โดย กองบรรณาธิการ
เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ประตูบรันเดินบวร์ค กรุงเบอร์ลิน ประชาชนชาวเยอรมันประมาณ 160,000 คน ลงถนนประท้วงกฎหมายต่อต้านผู้อพยพ
ก่อนเกิดการประท้วงใหญ่ พรรคสหภาพประชาธิปไตยคริสเตียน (CDU), พรรคเสรีประชาธิปไตย (FDP) และ พันธมิตรซาห์รา วาเกนเน็คท์ (BSW) ร่วมกับพรรคฟาสซิสต์ ‘ทางเลือกเพื่อเยอรมนี’ (AfD) ลงมติกฎหมายจำกัดคนเข้าเมือง ทำให้เกิดเสียงคัดค้านของประชาชนและการประท้วงเกิดขึ้นโดยมิได้นัดหมายในวันพุธและพฤหัสบดี (29 และ 30 มกราคม)
นายฟรีดริช เมิร์ซ ผู้นำพรรค CDU ได้ประกาศ ณ วันที่ 31 มกราคม ว่าจะสามารถผ่านกฎหมายต่อต้านผู้อพยพ หากเขาชนะการเลือกตั้งในเดือนกุมภาพันธ์ และยังเสนออีกว่าพรรค CDU พร้อมที่จะทำงานร่วมกับพรรค AfD ในรัฐสภา เป็นสัญญาณว่าพรรค CDU จะร่วมกับ AfD ตั้งรัฐบาลในสมัยหน้า แต่ความพยายามผ่านกฎหมายครั้งนี้ก็ล้มเหลว ด้วยแรงกดดันจากการชุมนุมตามเมืองต่าง ๆ ส่งผลให้สมาชิกหลายคนของพรรค CDU และพรรคเสรีประชาธิปไตย (FDP) กล้าลงคะแนนเสียงคัดค้าน
อลิซ ไวเดล หัวหน้าพรรค AfD กล่าวแสดงความยินดีว่า “กำแพงไฟได้ล้มลงแล้ว!” และ “กำแพงไฟ” ที่ว่านี้คือข้อตกลงปากเปล่าระหว่างพรรคการเมืองกระแสหลักต่าง ๆ ว่าจะไม่ร่วมมือกับ AfD ทั้งในระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ และผลักพวกฟาสซิสต์ออกไปจากการเมืองกระแสหลัก แต่เนื่องจากพรรคการเมืองกระแสหลักทั้งหมดต่างพากันสนับสนุนนโยบายเหยียดเชื้อชาติ ทำให้กำแพงไฟนี้หมดสภาพไป
องค์กรสังคมนิยมจากเบื้องล่าง (Sozialismus Von Unten, SUV) ซึ่งเป็นองค์กรสังคมนิยมในเครือสังคมนิยมสากล IST เช่นเดียวกับองค์กรสังคมนิยมแรงงาน มีส่วนร่วมในการจัดการประท้วงต่อต้านพวกขวาจัดตามเมืองต่าง ๆ ได้ออกบทความวันเดียวกันกับการประท้วงใหญ่ ซึ่งอธิบายว่าภายใต้รัฐบาลร่วมก่อนหน้า (พรรคสังคมนิยมประชาธิปไตยเยอรมนี หรือ SPD พรรค FDP และพรรคกรีน) มิได้คลี่คลายความระส่ำระส่ายในสังคม: ประชากรส่วนใหญ่สูญเสียค่าจ้างจริง การประกาศเลิกจ้างคนงานยกแผงในอุตสาหกรรม และโครงการสะสมอาวุธยุทโธปกรณ์ขนาดยักษ์ ที่รัฐบาลต้องการให้สังคมรับภาระค่าใช้จ่ายในขณะที่คนรวยยิ่งรวยขึ้น
เป้าหมายของพรรค CDU และ FDP คือการเพิ่มผลกำไรของบริษัทต่าง ๆ และคนรวย เพิ่มความสามารถในการแข่งขันของทุนเยอรมัน จัดหางบสำหรับการแข่งขันสะสมอาวุธ ด้วยการทำลายมาตรฐานความเป็นอยู่ ค่าจ้าง สิ่งแวดล้อม ทั้งใช้กลยุทธ์เหยียดเชื้อชาติเพื่อเบี่ยงเบนความรับผิดชอบต่อนโยบายเหล่านี้และสร้างความหวาดกลัวแตกแยกภายในขบวนการต่อต้าน โดยเฉพาะขบวนการแรงงาน เนื่องจากคนงานประมาณ 12 ล้านคนมีภูมิหลังเป็นผู้อพยพ และข้อเท็จจริงนี้ก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้เกิดความโกรธแค้นต่อรัฐบาลในหมู่ประชาชน
พรรค SPD และพรรคกรีนก็เข้าร่วมโจมตีผู้อพยพแทนที่จะต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติอย่างเปิดเผย แถมยังกล่าวว่าพรรคตนเป็นผู้ริเริ่ม “การควบคุมชายแดนที่เข้มงวด” โดยหวังว่าจะชิงโหวตเตอร์จาก AfD ซึ่งยิ่งทำให้ฝ่ายขวามีความกล้ามากขึ้น (อ่านเพิ่มที่ “‘เราต้องไม่ต้อนรับพรรค AfD’ — สัมภาษณ์นักต่อต้านฟาสซิสต์ชาวเยอรมัน” ในเว็บไซต์ สังคมนิยมแรงงาน)
สิ่งที่พรรค AfD ต้องการคือการขับไล่พลเมือง เพื่อนร่วมงานจำนวนมหาศาล และการเหยียดชาวมุสลิม แม้ SPD พรรคกรีน รวมถึงสื่อต่าง ๆ ได้วิจารณ์ Merz ที่ทำงานร่วมกับ AfD แต่ยังไม่เพียงพอ ถึงกระนั้น ยังมีการต่อต้านด้วยการหยุดงานในภาครัฐ ตามที่ทำการไปรษณีย์ บริษัทขนส่งเมืองเบอร์ลิน และก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ เกิดการประท้วงในเมืองใหญ่หลายพื้นที่ในเยอรมนี รวมถึง ฮัมบูร์ก สตุ๊ตการ์ท และไลพ์ซิก
AfD เป็นพรรคฟาสซิสต์ การเหยียดเชื้อชาติอยู่ใน DNA ของพรรค เช่นเดียวกับพรรค NSDAP (พรรคกรรมกรชาติสังคมนิยมเยอรมัน, นาซี) พรรคนี้มีเป้าหมายที่จะทำลายโครงสร้างประชาธิปไตยทุนนิยมและสร้างอำนาจของตนเอง ด้วยการไล่ล่าและข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง พรรคนี้ใช้รัฐสภาและสายสัมพันธ์กับกลุ่มนาซีเพื่อขยายอิทธิพลและสร้างความหวาดกลัว
องค์กร SUV เสนอว่าหน้าที่ของผู้ไม่ต้องการเผด็จการนาซีคือการสร้างขบวนการต่อต้านฟาสซิสต์ และต้องไม่อนุญาตให้พรรคฟาสซิสต์ AfD กลายเป็นสิ่งปกติในสังคม การประท้วงใหญ่ครั้งนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ซึ่งต้องสานต่อจากกิจกรรมเหล่านี้ รักษาแรงต่อต้านพรรค AfD และการเหยียดเชื้อชาติ ตั้งแต่การประท้วงครั้งใหญ่ไปจนถึงกิจกรรมต่อต้านบูธหาเสียงของ AfD ในเขตต่าง ๆ

อ้างอิง
กองบรรณาธิการ. 2 กุมภาพันธ์ 2568. AfD-Steigbügelhalter Merz vorerst gescheitert: Auf die Straße gegen die AfD! องค์กรสังคมนิยมจากเบื้องล่าง. สืบค้นจาก https://www.sozialismus-von-unten.org/
มติชนออนไลน์. 4 กุมภาพันธ์ 2568. ชาวเยอรมันหลักแสนลงถนนประท้วง ต้านกฎหมายสกัดผู้อพยพ. สืบค้นจาก https://www.matichon.co.th/.
Prasad Y. January 28 2025. German right turns to fascists to support racist policies. Socialist Workers Party UK. Retrieved from: https://socialistworker.co.uk/.

