ทำไมต้องต้านแนวคิด “ชาตินิยม”

 โดย วัฒนะ วรรณ

​“ชาตินิยมไม่ใช่เรื่องผิด และเผลอๆ อาจจะเป็นเรื่องที่รับได้ แต่ชาตินิยมที่ล้นเกินจนทำให้เกิดการทำลายล้างกันทางการเมือง และการสูญเสียโอกาสความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศประชาคมอาเซียน เป็นปัญหาที่ต้องระวัง” (พิธา ลิ้มเจริญรัตน์, ๒๕๖๗)

เลนินสรุปบทวิเคราะห์ประวัติศาสตร์ของเองเกิลส์ว่า:

​“เพราะฉนั้น รัฐจึงมิใช่อำนาจที่ครอบจากภายนอก มิใช่ ‘สภาพเป็นจริงของความคิดจริยธรรม’ มิใช่ ‘ภาพและสภาพเป็นจริงของเหตุผล’ ดังที่เฮเกิลยึดถือ ตรงข้ามรัฐคือผลผลิตของสังคม ณ ขั้นใดขั้นหนึ่งแห่งพัฒนาการ (การดำรงอยู่ของรัฐ) เป็นการยอมรับว่าสังคมนี้เวียนว่ายอยู่ในความขัดแย้งกับตนเองอย่างไม่อาจแก้ได้, ว่าสังคมนี้ได้แตกแยกออกเป็นปฏิปักษ์อันไม่อาจออมชอมกันได้, ซึ่งสังคมไร้อำนาจที่จะขจัดปัดเป่า

​แต่เพื่อว่าความเป็นปฏิปักษ์เหล่านี้ และชนชั้นทั้งหลายที่มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจขัดกัน จะไม่เผาผลาญตัวเองและสังคมในการต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์ จึงจำเป็นต้องมีอำนาจหนึ่งสถิตอยู่เหนือสังคม เพื่อทำหน้าที่บรรเทาความขัดแย้ง, ทำหน้าที่จำกัดความขัดแย้งให้อยู่ภายในวงของ ‘ระเบียบ’ และอำนาจนี้เอง ซึ่งถือกำเนิดออกมาจากสังคม แต่วางตัวอยู่เหนือสังคม และทำตัวเองให้ห่างเหินแปลกหน้าจากสังคมทุกขณะ คือรัฐ” (เลนิน, 1917)

​ทุกๆ ครั้งเมื่อรัฐ “ทุนนิยม” มีวิกฤติไม่ว่าจะเป็นการเมืองหรือเศรษฐกิจ พวกชนชั้นนำและบริวารฝ่ายขวา ก็จะออกมาเบี่ยงเบนประเด็นจากปัญหาความขัดแย้งทาง “ชนชั้น” ด้วยแนวคิด “ชาตินิยม” เสมอๆ โดยมักจะสร้างศัตรูทางเชื้อชาติที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะศัตรูจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงการสร้างประวัติศาสตร์ “รัฐชาติ” ปลอมๆ ในอดีตที่ไม่เคยมีรัฐชาติ ให้คนธรรมดาเกลียดชังกันเอง หรือการสร้างนิยายเท็จ กล่าวโทษความยากจนของกรรมาชีพ มาจากแรงงานต่างชาติแย่งงาน แต่เวลาเราพูดแบบนี้ เราต้องไม่ลืมว่าพวกชนชั้นปกครองฝ่ายขวาจากเพื่อนบ้านก็จะใช้การเมือง “ชาตินิยม” ปลุกระดมให้คนธรรมดาเกลียดชังกันเช่นกัน มันเป็นวิธีเดียวกัน เพื่อเบี่ยงเบนประเด็นความยากลำบากของกรรมาชีพ ที่เกิดจากความขัดแย้งทางชนชั้น ไปสู่ประเด็นอื่น เพื่อปกป้องโครงสร้างสังคมที่ชนชั้นตนเองครองประโยชน์อยู่เอาไว้

​“รัฐชาติ” เป็นโครงสร้างทางสังคมในยุคปัจจุบัน ในไทยเกิดขึ้นในยุครัชกาลที่ ๕ เป็นการเกิดขึ้นพร้อมๆ กับการสถาปนาระบบทุนนิยมไทยหลังสนธิสัญญาเบาว์ริ่งในช่วงปลายรัฐกาลที่ ๔

​เดิมก่อนเกิดระบบทุนนิยมก่อนที่จะมีรัฐชาติบนโลก ผู้คนในสังคมไม่มีความคิดในกรอบรัฐชาติเลย มีแต่ชุมชนหรือเมืองที่ตนเองเกิดมากกว่า นอกจากนั้น เมืองที่มีการค้าขาย มักจะมีลักษณะเป็นสากล มีหลายชนชาติ หลายภาษา อยู่รวมกัน เช่นเมืองแบบอยุธยา ซึ่งคนอยุธยาก็ไม่ได้เรียกตนเองว่าเป็นคนไทย

​ความเป็นไทยจึงถูกสร้างมาภายหลังประวัติศาสตร์ “ชาติไทย” ที่สร้างมาภายหลังเท้าความไปถึงยุคสุโขทัย จึงมีเป้าหมายเพื่อทำให้รัฐชาติที่เห็นในปัจจุบันเป็นสิ่งเก่าแก่ เป็นธรรมชาติ “ห้ามเปลี่ยนแปลง” เพื่อที่จะรักษาอำนาจของผู้ปกครองปัจจุบันไว้เท่านั้น มันเป็นเครื่องมือในการบรรเทาความขัดแย้งทางชนชั้นในรัฐแบบทุนนิยมตามที่เองเกลเคยกล่าวไว้

​“รัฐชาติ” และแนวคิด “ชาตินิยม” มันมีความสำคัญต่อชนชั้นปกครองในการเป็นเครื่องมือกล่อมเกลาทางความคิดของกรรมาชีพ ให้ยอมจำนนต่อโครงสร้างทางชนชั้นที่ดำรงอยู่ปัจจุบัน คือต้องมีชนชั้นผู้ปกครอง มีกลุ่มชนชั้นนำที่มีอภิสิทธิ์ชน และมีกรรมาชีพคอยทำงานให้

​การกล่อมเกลาดังกล่าวกระทำผ่านสถาบันทางสังคมในระดับชั้นต่างๆ เริ่มตั้งแต่ครอบครัว โรงเรียน วัด ผ่านสัญลักษณ์หลายรูปแบบ เช่น ธงชาติ ที่ประกอบด้วยธงสามสีเป็นสัญลักษณ์ของ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งไม่มี “ประชาชน” อยู่ในความหมายนี้ ทั้งๆ ที่ประชาชนเป็นผู้สร้างสังคมที่แท้จริงแต่แรก

​แล้ว “ประชาชนอยู่ไหน?” เป็นเพียงไพร่หรือทาส แรงงานราคาถูกเท่านั้นหรือ เมื่อพูดถึงศาสนา หมายถึง “ศาสนาอะไร?” เพราะในสังคมไทยไม่ได้มีแต่พุทธ ยังมีอิสลาม คริสต์ ฮินดู ผีสางนางไม้ มีคนที่ไม่นับถือศาสนา

​ถึงแม้ว่าในอดีตยุคอาณานิคม จักรวรรดินิยม แนวชาตินิยมอาจจะถูกใช้เพื่อปลดแอกประชาชนบ้างระดับหนึ่ง แต่มันไม่เคยพอ เพราะหลังยุคอาณานิคมหลายประเทศยังมีปัญหาเผด็จการ เช่น พม่า ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ถึงแม้ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย หรือมาเลเซียจะมีประชาธิปไตยบ้าง แต่ก็ยังมีความเหลื่อมล้ำอยู่มาก แนวชาตินิยมจึงไม่สามารถปลกแอกประชาชนได้จริงๆ

​ดังนั้น จุดยืนของเราในเรื่องชาตินิยม เราควรเรียนรู้จากการต่อสู้ของขบวนการแรงงานในอดีต ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองราวปี 1930 (๒๔๗๓) ขบวนการแรงงานได้เขียนข้อความในโปสเตอร์ต่อต้านแนวชาตินิยมว่า “เราไม่รักบ้านเกิดของเราหรอก เพราะเราเกิดมาในสลัม” หรือ “เราจะปกป้องความแร้นแค้นของเราทำไมเราต้องทำลายมันลงไปต่างหาก”  

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ