โดย คมกริต
หากเราติดตามกระแสโลกออนไลน์ใน 3-4 ปีมานี้ ทั้ง Alpha male และ Sigma เคยเป็นกระแสที่ได้รับความสนใจอย่างจริงจังในหมู่กรรมาชีพชาย เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น พวกเขากำลังแสวงหาตัวตนแบบใดกัน และมีประโยชน์อะไร มาดูนิยามของ Alpha กับ Sigma และเจตจำนงภายในกัน
Alpha male คือ นิยามของชายที่เป็นผู้นำ เป็นคนที่ใช้อำนาจสั่งการผู้อื่น ชายอื่นอยากเป็นแบบเขา และสาว ๆ อยากอยู่กับเขา มีอำนาจบงการผู้อื่น พูดในสิ่งที่เขาต้องการ และทำในสิ่งที่เขาต้องการในทุกสถานการณ์ ส่วน Sigma คือนิยามของผู้ที่ประสบความสำเร็จ ร่ำรวย ไม่อยู่ในกรอบสังคม รอบรู้ และโดดเดี่ยวเดียวดาย
Alpha male อ้างอิงถึงงานวิจัยพฤติกรรมของฝูงหมาป่าโดยนักชีววิทยาสัตว์นามว่า David Melch ในช่วงกลางทศวรรษที่ 20 แสดงให้เห็นถึงลำดับชั้นในฝูงที่มีจ่าฝูงเพศผู้ หรือ Alpha คุมสมาชิกในฝูง แต่ในงานวิจัย ที่ทำการสำรวจใหม่โดยผู้วิจัยคนเดียวกัน พบว่าฝูงหมาป่าตามธรรมชาตินั้นแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง หมาป่าเหล่านี้จะอยู่รวมกันแบบครอบครัว ประกอบไปด้วยคู่ผสมพันธุ์และลูกหลานที่ต้องช่วยดูแลสมาชิกในฝูง และยังมีปัจจัยอีกมากมายที่ส่งผลถึงความสัมพันธ์ภายในฝูงด้วย
ในเมื่อนิยาม Alpha ถูกพิสูจน์ไปแล้วว่าไม่ใช่ธรรมชาติตายตัว แต่การวางกรอบเพศชายยังอยู่ Sigma ผู้มีความคิดอิสระและไม่สนลำดับชั้นทางสังคม จึงถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นทั้งทางเลือกในการกู้ “ความเป็นชาย” และแนวทางการหาเงินจากกลุ่มชาย
ความเป็นจริงแล้ว มันสะท้อนถึงเรื่องเดิม ๆ ไม่ต่างจาก Alpha มากนัก ยังคงดูหมิ่นคนทั่วไป และมองผู้หญิงเป็นทรัพย์สินของชาย เพียงแต่รีแบรนด์ใหม่ด้วยท่าทีวิจารณ์เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองว่าล้วนเป็นเรื่องหลอกลวงที่สร้างกับดักขัดขวางความสำเร็จ ฉะนั้น หัวหอกชาว Sigma อย่าง Andrew Tate เคยให้คำตอบปัญหาสังคมว่าเกิดจากการที่สตรีมีเสรีภาพมากเกินไป ชาว Sigma จึงต้องหันมาพัฒนาตนเองและหาทางสะสมความมั่งคั่งทุกวิถีทาง
รูปธรรมที่ Tate เสนออีกอย่างคือการสมัครคอร์สพัฒนาตัวเองของพรรคพวกเขาเอง โดยเสียค่าคอร์สเดือนละ 49.99$ (หรือราว 2,000 บาท) และสิ่งที่สมาชิกต้องทำคือการชักชวนคนอื่น ๆ ลงสมัครแล้วจะได้ส่วนแบ่ง 50% จากค่าสมัคร นอกจากนั้นมีการอบรมสกุลเงินคริปโตและธุรกิจ Amazon Dropshipping Tate ก็แสดงออกแนวทางการสะสมความร่ำรวยด้วยทุกวิถีทาง ด้วยการโดนจับในคดีค้ามนุษย์
แต่ทั้ง Alpha และ Sigma ไม่ใช่ทางออกใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นการแสดงความไม่พอใจต่อกรอบเพศด้วยการคงไว้ซึ่งกรอบเพศจารีต และยังปกปิดสาเหตุแท้ของความเปราะบางในระบบทุนนิยม สร้างความแปลกแยกจากความสัมพันธ์มนุษย์แทนการสาวถึงต้นตอ มันคือสองด้านของเหรียญเดียวกัน
กรอบเพศชาย-หญิงถูกทำให้เป็นเหมือนธรรมชาติและเป็นกฎเหล็กภายใต้ระบบทุนนิยม เนื่องจากชนชั้นนายทุนต้องการแรงงานรุ่นใหม่ในราคาถูก การมีครอบครัวจารีต กรอบเพศ การหมิ่นความเป็นชาย “ไม่แท้” จนถึงการควบคุมร่างกายสตรี จึงเป็นเครื่องประกันว่าพวกเขาจะไม่ต้องเสียภาษีเลี้ยงดูแรงงานรุ่นใหม่มากนัก โดยโยนให้เป็นภาระของครอบครัวปัจเจก เราจะเห็นได้จากการที่รัฐบาลปัจจุบันพยายามโฆษณาให้คนมีลูก “เพื่อชาติ” บวกกับสร้างม่านปกปิดการขูดรีด ด้วยการทำให้วัยรุ่นหรือกรรมาขีพชายมัวแต่เคร่งกับการเป็นชายแท้ทั้งแท่งและให้เพศอื่น ๆ เป็นแพะรับบาป ในขณะที่เพศหลากหลายเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ทุกยุคสมัย
หากเราจะมีทางเลือกในการแสวงหาตัวตนและความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์อย่างเป็นธรรมชาติ ระบบทุนนิยมจะต้องถูกโค่นล้ม แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะต้องนั่งรอการปฏิวัติปะทุขึ้น เพราะระบบทุนนิยมทำให้เราแตกแยกและโทษกันเองอยู่ทุกวันด้วยความคิดคับแคบ ฉะนั้น การต่อสู้เริ่มได้ตั้งแต่ตอนนี้และจำเป็นต้องเริ่มตั้งแต่วันแรก การร่วมต่อสู้เท่านั้นที่เราจะสละทากดูดเลือดในหัวทิ้ง กรรมาชีพชายจะไม่ได้เป็นแค่สิ่งมีชีวิตเหงาหงอยอีกต่อไป


