โดย เครือข่ายสังคมนิยมสากล (The International Socialist Tendency)
แปลและเรียบเรียงโดย คมกริต และ ศุภวัฒน์ ตังอนุสรณ์สุข
พวกเราขอแสดงความนับถือแก่ผู้ที่ก้าวออกมาบนท้องถนนที่เกาหลีใต้ในคืนที่ผ่านมา ที่ขัดขืนความพยายามประกาศใช้กฎอัยการศึกของประธานาธิบดี ยุน ซอกยอล (Yoon Suk Yeol) และบีบให้เขาต้องถอนคำประกาศออกในหกชั่วโมงต่อมา
ความล้มเหลวไร้ศักยภาพของยุนซอกยอลและพวกพ้องในการก่อการรัฐประหารครั้งนี้ ไม่ใช่เหตุผลที่จะอยู่นิ่งนอนใจ นี่เป็นความพยายามจะปิดปากเสียงของฝ่ายค้านส่วนใหญ่ในรัฐสภา และปราบปรามกิจกรรมทางการเมืองทั้งหมดให้สิ้นอย่างเอาจริงเอาจัง การกระทำนี้มุ่งเป้าที่จะขัดขวางขบวนการแรงงานโดยเฉพาะ จากที่เห็นในหนึ่งในมาตราของคำประกาศกฎอัยการศึก ที่ระบุไว้ว่าห้ามไม่ให้มีประท้วง และนัดหยุดงาน ทั้งยังสั่งให้บุคลากรทางการแพทย์ที่นัดหยุดงานอยู่ให้กลับมาทำงาน หากปล่อยให้รัฐบาลยุนได้มีโอกาศพักหายใจ ยุนและผู้สนับสนุนฝ่ายขวาของเขาอาจเรียนรู้จากข้อผิดพลาดและพยายามก่อการอีกหนเป็นแน่
นับตั้งแต่สงครามกลางเมืองภายหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง สังคมเกาหลีมีความแตกแยกอย่างฝังรากลึกเรื่อยมา ปรากฎออกมาให้เห็นผ่านการแบ่งเขตแดนออกเป็นสองส่วน คือเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ ฝ่ายขวาของเกาหลีใต้ที่ยังคงมองหวนกลับไปมองถึงการปกครองแบบเผด็จการทหารในปี 1961-1987 กฎอัยการศึกได้ถูกบังคับใช้ครั้งสุดท้าย โดยนายพลชุน ดูฮวาน (Chun Doo-hwan) ในช่วงที่เขายึดอำนาจมาได้ในปี 1979 เกิดการปราบปรามการลุกฮือขึ้นที่กวางจูอย่างโหดเหี้ยม พนักงานรถไฟจึงจำเป็นต้องนัดหยุดงานครั้งใหญ่เพื่อต้องการที่จะบีบบังคับให้ประธานาธิบดีฝ่ายขวาผู้คดโกง – ซึ่งคือ ปาร์ก กึน เฮ (Park Geun-hye), ลูกสาวของผู้นำเผด็จการทหารคนแรก ปาร์ค จุงฮี (Park Chung-hee.) – ออกจากตำแหน่ง
แม้ว่าภายหลังจากการลุกฮือขึ้นของคนงานและนักศึกษาจะทำให้การปกครองของกองทัพสิ้นสุดลงในปี 1987 แต่ถึงกระนั้น ภัยคุกคามจากเกาหลีเหนือยังถูกใช้เป็นข้ออ้างเพื่อสร้างความชอบธรรม ในการจำกัดเสรีภาพพลเมืองในวงกว้าง ภายใต้กฎหมายความมั่นคงแห่งชาติ ในสุนทรพจน์ของยุนซอกยอลเมื่อคืนที่ผ่านมา ยุนเอ่ยถึงเกาหลีเหนือโดยประณามว่า ‘ภัยคุกคามจากกองกำลังคอมมิวนิสต์เกาหลีเหนือและ…กองกำลังสนับสนุนเกาหลีเหนือและต่อต้านรัฐที่ไร้ยางอาย’ ยุนนั้นเป็นพันธมิตรอันแสนภักดีของสหรัฐอเมริกามาตลอด เขายกระดับความอันตรายในการเผชิญหน้ากับเกาหลีเหนือ สนับสนุนการปิดล้อมจีน และการส่งความช่วยเหลือไปยังยูเครน
ความพยายามก่อการรัฐประหารนี้มีความสำคัญในระดับโลก ประธานาธิบดีเสรีนิยมใหม่อีกคนหนึ่ง – เอ็มมานูเอล มาครง (Emmanuel Macron) ในฝรั่งเศส และ ฮาเวียร์ ไมลีย์ (Javier Milei) ในอาเจนติน่า – นั้นกระเสือกกระสนที่จะนำเอานโยบายของตนเองมาใช้ แม้จะไม่ได้เสียงข้างมากในรัฐสภาก็ตาม หากยุนนั้นก่อการสำเร็จ ก็คงจะเป็นแบบอย่างชวนให้เย้ายวนใจแก่ชนชั้นปกครองอยู่ไม่น้อย เมื่อถึงเวลาที่โดนัลด์ ทรัมป์กลับสู่ทำเนียบขาวในเดือนมกราคมนี้ พรรครีพับลิกันจะควบคุมทุกๆ แผนกสาขาในรัฐบาลสหรัฐ แต่หากว่าสิ่งต่างๆ ไม่เป็นไปตามที่เขาหวัง ทรัมป์อาจจะเกิดความคิดให้โผงผางเลือกใช้แนวทางที่ขัดต่อประชาธิปไตย อย่างการบุกโจมตีอาคารรัฐสภาสหรัฐเมื่อวันที่ 6 มกราคม 2021 ที่ทรัมป์มีส่วนสนับสนุน ซึ่งท้ายที่สุดนำมาซึ่งความล้มเหลว เมื่อ หน่วยงานความมั่นคงแห่งชาติเข้ามาแทรกแซงเพื่อหยุดยั้งเหตุการณ์ดังกล่าว แต่เรานั้น คงไม่อาจหวังที่จะพึ่งพาความโชคดีได้อีกต่อไปแล้ว
ความล้มเหลวไร้ศักยภาพของยุนซอกยอลนั้น ทำให้ฝ่ายซ้ายบางกลุ่มออกมากล่าวว่า การรัฐประหารมันล้าสมัยไปแล้ว แต่นี่เป็นคำกล่าวที่เหลวไหลสิ้นดี หนึ่งในการลุกฮือของมวลชนที่สำคัญที่สุดในศตวรรษที่ 21 ซึ่งคือ การปฏิวัติอียิปต์เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2011 นั้นถูกปราบปรามและจบลงด้วยการรัฐประหารนองเลือด โดยจอมพลอับเดล ฟัตตาห์ อัลซิซี (Abdel Fattah El-Sisi) ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2013 นอกจากนั้นยังคงมีการรัฐประหารที่ล้มเหลวหลายต่อหลายครั้ง ในลาตินอเมริกา ที่ระบอบทหารผู้ฆ่าฟันประชาชนอย่างเหี้ยมโหด ยังคงฝังลึกคลุมครอบอยู่ในความทรงจำของผู้คน
คำประกาศกฎอัยการศึกในเกาหลีใต้นั้น เป็นอีกข้อบ่งชี้ถึงความไร้เสถียรภาพของการเมืองกระแสหลักของพวกชนชั้นกระฎุมพี ที่มีมานับตั้งแต่วิกฤตทางการเงินครั้งใหญ่ของโลก การประกาศกฎอัยการศึกครั้งนี้จำเป็นต้องถูกกำจัดบดขยี้ไปให้สิ้นซาก รวมถึงยุนกับพรรคพวกจะต้องถูกขับไล่ออกจากตำแหน่งและจำคุกโดยเร็วที่สุด การหยุดงานทั่วไปที่ยังดำเนินอยู่ของสมาพันธ์สหภาพแรงงานเกาหลี (Korean Confederation of Trade Unions) จำเป็นที่จะต้องดำเนินต่อไป จนกว่ารัฐบาลของยุนจะถูกขับและถูกโค่นล้มจนหมดสภาพ และหากยุนยังคงที่จะขัดขืนอยู่ต่อไป เช่นนั้น พวกเราจะร่วมกันก่อร่างสร้างขบวนการประท้วงทั่วโลก เพื่อแสดงความสมานฉันท์ ถึงการต่อสู้เพื่อปกป้องประชาธิปไตยในเกาหลีใต้
เครือข่ายประสานงานประจำสังคมนิยมสากล
4 ธันวาคม 2024
บทความชิ้นนี้แปลมาจาก IS TENDENCY STATEMENT ON THE ATTEMPTED COUP IN SOUTH KOREA https://ws.or.kr/article/33710

