ทรัมพ์ชนะแต่เจอศึกรอบด้าน

โดย คมกริต

​ตั้งแต่รัฐบาลทรัมป์ 2.0 บริหารประเทศก็เกิดความหวาดกลัวในหมู่ประชาชนชาวอเมริกันจำนวนมาก หลายคนกลัวว่ากลุ่มขวาจัดกลายมาเป็นผู้นำของโลกเสรีไปเสียแล้วที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อชีวิตของคนงานหลายล้านคนในสหรัฐฯ และส่งผลกระทบต่อเนื่องไปทั่วโลก

          ในขณะเดียวกัน นโยบายหลัก ๆ ที่ทรัมป์ชูโรงไว้ตอนหาเสียงก็มีความย้อนแย้งในตัวเองสูง ซึ่งจะเป็นโอกาสแก่ฝ่ายซ้ายและชนชั้นกรรมาชีพในสหรัฐฯ ที่จะต่อต้านทรัมป์ รวมถึงเป็นบทเรียนสำหรับผู้รักความเป็นธรรมในไทย

            ทรัมป์เคยหาเสียงนโยบายส่งกลับผู้อพยพ ซึ่งเป็นการสร้างความกลัวภายในชนชั้นกรรมาชีพ ประกอบกับทรัมป์กล่าวโทษผู้อพยพว่าเป็นสาเหตุของการขาดแคลนงาน การดูแลสุขภาพและการศึกษาที่ย่ำแย่ และราคาสินค้าที่แพงขึ้น อย่างไรก็ตาม ชนชั้นนายทุนต้องพึ่งพาแรงงานผู้อพยพมาโดยตลอดเพื่อทำงานค่าจ้างต่ำ ๆ ไม่ต่างจากวิธีการของนายทุนไทย จากรายงานเดือนมิถุนายน 2024 แรงงานผู้อพยพคิดเป็นร้อยละ 19 ของกำลังแรงงานในสหรัฐฯ และคาดว่าจะสร้างกำไรให้แก่ชนชั้นนายทุนได้หลายล้านล้านดอลลาร์ในปีต่อ ๆ ไป

                ชนชั้นกรรมาชีพมีฐานะแย่ลงไม่ใช่เพราะผู้อพยพเข้ามาแย่งงาน แต่เป็นเพราะชนชั้นนายทุนขูดรีดกรรมาชีพ การทำลายสิทธิของคนกลุ่มหนึ่งจะทำให้ทรัมป์สามารถมอบใบเบิกทางทำลายสิทธิและความเป็นอิสระของคนผิวดำ สตรี LGBTQ+ จนถึงชนชั้นกรรมาชีพในที่สุด

                ส่วนนโยบายต่างประเทศของทรัมป์ไม่ได้แตกต่างจากสมัยไบเดนนัก โดยสานต่อการสนับสนุนอิสราเอลและควบคุมอิทธิพลจีน นโยบายตั้งกำแพงภาษีนำเข้าก็เป็นเครื่องมือหนึ่งในการต้านจีน แต่บริษัทเทคโนโลยีของสหรัฐฯ พึ่งพาการผลิตในจีน ระหว่างปี 2019-24 อีลอน มัสก์ มีโรงงานผลิตรถยนต์เทสลา 1 ล้านคันที่เซี่ยงไฮ้

            ชนชั้นนายทนในอเมริกาต่างดาหน้าสนับสนุนนโยบายทรัพป์อย่างเต็มที่ รูปธรรมที่เห็นชัดเจนคือในวันสาบานตน บรรดาเศรษฐีต่างตบเท้าเข้าร่วมสาบานตน โดยเฉพาะเศรษฐีอุตสาหกรรมเทคโนโลยีซึ่งเหมือนเป็น เจ้าที่ดินในโลกออนไลน์ ในอีกด้านนโยบายตั้งกำแพงภาษีที่ว่าอาจเป็นชนวนความขัดแย้งในชนชั้นปกครอง แต่สำหรับฝ่ายซ้ายและชนชั้นกรรมาชีพแล้ว กลยุทธ์ต่อไปไม่ใช่การเลือกข้างภายในชนชั้นปกครอง

                ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์  วิกเตอร์ เฟอร์นานเดซ สมาชิกองค์กร Marx21 (องค์กรสังคมนิยมในเครือ IST) กล่าวว่า ในลอสเองเจลิส มีจำนวนผู้ชุมนุมถึง 15,000 คน ซึ่งสามารถยึดทางด่วนเพื่อแสดงสัญลักษณ์ต่อต้าน จากนั้นการ “ลาเรียน” ของลูกหลานแรงงานอพยพและการชุมนุมตามท้องถนนก็เกิดขึ้นเป็นประจำ คนนับหมื่นชุมนุมในเมืองต่างๆ ทั่วสหรัฐอเมริกา เช่นในแคลิฟอร์เนีย มินนิโซตา มิชิแกน เท็กซัส วิสคอนซิน อินเดียนา ไอโอวา แอละแบมา โอไฮโอ มิสซูรี และแอริโซนา เพื่อต่อต้านการไล่จับผู้อพยพ จากประสบการณ์ความบอบช้ำในรัฐบาลทรัมป์สมัยแรก

                วิกเตอร์ เฟอร์นานเดซ อธิบายว่า ส่วนหนึ่งมาจากบทเรียนในช่วงทศวรรษ 2000 ตอนนั้น “มีการนัดหยุดงานประท้วงทั้งจากแรงงานผู้อพยพและผู้สนับสนุน ในลอสแองเจลิส มีผู้คนกว่า 1 ล้านคนออกมาเดินขบวน ซึ่งใช้วลาเพียงหนึ่งวัน ร่างกฎหมายนี้ก็ถูกคว่ำ แต่พรรคเดโมแครตบอกว่า วันนี้เราเดินขบวน และพรุ่งนี้เราจะลงคะแนนเสียง ขบวนการทั้งหมดจึงหันไปเน้นการเลือกโอบามา และไม่มีการปฏิรูประบบการตรวจคนเข้าเมืองใด ๆ “

                นักสังคมนิยมปฏิวัตินามว่า กรัมชี่ เคยเสนอว่าภายในหัวของเรามักมีความคิดที่ขัดแย้งกันเสมอ ด้านหนึ่งเราจะถูกชนชั้นนำกล่อมเกลาให้เชื่อแนวคิด “กระแสหลัก” ซึ่งขัดแย้งกับอีกด้านหนึ่งที่เป็นประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน การเปลี่ยนความคิดจะยิ่งเข้มข้นและเร็วขึ้นหากอยู่ท่ามกลางการต่อสู้ เพราะมันจะท้าทายแนวคิดกระแสหลัก (“อะไรนะ ลัทธิมาร์กซ์ เล่ม 2”) ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของนักสหภาพแรงงานและนักเคลื่อนไหวสิทธิของผู้อพยพซึ่งเคยเชื่อว่าพรรคเดโมแครตจะนำความเปลี่ยนแปลงได้ประกอบกับฝ่ายซ้ายอย่างเบอร์นี่ย์ แซนเดอร์ส และพรรคพวกก็อยู่ในพรรคเดโมแครต

                เอลซาเบล รินคอน สมาชิกเครือข่ายต้อนรับผู้อพยพ (Welcome Immigrant Network) กล่าวว่า “เดโมแครตก็มีส่วนในการสร้างระบบการตรวจคนเข้าเมืองพอ ๆ กับรีพับลิกัน” เวอร์จิเนีย โรดิโน สมาชิกแนวร่วมสหภาพแรงงานหญิง (Coalition of Labour Union Women) สะท้อนว่า “การเจอการตั้งคำถามต่อพรรคเดโมแครตและการเมืองการเลือกตั้งนั้น แทนที่จะหาสาเหตุที่พรรคเดโมแครตแพ้ คนส่วนใหญ่กลับคิดว่าการเมืองการเลือกตั้งจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เราอยู่ในขั้นวิกฤตจนไม่มีใครมาบอกให้มุ่งเน้นการเลือกตั้งสภาคองเกรสอีกต่อไป”

                เฟอร์นานเดซเสนออีกว่า การออกมาตอบโต้การขับไล่ผู้อพยพเป็นสัญญาณบวก แต่จำเป็นต้องสร้างเครือข่ายประสานองค์กรเคลื่อนไหวต่าง ๆ ตั้งแต่ขบวนการทำแท้งเสรี LGBTQ+ สิทธิชนพื้นเมือง สิ่งแวดล้อม ขบวนการปลดปล่อยปาเลสไตน์ทั่วประเทศเข้าด้วยกัน โดยเฉพาะขบวนการแรงงานเพื่อยกระดับการต่อต้านนโยบายป่าเถื่อนของทรัมป์ 2.0

อ้างอิง

1. Fernandez V. February 13 2025. Angelenos shut down freeway for immigrant rights. Marx21. จากเว็บไซต์ Marx21 US

2. โธมัส ฟอสเตอร์. 26 มกราคม 2568. US activists speak out from the frontline of Trump’s war on migrants. จากหนังสือพิมพ์กรรมาชีพสังคมนิยม UK.

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก

บทความอื่น ๆ