โดย เมืองไม้ คอลัมน์ จากล่างสู่บน
นสพ.สังคมนิยม ตุลาคม 2567
อุตสาหกรรมฟาร์มเป็นส่วนหนึ่งภายใต้ตรรกะแบบทุนนิยมที่พยายามแสวงหากำไรสูงสุด อุตสาหกรรมฟาร์มโดยทั่วไปแล้วมักใช้วิธีการบังคับให้สัตว์ผลิตสินค้าออกมาให้ได้ปริมาณมากในต้นทุนที่น้อย ๆ เพื่อกำไรสูงสุด ในอุตสาหกรรมการเลี้ยงหมูที่หนาแน่นมักขังแม่หมูไว้ใน “คุก” สำหรับตั้งครรภ์โดยเฉพาะ ซึ่งมีพื้นที่เล็กมากจนแม่หมูไม่สามารถหันตัวไปไหนได้ เมื่อลูกหมูคลอดออกมาแล้วก็จะถูกขังไว้ในห้องข้าง ๆ แม่หมู หากลูกหมูหิวนมก็จะเอาหัวเล็ก ๆ ของมันมุดผ่านช่องกรงขังของแม่มันเพื่อดูดนม ในบางแห่งหมูก็จมอยู่ในกองมูลของตัวเอง เพราะการทำความสะอาดบ่อย ๆ มีต้นทุนที่ต้องใช้
เช่นเดียวกันกับอุตสาหกรรมไข่ไก่แบบยืนกรง แม่ไก่จะถูกเลี้ยงในคอนโดซึ่งหนึ่งห้องเล็ก ๆ จะถูกยัดเข้าไปหลาย ๆ ตัวเพื่อประหยัดพื้นที่ พื้นห้องคอนโดถูกออกแบบให้เอียงเพื่อให้ไข่ไหลลงไป แม่ไก่ก็จะทำงานไปตลอดชีวิตในห้องของมันจนกว่าจะตาย ในบางโรงงานไม่ได้มีสัตวแพทย์คอยดูแล ทำให้มีแม่ไก่บางตัวต้องหยุดทำงานไปเร็วกว่าตัวอื่น ๆ หากโรงงานใดกลัวว่าแม่ไก่จะเครียดก็จะตัดจะงอยปากออกเพื่อไม่ให้จิกตัวเองและเพื่อนร่วมห้อง
จากตัวอย่างอุตสาหกรรมภายใต้ระบบทุนนิยมสองประเภทนี้เราจะเห็นว่า ทั้งสองมีความพยายามที่จะประหยัดและผลิตให้ได้มากที่สุดหรือที่เรียกว่า mass production โดยผ่านวิธีการลดห้องขังของสัตว์ให้เล็ก ๆ เพื่อให้มีพื้นที่บรรจุห้องมากขึ้น และลดภาระผู้ทำความสะอาดคอกสัตว์หรือสัตวแพทย์เพื่อลดค่าใช้จ่ายของโรงงาน ทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อความพยายามสะสมทุนให้สะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่ได้สนใจถึงสิ่งอื่น ๆ อย่าง ปัญหาสวัสดิภาพของสัตว์จากการที่ไม่ได้เดิน กิน นอน ถ่ายในสภาพที่ควรจะเป็นโดยธรรมชาติ ซึ่งถูกแสดงออกมาผ่านการร้องโหยหวนหรือแม้กระทั่งการทำร้ายตัวเอง อีกปัญหาที่สำคัญคือความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของผู้คน เช่น น้ำเน่าเสียจากมูลสัตว์จำนวนมาก กลิ่นรบกวน และที่เป็นปัญหาสำคัญคือการใช้ยาปฏิชีวนะกับสัตว์อย่างมหาศาลเพื่อป้องกันสวัสดิภาพสัตว์ที่ย่ำแย่ การใช้ยาทำให้เกิดการแพร่กระจายสารตกค้างและเชื้อดื้อยาปฏิชีวนะไปสู่ห่วงโซ่อาหารและสิ่งแวดล้อม โดยมีการปล่อยน้ำเสีย มูลสัตว์ที่นำไปทำเป็นดินเพาะปลูก หรือแม้กระทั่งการสัมผัสโดยตรงของแรงงาน
เราจะเห็นได้ว่าระบบทุนนิยมเน้นให้คุณค่าของกำไร ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลของการผลิต มากกว่าที่จะคิดถึงสิ่งอื่น มันจึงเอื้อให้การสะสมทุนเป็นวงจรที่ดำเนินต่อไปในลักษณะขดหอยที่ขยายใหญ่มากขึ้นเรื่อย ๆ และพร้อมดูดกลืนสิ่งต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ต่อการสะสมทุนเข้าไปใช้และควบคุมไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือสัตว์ก็ตาม
ทุนนิยมมุ่งควบคุมวงจรชีวิตของสัตว์ให้สอดคล้องกับวงจรการสะสมทุนเพื่อกำไรสูงสุดแทนที่จะผลิตเพื่อการบริโภคอย่างแท้จริง สวัสดิภาพและสิ่งแวดล้อมของสัตว์ถูก ระบบทุนนิยมควบคุมและเปลี่ยนชีวิตสัตว์ให้กลายเป็นปัจจัยการผลิตที่กดขี่ได้ง่ายและมีประสิทธิภาพในการสร้างกำไรได้มาก วงจรชีวิตของมันจึงถูกแปรเปลี่ยนให้สอดคล้องกับวงจรการสะสมทุนไปพร้อมกัน ๆ ผ่านกระบวนการต่าง ๆ เช่น การตัดแต่งพันธุกรรมปลาแซลมอนให้มีวงจรชีวิตที่เร็วขึ้น 1 รอบปี เพื่อให้ตอบสนองความต้องการขายของนายทุนให้ได้มาก ๆ หรือแม้กระทั่งการควบคุมการตั้งครรภ์ของหมูให้อยู่ภายในชั่วโมงการทำงานปกติเพื่อให้มีคนควบคุมการตั้งครรภ์ แม้แต่ในสัตว์อื่น ๆ ก็จะพบว่ามีการให้อาหารในปริมาณมาก เพื่อให้มีขนาดที่โตเร็วในเวลาอันสั้นและมีวงจรชีวิตที่เร็วขึ้นและพร้อมขึ้นเขียงเข้าสู่ตลาดให้ทันวงจรการสะสมทุน ฉะนั้นวงจรชีวิตของแซลมอน หมู แม่ไก่ และสัตว์อื่น ๆ จึงถูกเปลี่ยนให้ทำงานสอดคล้องกับวงจรการไหลเวียนของทุนเพื่อกำไร ในแง่นี้สัตว์ในระบบทุนนิยมจึงถูกดัดแปลงให้ “พิการ” ไปจากธรรมชาติเพียงเพื่อตอบสนองความต้องการของทุน หากสัตว์นั้นเกิดมาในอุตสาหกรรมฟาร์มในระบบทุนนิยม มันก็จะไม่มีโอกาสได้เดินอย่างเสรี กินอย่างเสรี นอนอย่างเสรี หรือแม้แค่ขยับตัวอย่างเสรีอีกต่อไป


