แปลและเรียบเรียงโดย คมกริต
วันพุธที่ 11 กันยายน 2567
Tomáš Tengely-Evans จากพรรคกรรมาชีพสังคมนิยมประจำสหราชฯ ได้สัมภาษณ์ Gabi Engelhardt นักต่อต้านฟาสซิสต์และนักสังคมนิยม ว่าด้วยสาเหตุที่พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (Alternative für Deutschland, AfD) กำลังได้รับความนิยม
พรรคทางเลือกเพื่อเยอรมนี (AfD) ก่อตั้งขึ้นซึ่งประกอบไปด้วยพวกฟาสซิสต์ พวกเหยียดเชื้อชาติ และกลุ่มอนุรักษ์นิยมแบบดั้งเดิม แล้วปัจจุบันพรรคนี้เป็นพรรคแบบไหน?
จริงอยู่ ในช่วงต้นปี 2013 พรรค AfD คือส่วนผสมของพวกฟาสซิสต์ อนุรักษ์นิยมขวา และเสรีนิยมใหม่
แต่ปี 2015 เป็นต้นมา พวกแกนนำต่อต้านสหภาพยุโรปส่วนใหญ่ถูกพวกขวาจัดแทนที่ ตั้งแต่นั้นมา นโยบายเหยียดเชื้อชาติของ AfD ก็ชัดเจนขึ้น
Bjorn Hocke เป็นฟาสซิสต์ซึ่งเป็นผู้นำของ AfD ในมลรัฐทือริงเงิน และเป็นผู้นำกลุ่มฟาสซิสต์ Der Flugel (ปีกยักษ์) ภายในพรรคอีกด้วย เขาได้รับชัยชนะในการประชุมพรรค AfD ในปี 2022 ที่เมืองรีซา ก่อนหน้านี้ Alice Weidel ซึ่งเป็นประธานร่วม ต้องการขับไล่ Hocke แต่ตอนนี้เธอร่วมมือกับเขาแล้ว แม้จะยังมีการโต้เถียงกันอยู่บ้างในเรื่องนโยบายของพรรค AfD เช่น เรื่องการต่อต้านสงครามในยูเครน การออกจากสหภาพยุโรป หรือเรื่องเงินบำนาญ เป็นต้น
แต่พวกเสรีนิยมใหม่ไม่สามารถเอาชนะแกนนำฟาสซิสต์ได้เลย พวกฟาสซิสต์กำลังกำหนดทั้งนโยบายและทิศทางของนโยบายเอง ความสำเร็จในการเลือกตั้งในเยอรมนีตะวันออกโดยเฉพาะในมลรัฐทือริงเงินและแซกโซนี ทำให้ฝ่ายค้านแนวทางของ Hocke ในพรรคต้องสงบปากลง แม้ว่าพรรค AfD จะยังไม่ใช่พรรคฟาสซิสต์โดยสมบูรณ์ แต่หลัก ๆ แล้ว มันก็คือพรรคฟาสซิสต์
แล้วพรรค AfD นี่ใหญ่ขนาดไหน? พวกเขาจัดตั้งกันอย่างไร?
พรรค AfD มีสมาชิกประมาณ 48,000 คน ซึ่งหลายคนเพิ่งเข้าร่วมในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา (ประมาณเดือนพฤษภาคม 2567) และคาดว่าจะมีสมาชิกถึง 50,000 คนในอีกสองสามสัปดาห์ข้างหน้า พรรค AfD ยังมีสมาชิกรัฐสภากลาง 77 คน และมีสมาชิกสภามลรัฐ 275 คนทั่วเยอรมนี โดยสมาชิกรัฐสภากลางเพียงกลุ่มเดียว ได้ว่าจ้างพวกนาซีและนักกิจกรรมอัตลักษณ์นิยมขวาจัดเป็นเจ้าหน้าที่ในรัฐสภามากกว่า 100 คน ทั้งให้การสนับสนุนด้านการเงินและการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ที่เป็นความลับ
ปัจจุบัน พรรค AfD มีตัวแทนในรัฐสภาท้องถิ่นเกือบทุกแห่ง อย่างน้อยก็ในเยอรมนีตะวันออก พรรคมีสาขาและการประชุมในพื้นที่ และในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง พรรคยังมีแผงหนังสือขายเกือบทุกวัน
ในทือริงเงินและแซกโซนี่มีสาขาของพวกขวาจัดที่สุดของพรรค AfD ซึ่งนำโดยพวกฟาสซิสต์ และยังมีสัดส่วนของพวกนาซีอยู่ในกลุ่มเป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น Arthur Oesterle เป็นผู้มีบทบาทนำในการประท้วงของกลุ่มฟาสซิสต์ในเมืองเคมนิตซ์ ปี 2018 และปัจจุบันเป็นสมาชิกรัฐสภาของพรรค AfD ในสภามลรัฐแซกโซนี่
มีการแบ่งขั้วอย่างรุนแรงในสังคมและมีการแข่งอิทธิพลระหว่างกลุ่มฟาสซิสต์และกลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์ ตัวแทนของพรรค AfD ได้พบกับกลุ่มนาซีที่แสดงตัวอย่างเปิดเผยและ Martin Sellner จากขบวนการอัตลักษณ์นิยม ได้หารือกันในประเด็นการขับไล่คนจำนวนมหาศาล เมื่อเรื่องดังกล่าวถูกเปิดเผย ผู้คนหลายแสนคนจึงออกมาเดินขบวนบนท้องถนน แต่ในเวลาเดียวกัน พรรค AfD ก็สามารถระดมคนได้มากขึ้น
พรรค AfD มีความสัมพันธ์กับกลุ่มอันธพาลฟาสซิสต์ข้างถนนหรือไม่?
พรรค AfD คือปีกรัฐสภาของกลุ่มก่อการร้ายฝ่ายขวา ที่ส่งเสริมและสร้างขวัญกำลังใจแก่พวกนาซีในการทำร้ายทุบตีตามท้องถนน
การชุมนุมของพวกเหยียดผิวและพวกฟาสซิสต์ในเคมนิตซ์ ปี 2018 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากพรรค AfD ได้เดินขบวนร่วมกับพวกนาซีอย่างเปิดเผยเป็นครั้งแรก และนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พรรคก็ได้เข้าร่วมการชุมนุมทุกสัปดาห์ในเมืองต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโควิด วิกฤตพลังงาน หรือสงครามกับยูเครน และจำนวนผู้เข้าร่วมก็มากน้อยแตกต่างกันไป แต่แก่นของการรวมตัวนี้คือการก่อตั้งขบวนการฟาสซิสต์ข้างถนน
พรรค AfD มุ่งเน้นการโจมตีผู้ลี้ภัย ชาวมุสลิม และกลุ่มเพศหลากหลาย ด้วยการกล่าวสุนทรพจน์แสดงแนวคิดเหยียดผิวและเหยียดคนรักเพศเดียวกันในรัฐสภา
ในเมืองเบาท์เซิน ซึ่งเป็นเมือง ๆ หนึ่งในรัฐแซกโซนี่ พวกนาซีประมาณ 700 คนต้องการบุกทำร้ายการเดินขบวนเฉลิมฉลอง LGBT+ Christopher Street Day ที่มีผู้เข้าร่วม 1,000 คน ซึ่งผู้จัดงานต้องยกเลิกงานปาร์ตี้หลังการแสดงเนื่องจากภัยคุกคามจากพวกนาซี และในเมืองไลพ์ซิก พวกนาซีก็พยายามโจมตีอีกครั้ง แต่ถูกกลุ่มต่อต้านฟาสซิสต์หยุดยั้งไว้ได้
ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ เราพบการบุกทำร้ายผู้ลี้ภัยจำนวนมากแล้ว โดยเกิดขึ้น 41 รายในแซกโซนีและ 35 รายในทือริงเงิน ยังมีหมู่บ้านเล็กๆ และเมืองเล็กๆ ที่พรรค AfD ได้คะแนนเสียง 40 ถึง 50 เปอร์เซ็นต์ในการเลือกตั้งระดับภูมิภาค และในพื้นที่เหล่านี้ มีขบวนการที่โตขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในหมู่คนหนุ่มสาว ที่รวมกลุ่มขึ้นเป็นพวกนาซีและไล่ทำร้ายคนผิวสี ชาวมุสลิม ชาวเควียร์ หรือกลุ่มฝ่ายซ้าย
หลังจากผู้ลี้ภัยรายหนึ่งสังหารผู้คนไป 3 รายในโซลิงเงน พรรค AfD ก็รู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้นและสุมไฟการคุกคามผู้ลี้ภัยมากขึ้นด้วย ซึ่งเราคาดว่าจะมีการโจมตีเพิ่มขึ้นอีกหลังจากการเลือกตั้งระดับภูมิภาคในบรันเดินบวร์กในช่วงปลายเดือนกันยายน
รัฐบาลผสมที่ประกอบไปด้วย แนวพรรคแรงงานอย่างพรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยแห่งเยอรมนี พรรคกรีน และแนวเสรีนิยมอย่างพรรคเสรีประชาธิปไตย มีบทบบาทอย่างไร?
รัฐบาลผสมไม่ได้บรรเทาความเดือดร้อนทางสังคมเลย ไม่กล้าเพิ่มภาษีกับคนรวย แต่กลับเตรียมตัดงบประมาณสวัสดิการแทน ทำให้รัฐบาลผสมต้องเจอกับกระแสความไม่พอใจสูง
ในขณะเดียวกัน หลังจากที่รัสเซียบุกยูเครน รัฐบาลผสมได้ผลักดันร่างงบประมาณเพิ่มยุทโธปกรณ์มูลค่า 84,000 ล้านปอนด์ นอกเหนือจากงบประมาณด้านทหารประจำปี
หลังจากเหตุการณ์แทงที่โซลิงเงน พรรคการเมืองทั้งหมดต่างต้องการเพิ่มความเข้มงวดในการขอลี้ภัย ยกเว้นปีกซ้ายอย่างพรรค Die Linke ซึ่งพวกเขาหวังจะได้คะแนนเสียงจาก AfD บ้าง ด้วยการชูแนวเหยียดเชื้อชาติ แต่คนเลือกของแท้ ไม่ใช่ของเก๊
ส่วนการต่อต้านบนท้องถนนก็ยังไม่เกิดขึ้นจริง เพราะบรรดาผู้นำสหภาพแรงงานไม่ต้องการโจมตีรัฐบาลที่นำโดย พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยฯ “ของพวกเขาเอง” พวกเขาไม่ได้ต่อต้านสงครามและปัญหาสังคมที่มาพร้อมกับภาวะเงินเฟ้อเลย
ในขณะเดียวกัน จำนวนสมาชิกสหภาพแรงงาน 25 เปอร์เซ็นต์ได้ลงคะแนนเสียงให้กับ AfD ด้วย! และสหภาพแรงงานบางแห่งยังไม่ออกมาแก้ปัญหาใด ๆ โดยอ้างว่า “เราเป็นสหภาพแรงงานสำหรับสมาชิกทุกคน” ส่วนสหภาพแรงงานอื่น ๆ พยายามแก้ไขปัญหานี้โดยพิจารณาปัญหาทางสังคมและเศรษฐกิจ แต่ไม่พิจารณาปัญหาการเหยียดเชื้อชาติและลัทธิฟาสซิสต์อย่างตรงไปตรงมา การสนับสนุนนักสหภาพที่เต็มใจเผชิญหน้ากับพรรค AfD และพวกนาซีในที่ทำงานจึงถือเป็นภารกิจใหญ่
เหตุใดพรรค AfD จึงเติบโตขึ้น โดยเฉพาะในเยอรมนีตะวันออก?
การเติบโตของพรรค AfD ในเยอรมนีตะวันออกมีรากฐานมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังการล่มสลายของกำแพงเบอร์ลินในปี 1989
หลังจากระบอบสตาลินในเยอรมนีตะวันออกล่มสลาย และการรวมประเทศเยอรมนีในปี 1990 ทำให้เรามีความหวังมากมายว่าจะเกิดพื้นที่ทางการเมืองที่เบ่งบานแต่มันกลับไม่เกิดขึ้นจริง
สิ่งที่เราเจอคือการเลิกจ้างแรงงานภาคอุตสาหกรรมและการว่างงานมหาศาลประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ และในช่วงต้นทศวรรษ 1990 มีการเดินขบวนประท้วงการเลิกจ้างแรงงานและประกันสังคม แต่รัฐบาลใช้การเหยียดเชื้อชาติเพื่อลดทอนการประท้วงดังกล่าว รัฐบาลอนุรักษ์นิยมของพรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน กล่าวว่า “เรือเต็มแล้ว ดังนั้นเราจึงรับผู้ลี้ภัยจากประเทศในยุโรปตะวันออกไม่ได้อีก”
และเนื่องจากในเยอรมนีตะวันออกเก่าภายใต้ระบอบสตาลิน มีการปฏิบัติต่อคนงานตามสัญญาจากเวียดนาม โมซัมบิก หรือคิวบา ด้วยความเลวร้าย พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ถูกไล่ออกจากโรงงาน และเมื่อไม่มีงานทำ พวกเขาจึงไม่มีที่อยู่อาศัยหรือประกันสังคม และรัฐบาลพยายามทำให้พวกเขาต้องมารับผิดชอบต่อวิกฤตเศรษฐกิจและการขาดแคลนต่าง ๆ นานา จึงประจวบเหมาะกับการเบี่ยงเบงความโกรธไปที่ผู้อพยพ และการเหยียดเชื้อชาตินี้เกิดขึ้นบนพื้นที่สุกงอมอยู่แล้ว
ในช่วงทศวรรษ 1990 เราเรียกว่า “ยุคไม้เบสบอล” มีการทำร้ายผู้อพยพด้วยความโหดร้าย พวกนาซีเริ่มได้เปรียบมากขึ้น และเราต้องจัดการประท้วงต่อต้านพวกเขา
ในช่วงทศวรรษ 2000 พรรค SPD ได้เสนอแผน Agenda 2010 ซึ่งเป็นแผนปฏิรูปแบบเสรีนิยมใหม่เพื่อกดค่าจ้างและลดสวัสดิการ
แผนนี้มาพร้อมกับอัตราการว่างงาน 20 เปอร์เซ็นต์และส่งผลกระทบร้ายแรง เมื่อคนงานถูกเลิกจ้าง พวกเขาต้องใช้เงินออมทั้งหมดก่อนที่จะสามารถขอรับสวัสดิการได้ หลายคนถึงกับต้องสูญเสียแฟลตหรือต้องขายรถ ในขณะที่คนรวยยิ่งร่ำรวยขึ้น การใช้จ่ายเพื่อโครงสร้างพื้นฐานก็ถูกตัดอย่างน่าใจหาย ในพื้นที่ชนบทไม่มีรถบัส ไม่มีโรงพยาบาล ไม่มีร้านค้า ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานใด ๆ เลย เป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก ทางตะวันออกแย่กว่า แต่ทางตะวันตกก็แย่เหมือนกัน
ทำไมฝ่ายซ้ายถึงไม่ชนะบ้าง?
มีการประท้วงต่อต้านการปฏิรูปครั้งใหญ่ โดยเฉพาะในอดีตเยอรมนีตะวันออก ในช่วงต้นทศวรรษ 2000 และฝ่ายซ้ายยังมีอิทธิพล พรรคฝ่ายซ้ายอย่าง Die Linke ก่อตั้งขึ้นจากการเคลื่อนไหวนี้ในปี 2007 และได้รับชัยชนะในช่วงแรก โดยได้คะแนนเสียงเกือบ 12 เปอร์เซ็นต์ในการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2009
แต่บางคนใน Die Linke มีภาพลวงตาว่าเราสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ โดยในเบอร์ลิน Die Linke ก็เป็นรัฐบาลร่วมกับ SPD อยู่แล้ว และ Die Linke ในที่อื่น ๆ เริ่มทำตัวเหมือนรัฐบาลที่รอการจัดตั้งเหมือนรัฐบาลเยอรมันทั่วไปและทำให้คนเลือกต้องผิดหวัง
ในช่วงโควิด Die Linke ไม่ได้ต่อสู้เพื่อป้องกันคนทำงานและช่วยชีวิตผู้คนจริง ๆ หลายคนเริ่มคิดว่า Die Linke ไม่ได้อยู่ข้างพวกเขาอีกต่อไปแล้ว พรรคก็ไม่ได้มีจุดยืนที่ชัดเจนเกี่ยวกับสงครามยูเครน จึงทำให้ AfD สามารถเข้ามาเติมเต็มช่องว่างและแสร้งทำเป็นพรรคเดียวที่ต่อต้านสงครามและเป็นฝ่ายต่อต้านนโยบายของรัฐบาลอย่างแท้จริงได้
เราจะหยุดพวกฟาสซิสต์ได้อย่างไร
บางคนโต้แย้งว่าเนื่องจากพรรค AfD ได้รับการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย คุณจึงต้องให้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตยแก่พวกเขา พวกเขาคิดว่าเมื่อพรรค AfD ขึ้นสู่ตำแหน่งในรัฐสภา พวกเขาจะแสดงให้เห็นว่าพวกเขา (AfD) นั้นไร้ประโยชน์ หรือพวกเขาจะกลายเป็นนักการเมืองที่น่าเคารพ
มุมมองเช่นนี้เป็นเรื่องร้ายแรงและเป็นความผิดพลาดซ้ำสองที่เกิดขึ้นในช่วงทศวรรษ 1930 และการก้าวขึ้นมาของพรรคนาซี และกระบวนการประชาธิปไตยไม่ได้ทำให้พวกฟาสซิสต์มีความเป็นประชาธิปไตย
เราต้องไม่กลายให้พรรค AfD กลายเป็นสิ่งปกติ เราต้องฉีกหน้ากากของพวกเขาออกเพื่อเปิดเผยใบหน้าฟาสซิสต์ของพวกเขา และในการต่อสู้ครั้งนี้ เราไม่สามารถพึ่งพารัฐได้ เราต้องสร้างขบวนการมวลชนต่อต้านพวกฟาสซิสต์ ต้องเผชิญหน้าและหยุดยั้งพวกเขาบนท้องถนน
พวกต่อต้านฟาสซิสต์ได้ออกมาบนท้องถนนและประสบความสำเร็จอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่น ในเมืองเยนา ผู้คน 2,000 คนขัดขวางการประชุมของพรรค AfD และห้ามไม่ให้ Hocke ปราศรัย ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก
เราได้จัดงานร่วมกับ Aufstehen Gegen Rassismus (Stand Up To Racism) และระดมกำลังต่อต้าน AfD เกิดการชุมนุมครั้งใหญ่และปิดกั้นการประชุม AfD ในเมืองเอสเซนเมื่อเดือนมิถุนายน (2024) และเราต้องการปิดกั้นการประชุมครั้งต่อไปในฤดูใบไม้ผลิ และยังมีกลุ่มต่าง ๆ มากมายที่ทำงานร่วมกันอยู่แล้ว และฉันคิดว่าผู้คนตระหนักแล้วว่าเราจำเป็นต้องลงมือทำอะไรบางอย่าง
แปลและเรียบเรียงจาก
หนังสือพิมพ์พรรคกรรมาชีพสังคมนิยม. (กันยายน 2567). ‘We must not normalise the AfD’—interview with German anti-fascist.


