษีโดยรัฐอังกฤษ (6) รัฐเอื้ออำนวยเปิดพรมแดนใหม่ ๆ ให้กับทุนต่อไป กระบวนการทั้งหมดนี้จะเห็นว่า เริ่มจากการหาปัจจัยการผลิต คือ ยึดที่ดินให้กระจุกอยู่ในมือของรัฐและนายทุนให้มากก่อน แล้วจึงสะสมทุนโดยการขูดรีดมูลค่าส่วนเกินจากแรงงานชาวนาด้วยการเพิ่มเวลาการทำงาน การให้ทำงานหนักมากขึ้น หรือแม้กระทั่งการกดค่าแรง จากนั้นจึงส่งกำไรเข้าสู่ประเทศแม่ และก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนที่ไม่เท่าเทียมระหว่างประเทศบนความแตกต่างของพลังการผลิต เป็นวงจรเช่นนี้เรื่อยไป จนกระทั่งทุนไปกระจุกและรวมศูนย์อยู่ที่ประเทศแม่เป็นทุนขนาดใหญ่

          Marx เห็นว่านอกจากการสะสมทุนในระดับโลกโดยเจ้าอาณานิคมยังกดขี่แรงงานทั่วโลกแล้ว มันยังเป็นการลดทอนความสมานฉันท์ของแรงงานทั่วโลกอีกด้วย เนื่องจากการขยายพื้นที่ของการสะสมทุนและขยายกองกำลังแรงงานโลกเป็นภารกิจสำคัญที่จะทำกำไรให้เพิ่มขึ้น จึงเป็นเหตุให้เกิดการเคลื่อนย้ายฐานการผลิตไปยังประเทศที่ค่าแรงต่ำกว่า หรือไม่ก็นำเข้าแรงงานต่างประเทศเพื่อมาแข่งขันกับแรงงานในประเทศ นำมาสู่การเหยียดเชื้อชาติขึ้น ในแง่ที่ว่า (1) มองแรงงานจากข้างนอกมาแย่งงานคนประเทศตนเองทำให้ค่าแรงถูกลง (2) ประเทศเจ้าอาณานิคมถูกเกลียด ทำให้เหมารวมเกลียดคนประเทศนั้นไปด้วย ดังนั้น กล่าวอย่างถึงที่สุดได้ว่า การล่าอาณานิคมของประเทศแม่ล้วนกลับมากระทบต่อชนชั้นแรงงานในประเทศตนเองทั้งในแง่ทางเศรษฐกิจและศีลธรรม เพราะมันสร้างการเหยียดเชื้อชาติรูปแบบใหม่และสิ่งเหล่านี้จะเป็นปัญหาในการรวมกันต่อสู้ของกรรมาชีพทั่วโลกอย่างยิ่ง

          ในปัจจุบันเราไม่พบการล่าอาณานิคมแบบในอดีตที่ชัดเจน ซึ่งเป็นการยึดครองพื้นที่ในประเทศ แต่ตัวมันเองได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบมาเป็นจักรวรรดินิยม (Imperialism) ในฐานะที่เป็นขั้นตอนสูงสุดของระบบทุนนิยม ซึ่งอธิบายอย่างคร่าว ๆ ได้ว่าเป็นสภาวะที่การค้าขายและการแข่งขันเสรีถูกแทนที่ด้วยการต่อสู้เพื่อการผูกขาดและการกดขี่ประชาชาติ อย่างที่เสนอในงานเขียนของ Vladimir Lenin ดังนั้น มาร์กซ์และฐานทฤษฎีของ Marxism จึงมุ่งวิพากษ์การล่าอาณานิคมในฐานะที่เป็นผลผลิตของทุนนิยม และถึงแม้ว่ารูปแบบของอาณานิคมมันเปลี่ยนไปและถูกทำให้ชอบธรรม ถูกกฎหมาย หรือแม้กระทั่งเป็นความศิวิไลซ์ของวัฒนธรรม การล่าอาณานิคมไม่มีทางอันตรธานหายไปหากระบบทุนนิยมยังคงดำรงอยู่ในโลกนี้

บรรณานุกรม

1.Lucia Pradella. (October 23, 2022). Marxism and Colonialism. Developing Economics.  ในเว็บ developingeconomics.org

2.ดินแดง. (17 สิงหาคม 2022). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจักรวรดินิยม. ในเว็บ dindeng.com

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ