เปิดหน้ากากกลุ่มพลังจัดตั้งฝ่ายขวาอันตรายใน 6 ตุลา

โดย ลมดาวเหนือ

เหตุการณ์ในเช้าวันที่ 6 ตุลา 2519 เป็นเหตุการณ์ความโหดร้ายป่าเถื่อนของรัฐไทยที่พยายามกำจัดขบวนการต่อสู้ของนักศึกษา ชาวนา กรรมการ  ทำให้นักศึกษาหลายคนรวมถึงกรรมกรและชาวนาเก็บความเเค้นแล้วเข้าร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์ไทยเป็นจำนวนมาก ในบทความนี้ ข้าพเจ้าจะนำเสนอบทบาทของขบวนการฝ่ายขวาในยุค 6 ตุลาเพื่อให้เห็นว่าเหตุการณ์ 6 ตุลา ไม่ใช่อุบัติเหตุแต่เกิดขึ้นจากการขบวนการจัดตั้งฝ่ายรัฐซึ่งร่วมมือกับนายทุนกระทำต่อขบวนการฝ่ายซ้าย

ขวาอันตรายใน 6 ตุลา 

               ขบวนการฝ่ายขวาจัดตั้งขึ้นมาเพื่อปราบปรามผู้เห็นต่างทางการเมืองด้วยความรุนแรง โดยมีการชูคำขวัญ ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มนวพล กลุ่มกระทิงแดง และลูกเสือชาวบ้าน เรียกรวม ๆว่า “ขบวนการขวาพิฆาตซ้าย” วีรกรรมเบื้องต้นของกลุ่มพวกนี้ ได้แก่ การใช้รถเมล์พังประตูมหาวิทยาลัยเพื่อเปิดทางให้พวกทหารและตำรวจเข้าไปซึ่งคนขับมาจากกลุ่มนวพล และมีการปล้นทรัพย์สินส่วนตัวของนักศึกษา เอาศพนักศึกษาห้อยคอใต้ต้นมะขามสนามหลวงแล้วทุบตีเเละลากศพเล่นที่สนามฟุตบอลรวมไปถึงนำศพมาเผา 

               ​ทั้งหมดนี้เป็นการกระทำที่บ้าคลั่งป่าเถื่อนของกองกำลังและกลุ่มพลังจัดตั้งฝ่ายขวา กองกำลังฝ่ายขวา (หากเป็นตำรวจและทหาร คือกลไกปราบปรามมากกว่า ส่วนกระแสฝ่ายขวาน่าจะเป็นการเตรียมสร้างความชอบธรรมในการปราบ) ที่มีอาวุธสงคราม ได้แก่ ตำรวจและทหาร ในเช้าของวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เริ่มบุกมหาวิทยาลัยด้วยการยิงเครื่องยิงลูกระเบิด เอ็ม79 ต่อมามีการระดมยิงด้วยปืนกลชนิดหนักและปืนไร้เเรงสะท้อนโดยพวกตำรวจซึ่งนำโดย พล.ต.ท ชุมพล โลหะชาละ ใทำให้มีนักศึกษาเสียชีวิตและอาสาสมัครพยาบาลเพื่อมวลชนเสียชีวิตอีก 5 คน การกระทำครั้งนั้นของพวกตำรวจเเละพวกขบวนการขวาพิฆาตซ้าย รุนเเรงขนาดที่ว่า วิโรจน์ มุทิตานนท์ อดีตช่างภาพหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่อยู่ในเหตุการณ์ มองว่า“ไม่ใช่สงคราม แต่คือการเข่นฆ่าคนที่ไร้ทางสู้ นี่คือการปิดประตูตีแมว”

               ​นอกจากกลุ่มฟาสซิสต์อย่างกลุ่มกระทิงแดง นวพล  ยังมีการจัดตั้งกลุ่มพลังฝ่ายปฏิกิริยาต่างๆ อีกมาก โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการทำลายขบวนการนักศึกษา กลุ่มต่างๆ เหล่านี้มีจำนวนมาก เช่น ชมรมอาชีวะเสรี กลุ่มลูกเสือชาวบ้าน กลุ่มเพ็ชรไทย กลุ่มช้างดำ กลุ่มพิทักษ์ไทย สหพันธ์นักศึกษาครูแห่งประเทศไทย กลุ่มแนวร่วมรักชาติ กลุ่มประชาชนผู้รักชาติ กลุ่มแนวร่วมต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ ขบวนการปฏิรูปแห่งชาติ สหพันธ์ครูอาชีวะ กลุ่มกรรมกรเสรี กลุ่มค้างคาวไทย กลุ่มกล้วยไม้ไทย กลุ่มวิหคสายฟ้า กลุ่มสหภาพแรงงานเอกชน ชมรมแม่บ้าน ฯลฯ (อ้างอิง: เว็บไซต์บันทึก 6 ตุลา)

ความสัมพันธ์ของขวาอันตรายกับอำนาจรัฐ

               ​อำนาจรัฐเบื้องต้นแล้วมีกลไกทางอุดมการณ์และกลไกปราบปราม  กล่าวคือ กลไกอุดมการณ์มาในรูปแบบ “ล้างสมอง”ใช้การศึกษาหรือธรรมเนียม วัฒนธรรมเป็นเครื่องมือมากกว่าความรุนแรง เช่น โรงเรียน วัด สื่อมวลชน ส่วนที่สองคือ กลไกปราบปราม ใช้ความรุนแรงทางกายภาพเป็นหลัก เช่น ตำรวจ ทหาร กอ.รมน และ กลุ่มฝ่ายขวาพลเรือนจัดตั้ง (ในรูปแบบม็อบชนม็อบ ซึ่งเป็นบทบาทของฟาสซิสต์ คนละอย่างกับกองกำลังพิเศษติดอาวุธ) สองส่วนนี้ก่อกำเนิดมาจากรัฐที่ควบคุมโดยอำมาตย์ กองกำลัง เพราะฉะนั้น ผู้มีอำนาจรัฐจึงจัดตั้งและรักษาไว้ซึ่งกลไกเหล่านี้ เพราะมันทำหน้าที่ธำรงรักษารัฐด้วยเช่นกัน

               ๖ ตุลา เกิดขึ้นได้อย่างไร     ในหนังสือเรื่อง อาชญากรรมรัฐ ในวิกฤตการเปลี่ยนแปลง ที่จัดทำโดยคณะกรรมการรับข้อมูลและสืบพยานเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ เขียนไว้ว่าแม้ว่าการปราบปรามในวันที่ ๖ ตุลา กระทำต่อนักศึกษาเป็นหลัก แต่เป้าหมายโดยรวมคือต้องการทำลายฝ่ายซ้ายให้หมดไปจากสังคมไทย   ซึ่งปัจจุบันนี้คนส่วนใหญ่แล้วมักจะไม่จำว่า ๖ ตุลาคือการต่อสู้เพื่อสังคมนิยม เนื่องจากฝ่ายขวาพยายามลบภาพความโหดร้ายป่าเถื่อนในเช้าวันที่ ๖ ตุลาม การปราบปรามในวันที่ ๖ ตุลาคม เป็นการทำลายความฝันในการสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริงของคนหนุ่มสาว และทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากเลือกเข้าร่วมสมทบการต่อสู้ด้วยอาวุธกับพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย

               ๖ ตุลา เป็นบทเรียนแก่สำหรับผู้ที่ต้องการสร้างสังคมใหม่ ​สิ่งที่ผมจะกำลังเสนอคือ มีเพียงทางเลือกเดียวที่เป็นสัจธรรมเเห่งชัยชนะของผู้รักประชาธิปไตยคือ รวมกลุ่มจัดตั้งไปด้วยกัน โดยใช้พลังของกรรมกร ชาวนาเเละปัญญาชน ผู้รักความเป็นธรรม ดังที่เคยเกิดขึ้นในการปฏิวัติรัสเซีย 1917 เมื่อฝ่ายขวามีกลุ่มจัดตั้งเพื่อปราบเรา เราก็ต้องจัดตั้งสวนกลับเพื่อทวงความยุติธรรม ดังนี้แล้ว เชิญร่วมกลุ่มกับเรา องค์กรสังคมนิยมแรงงานเพื่อไม่ให้เลือดวีรชนเดือนตุลาสูญสิ้นความหมายไปตามกาลเวลา และเป็นสร้างขบวนการประชาธิปไตยให้เข้มแข็งขึ้น

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ